วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชื่อมั่นอนาคตหรือไม่

ถ้าอยากให้องค์กรก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง ต้องมั่นใจก่อนว่า ผู้คนมีความเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรเสียก่อน

โดยสารเรือที่เชื่อมั่นว่าแข็งแรงพอจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในท้องทะเลได้ จะเจอพายุ ผู้คนก็ไม่ตกอกตกใจ อยู่อย่างสงบได้ ถ้าโดยสารเรือลำนิดเดียว เจอพายุกลางทะเล ผู้คนก็แตกตื่นหาหนทางเอาตัวรอดจนวุ่นวายไปหมด สุดท้ายเรือล่มเพราะคนวุ่นวาย ไม่ใช่เพราะพายุ ความเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรของผู้คนจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องมีการประเมินกันอยู่เป็นประจำ หากต้องการนำพาองค์กรนั้นก้าวไปสู่อนาคตเบื้องหน้าด้วยดี

การประเมินความเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรตามแนวทาง Grunig Relationship Survey เชื่อว่าความเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่ออนาคตขององค์กรสะท้อนได้จากความเชื่อในประเด็นต่างๆ ที่ผู้คนมีต่อผู้บริหารขององค์กรนั้น ความเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรสะท้อนได้จากความเชื่อในวิธีการและหลักการที่ผู้บริหารใช้ในการบริหาร การประเมินจึงขึ้นต้นด้วยการประเมินว่าคนที่ทำงานในองค์กรนั้นรู้สึกว่าตนได้รับการปฏิบัติจากผู้บริหารอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมมากน้อยเพียงใดเป็นประการแรก ถ้าเป็นองค์กรที่ผู้คนรู้สึกว่าทุกคนร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน คนจะเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรมากกว่าองค์กรที่ผู้บริหารเล่นพรรคเล่นพวกจนออกนอกหน้า การทำงานอย่างทุ่มเทเกิดขึ้นเฉพาะในองค์กรที่ผู้คนตั้งแต่ระดับบริหารจนถึงระดับลงมือลงแรง ต่างร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน การทำงานแบบกินแรงคนอื่น หรือทำงานแบบงานใครงานมันสะท้อนความรู้สึกว่าผู้บริหารเล่นพรรคเล่นพวก

ประการที่สองให้ประเมินต่อไปว่าผู้คนมั่นใจมากน้อยเพียงใดว่าเมื่อจำเป็นต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้น ผู้บริหารจะคำนึงถึงสารทุกข์สุกดิบของผู้คนในองค์กรในการตัดสินใจนำพาองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงนั้น จะตัดสินใจเรื่องสำคัญอะไร ผู้คนเชื่อว่าตัวเขาจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้บริหารจะพิจารณาในการตัดสินใจนั้น จะเปลี่ยนจากระบบการผลิตที่เน้นการใช้คนควบคุมเครื่องจักร มาเป็นคอมพิวเตอร์ควบคุมแทนทั้งโรงงาน ผู้บริหารก็คิดถึงการฝึกทักษะใหม่ให้ หรือไม่ก็สลับหน้าที่การงานที่เหมาะสมให้ทำแทนงานเดิม จะปรับเปลี่ยนสายการผลิต ก็คิดถึงบทบาทใหม่ของแต่ละคน ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนก็ฝากอนาคตไว้ได้

ประการที่สามให้ประเมินว่าผู้คนเชื่อมั่นในคำมั่นสัญญาของผู้บริหารมากน้อยแค่ไหน ถ้าเชื่อมั่นว่าผู้บริหารพูดอะไรก็เป็นไปตามนั้น ความเชื่อมั่นในอนาคตก็มาก ถ้าชักไม่แน่ใจว่าที่สัญญากันไว้นั้น วันหน้าคำสัญญาจะอยู่หรือจะไป ย่อมเป็นธรรมดาที่ผู้คนก็จะหาหนทางสำรองไว้ก่อน ไม่ทุ่มเทให้กับงานวันนี้อย่างเต็มที่ คำมั่นสัญญาของคนที่เป็นผู้บริหารไม่ได้มีความสำคัญกับตนเองเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อความเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรอีกด้วย

ประการที่สี่ให้ประเมินว่าผู้คนเชื่อในความสามารถและทักษะของผู้บริหารในการสร้างความสำเร็จให้กับองค์กรมากน้อยเพียงใด ซึ่งเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนระหว่างผู้คนที่ทำงานในองค์กรที่มีผู้บริหารที่ผู้คนยอมรับในฝีมือ กับองค์กรที่ผู้คนไม่แน่ใจว่าผู้บริหารมีฝีมือแค่ไหน ถ้าเชื่อมั่นในฝีมือผู้บริหารอย่างเต็มๆ จะเสี่ยงทำอะไร ก็มั่นใจที่จะเสี่ยง จึงสามารถคว้าโอกาสดีๆ มาได้เสมอ ถ้าไม่แน่ใจว่าผู้บริหารเองจะเอาตัวรอดไปได้หรือไม่ ผู้คนก็จะทำงานกันแบบเกียร์ว่างไว้ก่อน เพราะเสี่ยงอะไรไปก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ องค์กรจึงเดินหน้าไปไหนไม่ได้ บางตำราบอกว่าองค์กรเดินหน้าได้เพราะผู้บริหารมีฝีมือ ไม่ใช่ว่าจะเดินหน้าได้เมื่อทุกอย่างรอบตัวราบรื่นเป็นปกติเท่านั้น เดินหน้าได้เพราะ Management Competency ไม่ใช่ Management Stability ซึ่งความเชื่อมั่นนี้จะเพิ่มขึ้นตามความสำเร็จของงานที่ผู้บริหารได้บอกกล่าวไว้ บอกไว้เยอะแยะแต่ทำไม่ได้สักอย่าง ความเชื่อมั่นก็ไม่มี บอกแค่สามสี่อย่างแต่ทำได้เกินที่บอก ความเชื่อมั่นในอนาคตก็เพิ่มเติมมากขึ้นไปด้วย ดังนั้น หากเชื่อตามแนวทางนี้ ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องขยันขายฝันกับสารพัดโครงการ บอกมาแค่สามสี่อย่างแล้วทำให้สำเร็จจริงๆ สำเร็จเกินความคาดหมายดีกว่า

ประการที่ห้าให้ประเมินว่าผู้คนเชื่อในหลักบริหารจัดการขององค์กรมากน้อยเพียงใด ผู้คนเชื่อว่าองค์กรมีธรรมาภิบาลหรือไม่ ดูง่ายๆ จากการจ่ายเงินเดือนการจ่ายล่วงเวลากันในแต่ละเดือน จะมีคนกดเครื่องคิดเลขเช็คแล้วเช็คอีกว่ายอดเงินถูกต้องหรือไม่ วันขาดวันลาก็ต้องตรวจสอบกันเป็นประจำ มีการเปลี่ยนแปลงอะไร คนก็เร่งตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้อง เวลาการคิดทำการงานก็หมดไปกับการตรวจสอบผลของการบริหารจัดการ มีอะไรผิดพลาดจากเหตุทางเทคนิคก็นึกกันไปไกลว่าถูกกลั่นแกล้งเสียแล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้อยู่ประจำจะมีใครที่ยังเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรนั้นอยู่บ้าง การทำงานอย่างมีหลักการ มีเหตุผลและมีตรรกะในการตัดสินใจควบคู่ไปกับการบริหารอย่างโปร่งใสจะช่วยเสริมสร้างให้ผู้คนมีความมั่นใจในอนาคตขององค์กรมากขึ้น ถ้าผู้คนเชื่อมั่นในหลักการ เหตุผล และตรรกะที่ผู้บริหารใช้ในการบริหารองค์กร สิ่งหนึ่งที่จะได้เห็นอยู่เป็นประจำคือคนในองค์กรนั้นจะขอความเห็นจากผู้บริหารในการตัดสินใจเรื่องสำคัญอื่นๆ ในชีวิตของเขา ถ้าใครจะทำอะไรในชีวิตเขาแล้วผู้บริหารมารู้ทีหลังคนอื่น ก็พอจะเดาได้ว่าผู้คนเชื่อมั่นในหลักการ ในเหตุผล ในตรรกะของผู้บริหารไม่มากนัก เรื่องสำคัญในชีวิตจึงไม่ใส่ใจที่จะมาขอคำปรึกษาใดๆ จากคนที่ตนเองไม่เชื่อในหลักการและตรรกะ

ความเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรอาจไม่มีประโยชน์ชัดเจนนักในยามปกติ แต่วันใดที่มีวิกฤติเกิดขึ้น วันนั้นจะมีเฉพาะองค์กรที่ผู้คนเชื่อมั่นในอนาคตเท่านั้นที่จะก้าวเดินต่อไปได้ หรืออย่างน้อยก็ไม่หยุดอยู่กับที่นานนับสิบปี