วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภารกิจ"ปิยสวัสดิ์" ปตท.เงินไหลออก.!

พรุ่งนี้เราก็จะได้รู้กันแล้วว่าบอร์ดปตท. กำลังถูกโละครั้งใหญ่ แต่ที่แน่ๆ รอบนี้ว่ากันว่ากรรมการ

จะถูก "โละออกไปครึ่งหนึ่ง" จริงๆ แล้วควรโละให้หมด จะอยู่ไปทำไม นอกเหนือจาก 3 กรรมการอย่าง ปานปรีย์ พหิทธานุกร อรรถพล ใหญ่สว่าง วรุณเทพ วัชราภรณ์ ยื่นลาออกไปก่อนหน้านี้ ฉะนั้นจะมีกรรมการอย่างน้อย 2-3 คนต้องถูกบีบให้ลาออกวันศุกร์นี้

แต่ที่น่าสนใจยิ่งน่าจะเป็นกรรมการ และประธานบอร์ดคนใหม่ ที่จะเข้ามารับตำแหน่งมากกว่า ณ เวลานี้ เริ่มเห็นเงากรรมการและประธานคนใหม่แล้ว ส่วนจะเป็นใครขออุบไว้ก่อน แต่ที่แน่ๆ "ปิยสวัสดิ์ อมระนันท์" ถูกวางให้เป็นประธานบอร์ดคนต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แน่นอน "ปิยสวัสดิ์" อาจจะต้องเข้ามารับภารกิจใหญ่อย่างที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการจะให้ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ฉะนั้นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต้องทำจังหวะนี้ จะหาช่วง"นาทีทอง" อื่นไม่ได้อีกแล้ว ที่สำคัญต้องทำอย่างจริงจัง ตรงไป ตรงมา และควรตรวจสอบและวางระบบรัฐวิสาหกิจเสียใหม่

งานหินสำหรับ"ปิยสวัสดิ์"นอกจากจัดระเบียบบริหารจัดการให้เข้ารูปเข้ารอยอย่างที่คสช.คาดหวังแล้ว "ปิยสวัสดิ์" ยังต้องสร้างความเข้าใจกับกลุ่มต่อต้านปตท. ที่ยืนอยู่คนละข้างเวลานี้ โดยเฉพาะ สงครามโซเซียล มีเดีย คืองานหนักนับจากนี้ไป

เช่นเดียวกับปตท.ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะศึกในปตท.ยังไม่สงบ กำลังจะคุกรุ่นขึ้นมาอีกระลอก เชื่อเถอะ....ศึกนี้อีกยาวนาน ในเมื่อ 2 ขั้วอำนาจกำลังวิ่งหาเกราะกำบัง

ส่วนฝ่ายไหนจะมีเกราะที่แน่นหนากว่ากัน เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ฉะนั้น"ปิยสวัสดิ์" อาจตกอยู่ในฐานะลำบากที่จะต้องยืนอยู่ตรงกลางศึก 2 ขั้วก็เป็นได้

แม้จะเกิดศึกแย่งชิงอำนาจสักแค่ไหน การตรวจสอบ การลงทุน และความถูกต้องการบริหารงานของปตท.ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ อย่างปตท.จะได้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นแหล่งทำมาหากิน หรือเป็นองค์กรที่ใครอยากจะเข้ามาทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะนักการเมือง และกลุ่มทุนการเมือง ที่คอยใช้ปตท.เป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จ

ไหนๆ "ปิยสวัสดิ์" ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน มีองค์ความรู้ท่วมท้น ก็ขอให้ช่วยเข้าไปตรวจสอบการลงทุนในส่วนของบริษัทลูกๆ หลานๆ และบริษัทเหลนของปตท. ที่กระเตงไปลงทุนต่างประเทศ วันนี้เชื่อเถอะมีไม่น้อยกว่า 250 บริษัท บางบริษัทไปจดทะเบียนทำธุรกิจเรียกว่า "เจ๊งยับ" เห็นชัดเจนก็กรณีที่ ประเทศอียิปต์ ลงทุนท่อก๊าซร่วมกับรัฐบาลอียิปต์ แต่สุดท้ายต้องถอยร่นกลับมา จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุดท้ายต้องลงบัญชีแบบด้อยค่าสิทธิ์เสียดื้อๆ ไปกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท อย่างนี้ใครควรรับผิดชอบ เช่นเดียวกับบริษัทที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จดทะเบียนทิ้งเพื่ออะไร? แต่ที่ยังดำเนินการได้มีกำไรอย่างนั้นสมควรปล่อยไป

การลงทุนต่างประเทศมีทั้งที่ไปจดทะเบียนบริษัท แบบไม่มีการเคลื่อนไหวทำอะไร และมีการทำธุรกิจ มีพนักงาน มีบอร์ด แต่ขาดทุนกำไรเป็นอย่างไร ตรงนี้ต่างหากที่ต้องตรวจสอบ การลงทุนต่างประเทศของบริษัทลูกมีทั้งที่ปตท.ถือหุ้น 100% และไม่ได้ถือหุ้น 100% ฉะนั้นคำถามที่เหลือใคร? คือผู้ถือหุ้น

หนักไปกว่านี้ว่ากันว่าบริษัทลูกของปตท.ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ วันนี้ เกิดอะไรขึ้นถึงไปตั้งบริษัทจดทะเบียนที่ หมู่เกาะเคย์แมน กว่า 20 บริษัท เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะแหล่งฟอกเงินของมหาเศรษฐีทั่วโลก ถามว่าบริษัทลูกของปตท.ที่ไปจดทะเบียนบริษัทเยอะแยกอย่างนี้ เพื่ออะไร "ปิยสวัสดิ์" ก็น่าจะเข้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่า เป็นบริษัทลูกตัวไหน มีผลการดำเนินงานขาดทุน กำไร รวมถึงใครที่เข้าไปนั่งเป็นกรรมการบ้าง

ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าปตท.ไม่ดีหรือบริษัทลูกที่ไปลงทุนไม่ดี เพียงแต่เชื่อว่ายังมีปัจจัยอะไรบางอย่างที่ควรตรวจสอบ ในเมื่อคสช.ประกาศที่จะจัดการกับรัฐวิสาหกิจแล้ว ปตท.ควรทำเป็นตัวอย่าง และเชื่อว่ายังมีรัฐวิสาหกิจอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังมีพฤติกรรมเป็นแหล่งหากินของนักการเมืองและกลุ่มทุนการเมือง

เชื่อเถอะ..หากสามารถตรวจสอบและเอาจริงเอาจัง กับการลงทุนที่สูญเปล่าในแต่ละปี น่าที่จะทำให้ปตท.มีกำไรมากกว่านี้ใช่หรือไม่ และไม่ควรเพิกเฉยกับผู้ที่ทำให้เสียหาย ไม่ควรปล่อยให้คนที่สมคบกระทำการใดๆ ลอยนวล หรือนั่งทับความเสียหายไว้อีกต่อไป...