คงไม่ได้รู้สึกไปเองคนเดียวกับช่วงหลังการรัฐประหารที่ "โลกเสมือน" ในระบบอินเทอร์เน็ต ลดดีกรีความร้อนแรง
ของข้อมูลข่าวสารทางการเมืองลง ตามบรรยากาศในโลกแห่งความเป็นจริงภายใต้การกำกับดูแลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
O จะว่าไปก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะเป็นการควบคุมภายใต้ภาวะ "ไม่ปกติ" จากบนลงล่าง จากอำนาจท็อปบูท ทุกอย่างจึงเป็น "เอกภาพ" เมื่อเป็นเช่นนี้ "สิ่งที่ทำได้ยาก" อย่างการสกัดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาใน "เว็บไซต์" ซึ่งมีเครือข่ายใยแมงมุมเชื่อมโยงกันทั้งโลกอย่างสลับซับซ้อน และรัฐบาลชุดก่อนๆ อ้างว่าเป็นไปได้ยาก...จึง "เป็นไปได้" ขึ้นมา
O ผู้เชี่ยวชาญสาย "ไอที" ให้ข้อมูลว่า แท้ที่จริงแล้ว "สิ่งที่เห็น" อาจไม่ใช่ "สิ่งที่เป็น" เสมอไป เพราะวิธีการสกัดกั้นก็เป็นวิธีการเดียวกับที่ทำใน "ภาวะปกติ" เพียงแต่การ "โอเปอเรชัน" หลังการรัฐประหารภายใต้การกำกับของ คสช. ทำได้ทุกระดับ และครอบคลุมกับทุก "สื่อ" ทั้งกระแสหลัก กระแสรอง เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย
O ถ้าถอยกลับไปมองภาพรวมจะเห็นว่า ไม่ได้มีแค่สื่อในโลกเสมือน (เฉพาะสื่อที่กระทบต่อความมั่นคง) เท่านั้นที่ถูกควบคุมหลังการรัฐประหาร แต่ "สื่อกระแสหลัก" และ "สื่อกระแสรอง" ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ถูกควบคุมด้วย
O เมื่อกระแสการไหลบ่าของ "ข้อมูลข่าวสาร" ถูกบล็อก ไม่ว่าต้นตอข้อมูลจะมาจากที่ใด โดยเฉพาะจากสื่อกระแสหลักและรอง จึงส่งผลเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้ "โซเชียลฯรากหญ้า" นำไปแพร่กระจายแบบ "ปากต่อปาก" ในช่องทางอื่น ทุกอย่างในโลกออนไลน์จึงไม่ต่างจากผิวน้ำที่คลื่นลมสงบ แต่ใต้น้ำนั้นไม่อาจมองเห็นได้ว่าเป็นอย่างไร
O ดังนั้นสถานการณ์ใน "โลกออนไลน์" จึงถือว่าเป็นคลื่นลมสงบชั่วคราว เพราะถ้ามองยาวๆ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตย่อมหนักใจ เนื่องจากปริมาณการ "ปิดกั้น" ไม่ได้เป็นแค่ "ยูอาร์แอล" เดียว แต่เป็น "ทั้งเว็บ" ซึ่งมียูอาร์แอลมหาศาลอยู่ในนั้น ผลกระทบอาจเป็นลูกโซ่ไปถึงภาคประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกจากการเข้าใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ ฉะนั้นความร่วมมือของผู้ให้บริการย่อมมี "ระยะเวลา" ไม่อาจทำได้ตลอดไป หรือชั่วกัลปาวสาน
O ที่สำคัญการปิดกั้นทำได้กับ "คนไม่รู้" แต่ "คนที่รู้" ก็ยังหาช่องทางไปได้อยู่ดี จึงจำเป็นต้องมีมาตรการอื่นๆ ที่ต้องทำในโลกแห่งความเป็นจริงควบคู่กันไปด้วย อย่างเช่น การบังคับใช้กฎหมาย "อย่างเป็นธรรม" การให้ความรู้ หรือการสร้างบรรยากาศความสมัครสมานสามัคคีที่กำลังดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้
O อยากฝากไปถึงผู้รับผิดชอบในระดับสูงว่า การเล่นดนตรี เต้นรำเถิดเทิง เป็นแค่ความเคลื่อนไหวภายนอกที่มิอาจสรุปได้ว่าประเทศไทยสมานฉันท์ปรองดองแล้ว เพราะต้องไม่ลืมวลีที่ว่า "ยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด"









