การเลือกตั้งไม่นำมาซึ่งประชาธิปไตย เพราะอำนาจของประชาชนมีเพียงช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงในวันเลือกตั้ง จากนั้นอำนาจก็ตกเป็นของคนที่ได้รับเลือก
คนเหล่านี้เท่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่ล้วนถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร มุ่งเข้ามาสร้างความร่ำรวยให้ตนเองจากอำนาจหน้าที่ จึงทำให้การเลือกตั้งนำมาซึ่ง “โจราธิปไตย” แปลว่า อำนาจเป็นของโจร ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ John Kerry เคยพูดว่า ประเทศยูเครนภายใต้การนำของนายวิคเตอร์ ยานูโควิช ที่ไม่ยอมลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีเพราะอ้างว่าตนได้รับเลือกตั้งมาถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยนั้นว่า การปกครองนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย (democracy) เพราะเป็นการปกครองที่ผู้บริหารประเทศแม้มาจากการเลือกตั้งก็จริง แต่คนเหล่านี้เข้ามาใช้อำนาจหน้าที่เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับตนเองและพวกพ้องจากการลักทรัพย์ของประเทศอันเป็นสมบัติส่วนรวมของคนทุกคนในชาติ เขาเรียกระบอบการปกครองนี้ว่า Kleptocracy แปลว่า โจราธิปไตย อำนาจเป็นของโจร ต่างจากประชาธิปไตย ที่เขาเรียกว่า Democracy
ประเทศไทยของเราหากพิจารณาตามความหมายนี้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่ เรามีแต่โจราธิปไตย น้อยครั้งที่เรามีคนดีมาปกครอง เวลานี้เมื่อมีการปฏิวัติ น่าจะถึงเวลาที่ประเทศไทยจะได้ก้าวล่วงจาก โจราธิปไตย ไปเป็น ประชาธิปไตยได้เสียที แต่การปฏิวัติที่ผ่านมาแต่ละครั้งล้วนไม่ได้แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ปฏิวัติมาแต่ละครั้ง ปัญหานี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และก็อ้างเรื่องการทุจริตมาเป็นข้ออ้างในการทำปฏิวัติทุกๆ ครั้ง จึงเกิดการปฏิวัติอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็อาจเป็นความจริงที่นักการเมืองที่ถูกปฏิวัติก็ทุจริตจริงๆ หากครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติครั้งสุดท้ายที่จะมีในประเทศไทย ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันควรต้องได้รับการแก้ไขเพื่อต่อไปจะไม่อาจนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อการปฏิวัติได้อีก ประเด็นคำถามคือ ทำไมการเลือกตั้งส่วนใหญ่ในแต่ละครั้งจึงมีแต่คนไร้ศีลธรรม ไร้คุณธรรม ไร้จริยธรรม ชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ทำไม่คนดีมีศีลธรรม หวังดีต่อชาติไทย ไม่อาจเข้ามาทำงานการเมืองได้
ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างในสหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน เขามีมาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันที่เข้มแข็ง สร้างความโปร่งใสที่แท้จริง มีบทลงโทษที่รุนแรง สังคมมีการประณามคนเหล่านี้อย่างรุนแรง กว้างขวางเปิดเผย เป็นคนที่สังคมรังเกียจ แต่ในประเทศไทย คนเลวเหล่านี้กลับได้รับการยกย่อง เพียงเพราะคนชั่วเหล่านี้ร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่ปกป้องคนเหล่านี้จากการถูกประณาม เรียกว่า “กฎหมายหมิ่นประมาท” ที่คนเลวฟ้องร้องได้แม้คนอื่นเขาเล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับมันว่ามันทำชั่วอะไรมาบ้าง ไม่ต้องละอายใจในบาปที่ตนก่อ เพราะสังคมไม่กล้าประณาม เมื่อเป็นอย่างนี้ คนเลวก็สนใจทำงานการเมืองกันมาก กีดกันคนดีไม่ให้มีโอกาส
ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ควรถูกยกเลิก ระเบียบพัสดุด้วยทางอิเล็กทรอนิกส์ 2549 ก็ควรถูกยกเลิก และควรมีพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างฯโดยรัฐฉบับใหม่ที่ร่างขึ้นมาในลักษณะที่นานาประเทศที่เจริญแล้วใช้อยู่ มีการศึกษาโดยคณะอาจารย์นิติศาสตร์จากจุฬาฯ ภายใต้การสนับสนุนของ ป.ป.ช. พบว่า กฎหมายในต่างประเทศมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้ดี ป้องกันไม่ให้โจรเข้ามาทำงานการเมืองได้ ส่วนของไทย ระเบียบพัสดุฯ ทั้งสองฉบับดังกล่าว มีช่องทางการทำทุจริตได้ง่ายๆ และฟ้องร้องได้ยาก ด้วยเหตุผลที่อยากจะยกให้พิจารณาบางประการดังนี้ คือ
1. การกำหนดนโยบายก่อนที่จะมีการจัดซื้อจัดจ้างฯ เกิดขึ้น อาศัยการออกระเบียบเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคพวก ทำในลักษณะวางนโยบายสร้างประโยชน์ต่อชาติ อันจะทำให้หาหลักฐานเอาผิดได้ยาก
2. รวมศูนย์อำนาจไว้ที่นักการเมืองกลุ่มเดียวหรือกำหนดไว้ที่หัวหน้าหน่วยงานคนเดียวที่สนองนโยบายทุจริตในการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เช่น การกำหนดคุณสมบัติเพื่อให้เหลือผู้มีสิทธิน้อยราย หรือรายเดียว รวมโครงการเล็กๆ หลายโครงการเป็นโครงการใหญ่โครงการเดียวเพื่อง่ายแก่การทุจริต หรือแยกออกเป็นหลายโครงการเล็กๆ เพื่อหลีกเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ ตามแต่กรณี
3. ไม่ยอมให้มีกลไกตอบสนองการโต้แย้งจากเอกชนใดๆ ที่สนใจร่วมประมูลในโครงการอย่างเป็นธรรม เอกชนไม่อาจแสวงหาความยุติธรรมได้ ไม่มีความโปร่งใส อำนาจสิทธิขาดตกอยู่กับเขาเหล่านี้เท่านั้น ความจริง หากจะรู้ได้ล่วงหน้าว่าเงื่อนไขใดที่กำหนดไม่สุจริตยุติธรรม คนที่รู้ดีที่สุดคือเอกชนที่สนใจร่วมแข่งขันในการประมูลงาน เมื่อจำกัดสิทธิในการร้องเรียน ไม่ตอบสนองข้อร้องเรียนต่างๆ การทุจริตย่อมทำได้ง่าย
4. ใช้กรรมการชุดเดียวเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างฯ บริหารคัดเลือกผู้ชนะ และบริหารการดำเนินการ ตรวจรับงาน ฯลฯ แม้อาจมีกำหนดคณะอนุกรรมการฯต่างๆ ไว้บังหน้าบ้าง แต่สุดท้ายก็ขึ้นกับคณะกรรมการชุดเดียวอยู่ดี
5. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ไม่กล้าก้าวก่ายในโครงการที่รัฐมนตรีดูแลอยู่ จึงไม่กล้าดำเนินการวินิจฉัยข้อร้องเรียนใดๆ ที่อาจมี เนื่องจากประธาน กวพ. ย่อมกลัวถูกย้าย เสียตำแหน่งทางราชการระดับสูงที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่
6. การอนุญาตให้ใช้วิธีพิเศษ แม้กับโครงการที่มีมูลค่ามหาศาลก็ยังทำได้ วิธีพิเศษคือวิธีซื้อกับใครก็ได้ จ้างใครก็ได้ ราคาเท่าใดก็ได้ เป็นวิธีเปิดช่องให้เกิดการทุจริตโกงกินเงินจำนวนมากที่ทำได้แบบพิเศษ ที่ยากแก่การหาหลักฐานเอาผิดได้ ที่ผ่านมาวิธีนี้ใช้มาแล้วกับการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจัดเป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งหากได้ทุจริตก็ย่อมทำได้ไม่ยาก และหาหลักฐานเอาผิดได้ยาก โครงการนี้จึงยังมีคดีฟ้องร้องคาราคาซังอยู่หลายๆ คดีที่ ป.ป.ช. ที่การไต่สวนหาหลักฐานเพื่อการฟ้องร้องในศาลยังไม่คืบหน้าเลย
7. ภายใต้ระเบียบพัสดุฯ เอกชนที่เข้าร่วมการทุจริตไม่มีความผิดใดๆ เลย ทั้งๆ ที่เอกชนเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ มีส่วนในการปล้นชาติอย่างแท้จริง
8. บทลงโทษนักการเมืองและข้าราชการที่ร่วมกันทำทุจริตกำหนดไว้เบามาก หากเป็นข้าราชการมักมีโทษเพียงตักเตือน ลดตำแหน่ง หรืออาจให้ออกโดยไม่มีเงินบำนาญ แต่หากโกงได้เงินมามาก เงินบำนาญย่อมไม่มีความหมาย กรณีเป็นนักการเมืองหากพบว่าผิดในชั้นศาล ก็มีโทษปรับเงินจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับเงินที่โกงไป และโทษจำคุกมักรอลงอาญา หรือหากไม่รอลงอาญา ก็มักมีการแจ้งให้หลบหนีไปเสวยสุขกับเงินที่โกงได้ที่ต่างประเทศ
ในประเทศที่เจริญแล้วคนทุจริตเหล่านี้มักถูกยึดทรัพย์จำนวนมากหรือยึดทรัพย์ทั้งหมด และมักจำคุกนานมาก และยังประณามให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แต่ในไทยแม้ตนถูกพิพากษาว่าทุจริต ญาติหรือลูกหลานตนก็ยังทำงานการเมืองได้ ได้ทำงานในตำแหน่งต่างๆ ในรัฐบาล มีส่วนในการบริหารประเทศเพื่อให้ตนร่ำรวยขึ้นได้อีก
หากประเทศไทยจะมีประชาธิปไตย ควรแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ด้วยการปฏิรูปกฎหมาย ให้มี พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯโดยรัฐแบบที่มีในประเทศสหรัฐ อังกฤษ หรือเยอรมัน อันเป็นประเทศที่เจริญแล้ว จุดเด่นคือเป็นกฎหมายที่กำหนดให้มีกลไกการตรวจสอบ การให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร่วมประมูลงาน การมีหน่วยงานที่ไม่มีส่วนได้เสียมาพิจารณาข้อร้องเรียนเมื่อมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นไปเพื่อการทุจริต ไม่เกรงกลัวอำนาจของนักการเมือง มีอำนาจสั่งให้หน่วยงานรัฐให้คำอธิบายถึงเหตุผล เช่นในการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิในการประมูลว่าทำไมต้องเป็นเช่นนั้น วิธีคัดเลือกผู้ชนะว่าวิธีที่กำหนดไว้อย่างนี้เพราะเหตุผลอย่างนี้ สามารถอธิบายให้เป็นที่ยอมรับได้จากทุกฝ่าย อธิบายให้บริษัทที่แพ้การประมูลเข้าใจและยอมรับความพ่ายแพ้ได้อย่างสิ้นสงสัย ฯลฯ มีอำนาจสั่งการให้ชะลอการประมูล ชะลอโครงการ จนกว่าได้แก้ไขสิ่งผิดให้ถูกต้อง ลดการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คนกลุ่มเดียว สร้างกลไกคานอำนาจจากหน่วยงานที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้มีการตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจนกระทั่งสิ้นสุดกระบวนการ ทั้งหมดนี้จะสามารถสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นได้ ลดการทุจริตลงได้
ภายใต้รัฐสภาที่ประกอบด้วยสมาชิกรัฐสภาที่เราเคยมี พบว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ แม้ไม่ทั้งหมด ที่ร่วมกันครองเสียงข้างมากในสภาฯ ล้วนมุ่งหวังเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อให้ตนเองร่ำรวย หากหวังว่าเขาเหล่านั้นจะพิจารณาออกกฎหมายสร้างความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตเพื่อเป็นการขัดขวางความสามารถของพรรคพวกตนเองในการปล้นชาติแล้ว สิ่งนี้ย่อมไม่อาจหวังได้ แต่หากการปฏิวัติครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้หวังดีต่อประเทศไทยของเราจริงๆ กฎหมายป้องกันการทุจริตอย่างนี้ย่อมเป็นสิ่งที่หวังให้มีได้ ประชาธิปไตยในประเทศไทยจึงอาจมีได้ เพราะคนเลวจะเห็นความเสี่ยงในการทำงานการเมือง ที่มีบทลงโทษที่อาจยึดทรัพย์ตนเองและของครอบครัวทั้งหมดที่เคยมีมาก่อนหากพบว่ามีความผิด โทษจำคุกตลอดชีวิตอาจมีได้ภายใต้กฎหมายใหม่ สามารถถูกประณามให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้ ให้วงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียงได้ กระทบต่ออนาคตลูกหลานได้ ฟ้องร้องใครเรื่องหมิ่นประมาทไม่ได้เมื่อเป็นเรื่องจริง
อย่างนี้จึงอาจทำให้เห็นว่าไม่คุ้มค่าความเสี่ยงในการเข้ามาหาความร่ำรวยจากการทำงานทางการเมืองไม่เข้ามาแข่งขันสมัครรับเลือกตั้ง คนดีๆ มีศีลธรรมที่หวังดีต่อชาติไทย จะได้มีโอกาสชนะเลือกตั้งเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเจริญให้ชาติไทยของเราได้ การเมืองเป็นกิจกรรมที่นักการเมืองควรต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อทำให้แผ่นดินไทยน่าอยู่สำหรับคนไทยทุกคน ไม่ใช่กิจกรรมแสวงหาอำนาจเพื่อสร้างความร่ำรวย หากทำได้ดังนี้ ความหวังให้มีประชาธิปไตยมาแทนโจราธิปไตยในประเทศไทย ย่อมเป็นสิ่งที่หวังได้
--------------------------------
ข้อมูลนักเขียน :
บัณฑูร วงศ์สีลโชติ
ประธานคณะกรรมการความยั่งยืนทางธุรกิจ
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย






