วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุคลิกกับการใช้เครือข่ายสังคม

มีงานวิจัยหนึ่งที่ได้รับทุนวิจัยจากกองทัพสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อนที่ศึกษาเกี่ยวกับบุคลิกภาพของคนกับลักษณะการใช้งานเครือข่ายสังคม

โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสามารถแยกแยะบุคลิกภาพของผู้คนได้โดยดูจากการใช้งานเครือข่ายสังคม แทนที่จะต้องใช้แบบสอบถามว่าใครมีบุคลิกเป็นอย่างไร อยากได้คนแบบไหนมาร่วมงานก็ขอดูเฟซบุ๊คให้รู้ไปเลยว่าใช่บุคลิกที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งงานวิจัยใช้การวิเคราะห์ทางสถิติที่ซับซ้อน จนสามารถพยากรณ์ได้แม่นยำเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าจะทำตามให้ได้ผลเหมือนกับงานวิจัยนี้คงไม่ง่ายนัก อย่างไรก็ตาม พอจะนำแนวคิดพื้นฐานของการวิจัยนี้มาประยุกต์ใช้แยกแยะคนโดยดูลักษณะการจากใช้เครือข่ายสังคมในภาพกว้างๆ ที่ไม่มีการวิเคราะห์ที่ซับซ้อนใดๆ

เราสามารถแบ่งคนตามบุคลิกภาพได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่ใช้กันมากนั้นจะแบ่งบุคลิกภาพออกเป็นห้าแบบคือ ชอบแสดงตัว ยินดีประนีประนอม มีจิตสำนึกอยู่เสมอ หวั่นไหวมากกว่าคนทั่วไป และใจกว้างพร้อมเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอ ซึ่งที่จริงแล้วคนเราแต่ละคนก็มีบุคลิกทั้งห้าแบบนี้ผสมอยู่ด้วยกัน เพียงแต่คนแต่ละคนจะมีบุคลิกแบบใดแบบหนึ่งโดดเด่นกว่าแบบอื่น เราจึงได้พบคนที่ชอบแสดงตัว คนที่หวั่นไหวไปทุกเรื่องไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ คนที่คิดทุกอย่างก่อนที่จะพูดอะไรออกมา บุคลิกที่แสดงออกอย่างโดดเด่นในแต่ละแบบนี้มีผลต่อวิธีการใช้งานเครือข่ายสังคมของคนแต่ละคน

ถ้านึกเองว่าจะทราบได้อย่างไรว่าคนไหนเป็นคนที่ชอบแสดงตัว ชอบคบผู้คนเยอะๆ ก็คงเดาว่าให้ดูจากจำนวนเพื่อนฝูงที่อยู่ในเครือข่ายสังคมเดียวกัน ใครมีเพื่อนอยู่เต็มเฟซบุ๊ค คนนั้นน่าจะเป็นคนที่ชอบแสดงตัว แต่กลับกลายเป็นว่ากิจกรรมและจำนวนเพื่อนมีผลในการแยกแยะบุคลิกได้เพียงแค่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ไม่มากอย่างที่คาดเดากันไว้ ดังนั้น คนที่มีเพื่อนในเครือข่ายสังคมเยอะๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ชอบเปิดตัว และมีการแสดงออกที่มากกว่าคนอื่นเสมอไป จะรับคนมาทำงานด้านการขาย แล้วหวังว่าอยากได้คนที่เปิดตัวเข้าหาผู้คนได้ดี ไปดูเฟซบุ๊คของคนนั้นเห็นว่าเพื่อนเยอะแยะ แต่พอลงสนามจริงไปพบลูกค้ากลับกลายเป็นคนละคน ไม่มีเพื่อนในโลกจริงมากมายเหมือนในโลกเฟซบุ๊ค

ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนที่แสดงไว้ในเครือข่ายสังคมมีผลในการแยกแยะบุคลิกของคนได้ใกล้เคียงกับจำนวนเพื่อน หรือเวลาเฉลี่ยในการใช้งาน คือ ช่วยแยกแยะได้ประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากทราบในเบื้องต้นว่าใครมีบุคลิกอย่างไร ก่อนที่จะเจอะเจอตัวจริง ให้ตามดูโปรไฟล์ของคนนั้นในเฟซบุ๊คในไลน์ ในอินสตาแกรมล่วงหน้าไว้ก่อน ดูคู่กับกิจกรรมอื่นๆ ที่กระทำโดยผ่านเครือข่ายสังคม คนชอบแสดงตัวจะบอกอะไรต่อมิอะไรของตนเองมากกว่าคนที่มีบุคลิกแบบอื่นอย่างชัดเจน ในขณะที่คนที่หวั่นไหวอยู่เป็นประจำกลับปกปิดหลายอย่างที่คนทั่วไปเปิดเผยไว้ในโปรไฟล์ แม้แต่ชื่อจริง นามสกุลจริง คนที่หวั่นไหวอยู่เป็นประจำก็ไม่ยอมบอกไว้ คนที่ชอบแสดงตัวจะเขียนข้อความยาวๆ อยู่เป็นประจำ ในขณะที่คนช่างหวั่นไหวนั้นเขียนนิดเขียนหน่อยจนดูไม่ออกว่าจะเชียร์หรือจะด่ากันแน่ คนใจกว้างที่พร้อมรับประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอนั้นมักจะกดไลท์ ใส่เฟเวอร์มากกว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบอื่นๆ ดังนั้น ถ้าดูแค่โปรไฟล์กับรูปแบบการใช้งานควบคู่กันไป เราจะพอแยกแยะได้ว่าใครมีบุคลิกอย่างไร ระหว่างใจกว้างยอมรับสิ่งใหม่เสมอ ชอบแสดงออก และหวั่นไหว

สิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการแยกแยะบุคลิกภาพได้แก่ ถ้อยคำที่เลือกใช้ในการใช้งานเครือข่ายสังคม ซึ่งมีบทบาทในการแยกแยะกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเราแยกแยะบุคลิกของคนได้จากการดูถ้อยคำที่ใช้ในการใช้งานเครือข่ายสังคมจะได้ผลดีกว่าดูจำนวนเพื่อน หรือดูเวลาการใช้งานถ้ามีการกล่าวถึงการยืนยันเรื่องต่างๆ อยู่เป็นประจำ บางทีก็ใช้ถ้อยคำสบถสาบานเพื่อช่วยยืนยันสิ่งที่ตนเองเชื่อ มักกล่าวถึงเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ เช่นเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนหนุ่มคนสาว อยู่เสมอๆ กล่าวถึงการรับรู้รับทราบ ชอบชวนให้สังเกตสิ่งต่างๆ อยู่เพียงด้านใดเป็นประจำ ชวนให้มองเรื่องต่างๆ ในหลายมุมมองแทนที่จะเขียนชวนให้ดูเพียงมุมใดมุมหนึ่ง คนที่ใช้เครือข่ายสังคมในทำนองนี้เป็นคนที่มีจิตสำนึกอยู่เสมอ ข้อความที่เขียนในเครือข่ายสังคมจึงสะท้อนให้เห็นว่าเขารอบคอบมากกว่าอื่นๆ

ถ้าข้อความที่เขียนในเครือข่ายสังคมเป็นบ่งบอกความสุข ความทุกข์ ความรัก หรือแสดงให้เห็นอารมณ์ หรือผลกระทบทางจิตใจมากเป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับการกล่าวถึงสารทุกข์สุกดิบทางร่างกาย เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย การเจ็บไข้ได้ป่วย จะกล่าวถึงอะไรก็แล้วแต่ จะชอบโยงกลับมาหาเรื่องอารมณ์ จิตใจ หรือสังขารอยู่เป็นประจำ เปรียบเทียบทุกอย่างเข้ากับสองสามเรื่องที่กล่าวมาได้เสมอ คนแบบนี้เป็นคนที่ยินดีที่จะประนีประนอมกับเรื่องต่างๆ มากกว่า และที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีบุคลิกเป็นคนหวั่นไหวคือ มักอ้างข้อความที่แสดงความวิตกกังวลปะปนไปกับทุกเรื่องที่เผยแพร่บนเครือข่ายสังคม และหากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีการกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับการกินโยงเข้ากับสารพัดเรื่องได้อย่างกลมกลืน คนใจกว้างที่พร้อมจะรับเรื่องใหม่ๆ ที่มาท้าทาย มักโยงเรื่องต่างๆ เข้ากับการเงินการทองได้แนบเนียนกว่าคนแบบอื่น

เราอาจแยกแยะบุคลิกภาพของคนที่เราจะติดต่อคบค้าสมาคมด้วยการสังเกตการโพสต์ข้อความในไลน์ ในเฟซบุ๊ค ถ้าเป็นรูปภาพก็ลองอนุมานว่ารูปบ่งบอกไปในทางใด อย่างน้อยก็พอรู้ล่วงหน้าได้บ้างว่ากำลังจะคบค้ากับคนแบบไหน จะได้ไม่เสียใจที่เสียเวลาคบคนผิด