วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รายละเอียดโรดแมพ คือดัชนีวัดความเชื่อมั่น

กรณีสหภาพยุโรป (อียู) จะเลื่อนการลงนามในข้อตกลง กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และการเมืองกับไทย

และเรียกร้องให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมออกแถลงการณ์ในนามอียูในอีกไม่กี่วันนี้ ซึ่งก็เชื่อว่าแนวโน้มในแถลงการณ์ดังกล่าวจะมีการเรียกร้องในจุดยืนเดิม ให้คสช.เร่งจัดเลือกตั้งโดยเร็ว และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในไทยนั้นไม่อาจยอมรับได้ในทางสากล

อย่างไรก็ตาม หากอียูจะแถลงการณ์อีกครั้ง ก็อาจไม่มีอะไรที่ต่างไปจากจุดยืนเดิมมากนัก และก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีมาตรการบอยคอตทางการค้าเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้คสช.ก็ได้พยายามใช้ช่องทางต่างๆ เพื่อชี้แจงสถานการณ์และเหตุผลความจำเป็นที่ต้องรัฐประหาร รวมทั้งสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่าจะเป็นภาวะชั่วคราวและจัดให้การเลือกตั้งโดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่แผนหรือโรดแมพดังกล่าว อียูระบุว่า การประกาศนี้ไม่ถือเป็นโรดแมพที่น่าเชื่อถือสำหรับการกลับไปสู่การปกครองตามรัฐธรรมนูญ

นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ถือว่าคสช.ถูกประณามจากชาติตะวันตกอย่างหนัก แม้ในช่วงหลังจะลดระดับลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าสถานการณ์ในไทยคลี่คลายแล้วตามมาตรฐานประชาธิปไตย เพียงแต่ยังมีการจับตาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และหากประเมินจากแรงกดดันจากสากลและความตื่นตัวทางการเมืองของคนไทย ก็จะเห็นว่าเป็นไปได้ยากว่าประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ยุคเผด็จการทหารเหมือนในอดีต และถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้นระบอบประชาธิปไตยอย่างที่เคยเป็นมา

หากพิจารณาโรดแมพของคสช.ที่มี 3 ระยะ โดยมีการกล่าวย้ำหลายครั้ง ในระยะแรก จะใช้เวลา 3 เดือน โดยคสช.จะบริหารแทนรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เฉพาะหน้า เช่น การจ่ายเงินแก่ชาวนา ประเด็นกฎหมายต่างๆ จากนั้นในระยะที่ 2 ตั้งแต่เดือนต.ค. 2557 จะมีการจัดตั้งรัฐบาล สภานิติบัญญัติ และสภาปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลจะใช้เวลาบริหารประเทศประมาณ 1 ปี ควบคู่ไปกับการปฏิรูป รวมทั้งเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งในระยะที่ 3

การกล่าวย้ำหลายครั้งของคสช.ในเรื่องแนวทางปฏิรูปนั้น หากใครที่ติดตามการเมืองในช่วงเวลานี้ ก็จะได้รับทราบกันทั่วไปแล้วว่าจะมี 3 ระยะดังกล่าว แต่ขณะนี้คนไทย หรือ แม้แต่ชาวต่างชาติเองก็ต้องการรู้มากไปกว่านั้นถึงทิศทางที่ควรจะเป็น มีคนจำนวนไม่น้อยต้องการเห็นโครงร่างที่คสช.กำลังจะดำเนินการต่อไปว่าจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และจะมีส่วนใดเข้ามามีส่วนร่วมในการกระบวนการปฏิรูปประเทศในระยะต่อไปบ้าง ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดนับจากนี้ไป

เราเห็นว่ากรณีที่อียูไม่เชื่อถือ การประกาศแผนโรดแมพของคสช.นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าคสช.มีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลา แต่คสช.ก็ต้องตระหนักว่าประเด็นดังกล่าวก็ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นกัน อีกทั้งที่ผ่านมาคสช.ได้เรียกคนกลุ่มต่างๆ เข้าชี้แจงโรดแมพนั้นก็ชี้ให้เห็นว่าทิศทางที่ชัดเจนของโรดแมพนั้นเป็นที่สนใจทั่วไป เราเชื่อว่าความเชื่อมั่นต่อคสช.ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ไปก็ขึ้นกับโรดแมพ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าการบริหารประเทศนับจากนี้ไปจะยากลำบากแค่ไหน และต้องตระหนักว่าความราบรื่นการบริหารประเทศต้องขึ้นกับว่าความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลใหม่มีเพียงใด