ชาวนาไทยเป็นเครื่องมือของนักการเมือง และนักเลือกตั้งมาตลอดหลายสิบปี และหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
จะช่วยปฏิรูปความเป็นอยู่ของ “กระดูกสันหลัง” ของชาติอย่างจริงจัง ก็จะต้องไม่หยุดอยู่แค่ช่วยให้การจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลก่อนเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
แต่ต้องเป็นการวางพื้นฐานของการแก้ปัญหาเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ถาวร และมีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง
ชาวนาจะต้องเป็นผู้มีอำนาจต่อรองกับนักการเมือง มิใช่เป็นเครื่องมือของนักเลือกตั้งที่จะหย่อนบัตรในคูหาเลือกตั้งเพื่อแลกกับนโยบาย “ประชานิยม” ระยะสั้นที่มีเป้าหมายชัดเจนคือทำให้ชาวนาอยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมืองนักฉวยโอกาสเท่านั้น
การที่ คสช.เร่งรัดให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงินให้ชาวนาไปก่อนระหว่างที่รอการกู้เงินก้อนใหม่ เพื่อจ่ายอีกกว่า 8 แสนคนที่รอเงินตามโครงการนี้ย่อมทำให้ชาวนายินดีกับความเร่งรัดของ คสช.
อีกทั้งการที่คำสั่งของ คสช.ไม่ให้เจ้าหนี้ทวงเงินชาวนาด้วยวิธีการเหี้ยมโหดและข่มขู่คุกคามอย่างที่เคยกระทำมา ก็เป็นการช่วยให้ชาวนาลืมตาอ้าปากในระยะนี้
ชาวนามาร่วมโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลที่แล้วประมาณ 1.6 ล้านราย นำข้าวส่งมอบโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ 11.8 ล้านตัน เป็นเม็ดเงินที่อยู่ในใบประทวนมีมูลค่าทั้งสิ้น 190,000 ล้านบาทเศษ ๆ
ธ.ก.ส.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลที่แล้วเป็นกลไกการจ่ายเงินให้ชาวนาโดยใช้เงินที่กระทรวงพาณิชย์ขายข้าวได้ และงบประมาณปี 2557 รวมทั้งงบกลางดูแลชาวนาได้ประมาณ 800,000 กว่ารายหรือประมาณครึ่งหนึ่งเป็นเงินที่จ่ายไปแล้ว 100,000 ล้านบาทเศษ ๆ
แปลว่ายังมีชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินประมาณ 850,000 รายหรือเป็นเงิน 90,000 กว่าล้านบาทและรอมาแล้วประมาณ 5-6 เดือน
เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามา ก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งรัดให้จ่ายชาวนาให้เร็วขึ้น
เดิมมีมติคณะรัฐมนตรีรัฐบาลชุดที่แล้วเมื่อ 21 มกราคม 2557 ให้ไปกู้จากสถาบันการเงินในวงเงิน 130,000 ล้านบาท โดยให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการ
แต่สถาบันการเงินทั้งหลายที่ได้รับการเชิญชวนไปร่วมประมูลเงินกู้ก่อนนี้ลังเล เพราะมติ ครม. เกิดหลังยุบสภา ทำให้ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลรักษาการมีอำนาจแท้จริงเพียงใด
เมื่อ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ก็ถือเอาเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ ด้วยการอนุมัติให้กระทรวงการคลังหาเงินกู้ที่ยังค้างชาวนาอยู่ 92,000 ล้านบาท คาดว่าเงินจะได้วันที่ 6 มิถุนายน
แต่เพื่อให้ชาวนาได้รับเงินเร็วกว่านั้น ก็ได้ให้ ธ.ก.ส.ให้เงินสภาพคล่องของตนไปพลางก่อน ซึ่งก็เริ่มจ่ายไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยตั้งงบไว้ที่ 40,000 ล้านบาท
ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลักษณ์ วจนานวัช บอกว่า ธ.ก.ส.ทุกสาขาเปิดจ่ายเงินให้ชาวนาถึงเที่ยงคืนทุกวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่อนาคตของชาวนาไทยไม่ได้อยู่แค่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คสช.จะต้องระดมแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างจริงจังและนำเสนอเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวนาอย่างแท้จริง ไม่อยู่ใต้อุ้งมือของนายทุน นักการเมือง หรือเครือข่ายการเกษตร ที่เอารัดเอาเปรียบชาวนามาตลอด โดยไม่มีรัฐบาลไหนที่ผ่านมาลงมือแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
ประเทศไทยไม่ได้ขาดข้อมูลหรือการวิเคราะห์วิจัยในเรื่องการยกฐานะความเป็นอยู่ของชาวนา เพราะเรามีนักวิชาการ, นักปฏิบัติ, ข้าราชการ, ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวเป็นจำนวนมาก แต่ข้อเสนอและผลงานวิจัยที่มีคุณค่าทั้งหลาย ไม่เคยถูกนำมาใช้เพราะไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของนักการเมือง
นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมามีผลทำให้ประเทศไทยที่เคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกถูกแซงหน้าทั้งด้านส่วนแบ่งตลาด, ราคาขาย, และคุณภาพข้าวที่ผลิตออกมาอย่างน่ากังวลยิ่ง
จำเป็นอย่างยิ่งที่คนทั้งประเทศจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับ “กระดูกสันหลัง” ของชาติอย่างจริงจัง และ คสช.จะต้องพิสูจน์คำประกาศที่จะช่วยเหลือชาวนาอย่างจริงใจ จริงจัง และยั่งยืนด้วยผลงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลที่ประชาชนจะเลือกมาบริหารประเทศภายใต้ระบอบ “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” อีกด้วย









