วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ

ที่เวลานี้ "ไม้ประดู่" ภายในประเทศไทยเริ่มหายาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบถี่ยิ่งขึ้นจึงยากต่อการลักลอบตัด

ดังนั้น กลุ่มพ่อค้าไม้ จึงได้หันมาโค่น "ไม้ชิงชัน" ซึ่งเป็นไม้กลุ่มเดียวกันกับ "ไม้ประดู่" ดูด้วยตาเปล่าแยกออกจากกันแทบไม่ได้ พ่อค้าไม้ อุปโลกน์ให้เป็นไม้ชนิดเดียวกัน "อัพราคาขายไปยังต่างประเทศ" ได้ราคาดี

>>> สิ่งที่เปิดช่องให้ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ ทำผิดกฎหมายได้ โดยอาศัย "สนธิสัญญาบาร์เซโลนา" ที่ระบุให้ประเทศที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเล สามารถส่งออกไม้ผ่านประเทศที่มีพื้นที่ติดทะเลได้ และด้วยสนธิสัญญานี้เองที่เราเห็นการจับกุมไม้ในตู้คอนเทนเนอร์ที่อุบลราชธานี และจังหวัดชายแดนไทย-สปป.ลาว เพราะ "ไม้ประดู่" เป็นไม้ต้องห้ามส่งออกต่างประเทศ พบนำมาปะปนกับไม้ชนิดอื่นเพื่อส่งออก

>>> เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ เปิดเผยว่า ท่าเรือเชียงแสน และสะพานเชียงของ จังหวัดเชียงราย คือจุดใหญ่ที่จะส่งออกไม้จากไทยไปประเทศจีน ประกอบกับที่ผ่านมา "สนธิสัญญาบาร์เซโลนา" ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นไม้ต้องสงสัยไม่ได้ แม้จะสงสัยว่าไม้ที่ส่งออกเป็นไม้ที่ตัดจากประเทศไทย แล้วนำข้ามไปที่ฝั่งสปป.ลาว ก่อนจะนำกลับเข้ามาเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ

>>> แต่เมื่อกองทัพ ประกาศใช้กฎอัยการศึก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ทำรัฐประหาร พร้อมกำหนดให้เรื่องการบุกรุกทรัพยากรป่าไม้เป็นยุทธศาสตร์ด้านสังคมที่ต้องแก้ไข "กองทัพ" จึงมีอำนาจเต็ม ในการตรวจค้นรถต้องสงสัย จำนวน 12 คันรถพ่วง ที่ด่านท่าลี่ ปรากฏว่า ใน 12 คันรถพ่วงมีทั้งไม้ท่อน ไม้แปรรูป

>>> ปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนั้น พบว่า 1 ใน 12 รถพ่วงไม่มีดวงตรา "กมล.08" ซึ่งเป็นดวงตราของกรมป่าไม้ลาว และยังไม่มีตรา "ต" ซึ่งเป็นเครื่องหมายร่วมตรวจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย หลังตรวจยึด มีผู้มาแสดงเอกสารการส่งออก พร้อมแจ้งว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไทย ที่ไม่ได้ประทับตราร่วมตรวจ ซึ่งหากสอบสวนจริงๆ จะเห็นว่าการส่งออกไม้ไปประเทศจีน ของขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ มีคนเกี่ยวข้องหลายส่วน

>>> ที่สุดชุดปฏิบัติการพิเศษ ยอมปล่อยทั้ง 12 คันรถพ่วงไป แต่เป็นบทเรียนที่ชุดปฏิบัติการเห็นพิรุธของขบวนการนี้แล้ว และยังมีอีก 500 ใบอนุญาต ที่รอขนไม้ออกนอกประเทศ ซึ่งหมายถึง 500 คันรถ ชุดปฏิบัติการจะตรวจสอบอย่างละเอียด และจะไม่ปล่อยให้ไม้ผ่านแดนออกไปหากไม่มีดวงตราที่ถูกต้องครบทุกฝ่าย

>>> ส่วนช่องทางนำไม้ออกนอกประเทศ นอกจากเส้นทางเชียงรายซึ่งไปได้ทั้งเรือ และรถ แล้ว ยังมีอีก 1 เส้นทางคือจากอุบลราชธานี ขนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ มาลงเรือที่แหลมฉบัง จุดหมายปลายทางคือประเทศจีน

>>> เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษ ทราบถึงเส้นทางส่งออกไม้แล้ว การปิดช่องทางอีกหนึ่งช่องทางคือ "โกดัง" ที่กระจายไปตามตะเข็บชายแดน เพราะเชื่อว่า "โกดัง" เหล่านี้จะเป็นที่ซุกซ่อนของผิดกฎหมาย ทุกชนิด รวมถึงไม้พยุง จึงจะเข้าตรวจค้น และตรวจโควตาไม้ด้วย เพื่อตัดต้นตอนการส่งออกไม้ผิดกฎหมาย เนื่องจากหากตัดช่องทางการส่งออกได้ เชื่อว่า ปัญหาการลักลอบตัดไม้พยุงในประเทศไทยจะดีขึ้น