วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรองดองสมานฉันท์ ต้องต่อต้านคอร์รัปชัน

ผมกำลังรออยู่ว่านโยบายหลักของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน

จะมีลำดับความสำคัญและมีมาตรการชัดเจนอย่างไร

เพราะว่า หลายเป้าหมายระดับชาติที่กำลังเป็นวาระสำคัญขณะนี้ จะไม่มีวันสำเร็จได้ หากว่าผู้อาสาเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่ลงมือจัดการกับพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวงในระดับต่างๆ ของประเทศ

อีกทั้ง จะต้องกำจัดเรื่องของ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ในมวลหมู่ข้าราชการ นักการเมือง และ ผู้มีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมืองทั้งหลาย ให้สิ้นซาก

เหตุผลหนึ่งที่ประชาชนคนไทยจำนวนมากมาย ออกมาเรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูป” นั้น ก็คือ การต้องการเห็นการ “ทำความสะอาดประเทศชาติ” อันหมายถึง การแก้ไขกฎกติกาและวิถีปฏิบัติในวงการระดับสูง ที่เอื้อต่อการฉ้อฉล โกงกินเงินภาษีประชาชน และการเล่นพรรคพวก ใช้เส้นสายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนเพียงบางกลุ่มที่มีอำนาจเท่านั้น

เป้าหมายของการปรับปรุงประสิทธิภาพในระบบราชการ และ การ “ยกเครื่อง” รัฐวิสาหกิจทั้งหลาย จะไม่มีทางสำเร็จได้เลย หากว่าไม่มีการกวาดล้างประเพณีของการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของผู้ใหญ่ในการหาประโยชน์ใส่ตน

ประเทศไหนที่ต้องมีการจ่าย “เงินใต้โต๊ะ” ถึง 30% อย่างที่รับรู้กันในสังคมไทยวันนี้ ประเทศนั้นไม่มีทางเจริญก้าวหน้าพ้นจากสภาพของการด้อยพัฒนาได้ ไม่ว่าภาพข้างนอกจะเห็นว่ามีการพัฒนาเศรษฐกิจไปได้มากเพียงใด ก็ตาม

เพราะว่า คอร์รัปชันเป็น “มะเร็งร้าย” ของระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และหากว่าผู้นำไม่มีความจริงจังหรือจริงใจ มีแต่เพียงการประกาศเป็นนโยบายที่สวยหรูบนแผ่นกระดาษหรือป้ายโฆษณาหาเสียง การอาสาเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง ก็ไม่อาจจะทำตามที่รับปากกับประชาชนได้

การที่ประเทศไทยมีความขัดแย้งมาหลายปี จนบ้านเมืองเกือบจะพังทลายนั้น สาเหตุสำคัญก็มาจากการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบนั่นเอง

คอร์รัปชันในแวดวงการเมืองซ่อนรูปมาในหลายมิติ รวมไปถึงนโยบาย “ประชานิยม” ที่เอาเงินภาษีประชาชนไปลด แลก แจก แถม ให้แก่ชาวบ้าน จนเกิดความเข้าใจผิดว่านักการเมืองเหล่านั้นมีความรักและเห็นใจประชาชนรากหญ้าจริงๆ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว การ “ซื้อความนิยม” เช่นนั้น คือ การปูทางไปสู่ความฉ้อฉลในรูปแบบทุกระดับ

การใช้วัตถุล่อประชาชนเพื่อแลกกับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งคราวหน้า คือ “คอร์รัปชัน” ของระบอบเลือกตั้งในคราบของ “ประชาธิปไตย” เพราะว่า ประสบการณ์ของจริงก็พิสูจน์แล้วว่า นักเลือกตั้งที่ใช้เงินเป็นตัวกำหนดทุกอย่างนั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว ก็หลอกประชาชนไปวันๆ

ความล้มเหลวของนโยบายจำนำข้าว สะท้อนชัดว่า นักการเมืองและข้าราชการกับพ่อค้า สามารถอ้างชาวไร่ชาวนาเป็นเครื่องมือในการโกงกินอย่างมโหฬาร

การเล่นพรรคเล่นพวก การสร้างเครือข่ายการเมือง เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับกลุ่มของตน และการสร้างโครงการใหญ่ๆ ที่อ้างว่าทำเพื่ออนาคตประเทศ ที่ใช้เงินนอกงบประมาณ ตรวจสอบไม่ได้นั้น คือ วิธีการที่สร้างความร่ำรวยให้กับผู้มีอำนาจ อย่างปฏิเสธไม่ได้

ผู้อาสาเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง จะต้องเริ่มต้นด้วยการเสียสละ และถือเอาการปราบปรามคนฉ้อโกงบ้านเมืองเป็นวาระสำคัญในระดับต้นๆ เพราะหากว่าไม่มีเป้าหมายของการชำระสะสางเรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวงแล้ว การทำทุกอย่างก็ไม่อาจจะเข้าข่ายความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ทุกวันนี้ สังคมไทยได้สร้างเครือข่ายการต่อต้านคอร์รัปชัน และการปฏิรูปอย่างจริงจังที่เข้มแข็งและกว้างขวางในระดับหนึ่งแล้ว จึงสมควรที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะประสานส่งเสริมผลักดันพลังของสังคมด้านบวกเหล่านี้ ให้สามารถเดินหน้าทำงานสร้างชาติใหม่อย่างคึกคักให้จงได้

การสร้าง “ความปรองดอง” จะเกิดประสิทธิผลได้ ก็ต่อเมื่ออยู่บนพื้นฐาน “ความสมานฉันท์” ของการส่งเสริมคนไทยให้ต่อต้านการโกงกินทุกรูปแบบ ทำให้บ้านเมืองสะอาด โปร่งใส และ เท่าเทียม

นั่นคือ เข็มทิศเดินทางสำหรับ Road Map ...ที่แท้จริง