วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.สอบด่วน!! แก๊งล้างผลาญปตท.

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศชัดเจนที่จะเข้าไปจัดการ ปฏิรูปการทำงานของรัฐวิสาหกิจ

ฟังดูแล้วมีความหวังที่จะใช้จังหวะนี้จัด "บ้านรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่" จัดการพวก "อีแอบ" ที่คอยเป็น "เหลือบ" หากินอยู่กับองค์กรเหล่านี้

แต่ที่ประหลาดใจมากทำไม? ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยนั่ง "หน้าสลอน ไม่ยอมลุกออกจากเก้าอี้กรรมการ" หรือว่ายังนั่งทับอะไรบางอย่าง หรือยังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไม่จบไม่สิ้น

ไหนๆ คสช.ประกาศที่จะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจแล้ว ก็ควรจะเร่งเข้ามา จังหวะนี้เท่านั้นที่จะกวาดล้างคอร์รัปชันให้สิ้นซาก ต้องปฏิรูปอย่างจริงจังทั้งในส่วนของตัวบุคคล การบริหารจัดการ คสช.ต้องกล้าที่จะปฏิรูปไปถึงระบบการจัดซื้อจัดจ้าง และต้องกล้าปฏิรูปคอร์รัปชันด้วย

ยิ่งไปกว่านี้บางรัฐวิสาหกิจอาจจะต้องสแกนเข้าไปลึกๆ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีบริษัทลูกไปทำธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ คสช.จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบ

เชื่อเถอะ...ดีไม่ดีงานนี้มีคนติดคุกได้ไม่ยาก...

ขั้นต้นอยากให้ คสช.เริ่มที่ ปตท.เป็นจุดสตาร์ทไปก่อน วันนี้ ปตท.กำลังถูกพายุโหมกระหน่ำใส่รอบด้าน อาจจะด้วยความไม่ไว้วางใจของผู้คนในสังคมก็เป็นได้ สำคัญมีหลายเรื่องที่ ปตท.ยังคลุมเครือ เรื่องบางเรื่องจำเป็นต้องใช้เวลาชี้แจง แต่เรื่องหลายเรื่องจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

ว่ากันว่าตอนนี้ผู้คนใน ปตท.จำนวนไม่น้อยอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับ "แก๊งบู๊ล้างผลาญ" ที่ใช้องค์กรแห่งนี้ออกไปหาผลประโยชน์ทั่วโลก โดยเฉพาะการลงทุนที่ยากต่อการมองเห็น สำคัญยิ่งการออกไปลงทุนในต่างประเทศจะมีกำไรหรือขาดทุนอย่างไร จำเป็นอย่างยิ่งที่ คสช.ต้องเรียกข้อมูลมาวิเคราะห์ในทางบัญชีกันเสียที ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัทลูกต่างๆ หยิบยื่นแต่ข้อมูลแบบ "ผักชีโรยหน้า" สวยหรูมาแจ้งบริษัทแม่ "เนื้อแท้มีแต่ขาดทุนกับขาดทุน"

ที่น่ากลัวที่สุดนั่นก็คือ ปตท.มีบริษัทลูกออกไปทำธุรกรรมอยู่ในต่างประเทศมากมายไม่ต่ำกว่า 200 บริษัท ทำกันมาอย่างยาวนาน แต่ยังไม่มีใครสามารถเจาะลึก เข้าไปได้ว่าผลการดำเนินการเป็นอย่างไร

แต่ที่แน่ๆ มีข่าวเล็ดลอดออกมาทำนองว่า บริษัทลูกเอาเงิน ปตท.ไปลงทุน แล้วขาดทุนหลายหมื่นล้านบาท หนักไปกว่านี้บริษัทเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ยากแก่การตรวจสอบ

ฉะนั้น คสช.เท่านั้นที่จะเข้ามาล้วงลึก เรียกหาข้อมูลข้อเท็จจริง แนวทางการปฏิรูปที่ว่านั่นแหละน่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญ ลองสักครั้งเถอะ...ดูว่าบริษัทลูกต่างๆ ของ ปตท.เอาเงินบริษัทแม่ไปทำอะไร ที่ไหน ควรตรวจสอบไปถึงกรรมการแต่ละบริษัท ผู้ถือหุ้นแล้วจะรู้ว่าใครเป็นใคร การตรวจสอบบัญชีของบริษัทลูก มีแต่รายงานสิ่งดีๆ

อย่างนี้อยากรู้จังกรรมการที่นั่งอยู่ในบอร์ด ปตท. เคยรับรู้รับทราบกับเรื่องแบบนี้บ้างไหม? เพราะเป็นสิ่งลี้ลับที่ผู้คนสมคบทำกันมาอย่างยาวนาน

จริงๆ การไปลงทุนต่างประเทศ มุมดีก็พอมีอยู่บ้าง การไปตั้งบริษัทในประเทศนั้น อาจจะช่วยเรื่องประโยชน์ทางภาษี แต่กระบวนการจัดการต่างหากที่จะต้องโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เชื่อเหลือเกินว่าถ้ามีความโปร่งใส ปตท.ก็น่าจะมีกำไรมากกว่านี้ ไม่ใช่หรือ?

ฉะนั้นมาถึงวันนี้หาก คสช.ประกาศชัดเจนที่จะปฏิรูปแล้ว ต้องศึกษาให้ละเอียด ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน แต่ต้องปฏิรูปอย่างจริงจังและเข้มแข็ง

ท่ามกลางที่คลื่นลมยังไม่สงบ ภายในองค์กร ปตท.กำลังเกิด "ศึกสองขั้ว" ไม่ใช่ใครอื่นใด แต่เป็นกลุ่มขั้วอำนาจเก่านั่นเอง ฝ่ายหนึ่งอยู่ในสภาพ "วิ่งโร่" ไปหาเกราะกำบัง พยายามพาตัวเองขึ้นไปอยู่จุดสูงสุด ว่ากันว่าตอนนี้กำลังวิ่งหา "ผู้มีอำนาจ" ให้ถีบส่งไปอยู่ในจุดคุมอำนาจได้ เป้าหมายมี 2 ชั้น โดยชั้นแรกใฝ่ฝันอยาก นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เป้าหมายถัดไปอยาก นั่งประธานบอร์ด ปตท. ความพยายามหาเกราะกำบัง ไม่แน่ใจที่ทำไปเพราะต้องการปกป้อง ปตท.หรือต้องการปกปิดอะไรบางอย่างในอดีตหรือไม่?

อีกขั้วไม่น้อยหน้า มีความเชื่อว่า ใกล้ชิดผู้มีอำนาจไม่แพ้กัน เรียกว่าตอนนี้ ซัดกันนัว แบบไม่มีใครกลัวใคร

ฉะนั้นอีกไม่นานเราคงจะได้เห็นการเปิดศึกของสองขั้วแย่งชิงอำนาจใน ปตท.แน่นอน...