วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาปฏิรูปกับ"อาร์มี่คาบิเนต"

ในที่สุด คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ยกระดับ "การปฏิรูป" ขึ้นเป็น "กลุ่มงานสร้างความปรองดองและการปฏิรูป"

เทียบเท่ากับ "กลุ่มงานรักษาความสงบเรียบร้อย" และ "กลุ่มงานบริหารราชการแผ่นดิน" มอบให้ "บิ๊กเต่า" พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รักษาการปลัดกลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบ

000 จากนี้ไปคนไทยจะคุ้นชินกับชื่อ "สำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูป" ที่เคียงคู่ไปกับ "คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ" และตามมาด้วย "ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป" (ศปป.) ทั้งหมดนี้อยู่ในระยะที่ 1 เพื่อเตรียมการจัดตั้งสภาปฏิรูป

000 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รักษาการปลัดกลาโหม มาแบกรับงานปฏิรูป หัวใจแห่งการปรองดองสมานฉันท์ ที่เป็นเหตุผลหนึ่งของการทำรัฐประหารในครั้งนี้ ก็ต้องมีประสบการณ์จริง ซึ่งมองย้อนไปในเส้นทางราชการ "บิ๊กเต่า" เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน หรือ "สายงานปฏิบัติการจิตวิทยามวลชน" และเคยเป็น "หัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียกองทัพบก" ผลิตรายการวิทยุของ ทบ. อาทิ สยามานุสติ กองทัพบกเพื่อประชาชน ใต้ร่มธงไทย ฯลฯ จึงเหมาะกับภารกิจปรองดองอย่างยิ่ง

000 นอกจากนี้ นายทหารนาม "กาญจนรัตน์" อีกคนหนึ่งก็กำลังโด่งดังจากบทบาทประธาน "คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ" (คตร.) และล่าสุดก็มีส่วนร่วมในการ "รื้อขุมทรัพย์กองสลาก"

000 นายทหารคนนั้นคือ "บิ๊กโย่ง" พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ซึ่งจบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น15 และเรียนนายร้อย จปร.รุ่น26 ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์

000 เส้นทางเหล็กของ "บิ๊กโย่ง" เริ่มต้นจากหน่วยทหารปืนใหญ่ ในระดับ ผบ.ร้อย ก่อนจะย้ายเข้าสู่สายงาน "ตรวจสอบบัญชี" ในสำนักงานปลัดบัญชีทหารบก ตั้งแต่เป็นหัวหน้าฝ่าย จนเป็นปลัดบัญชีทหารบก

000 กาลครั้งหนึ่ง "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะประธานสโมสรอาร์มี่ยูไนเต็ด ได้มอบหมาย "บิ๊กเต่า" พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นผู้อำนวยการสโมสร และ "บิ๊กโย่ง" พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นผู้จัดการทีมทั่วไป

000 หลายคนคงสงสัยว่า ทั้งคู่เป็นพี่น้องคลานตามกันมาหรือไม่? แต่สอบถามแล้ว พบว่า "บิ๊กเต่า" เป็นญาติผู้พี่ของ "บิ๊กโย่ง" ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน และวันนี้ "บิ๊กเต่า" กับ "บิ๊กโย่ง" ได้ทำงานร่วมกันอีกครั้ง เพียงแต่เปลี่ยนจาก "อาร์มี่ยูไนเต็ด" มาเป็น "อาร์มี่คาบิเนต" ในปี 2557

000 ปิดท้ายด้วยข่าว "ฮุนเซน" ลดราคาทำ "หนังสือเดินทาง" เพื่อเอาใจแรงงานกัมพูชา จากเล่มละ 135 ดอลลาร์ เหลือเล่มละ 4 ดอลลาร์ นั่นเป็นสัญญาณการส่งแรงงานกลับไทย ซึ่งสถานการณ์ด้านแรงงานในกัมพูชา ก็มีปัญหาใหญ่จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำของสหภาพแรงงานกัมพูชา

000 ที่แน่ๆ รัฐบาลฮุนเซน เคยปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 80 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ "สหภาพแรงงานกัมพูชา" ก็เรียกร้องขอขึ้นเป็น 160 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน และพรรคฝ่ายค้านอยู่เบื้องหลังการประท้วงของสหภาพแรงงานฯ

000 เมื่อคลื่นแรงงานสองแสนอพยพกลับบ้าน สงครามการเมืองในกัมพูชา ก็ปรับเปลี่ยนเป็น "สงครามแรงงาน" ระหว่างฝ่ายฮุนเซนกับฝ่ายค้านไปในทันที 000