วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปประเทศอย่างไร โจทย์ใหญ่ท้าทายคสช.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจง

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งวานนี้ (26 พ.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญที่เน้นย้ำตั้งแต่วันแรก ที่ คสช. ประกาศยึดอำนาจ คือ การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ และกล่าวอีกว่าการยึดอำนาจในครั้งนี้ "ทหารไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง" พร้อมทั้งกับการแจกแจงว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้าง และจะทำอะไรต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ สร้างความปรองดองของคนในชาติ

แม้ว่าสื่อมวลชนที่ฟังการแถลงชี้แจง จะพยายามซักถามในประเด็นการเมืองสำคัญ คือ ใครจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว และกำหนดเวลาเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก นอกจากกล่าวว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะหากทุกอย่างคลี่คลายลง มาตรการต่างๆ ที่ออกมาควบคุมสถานการณ์ในขณะนี้ก็จะได้รับการผ่อนคลายลง นั่นหมายความว่ากระบวนการทั้งหมดในขณะนี้ มีสถานการณ์ความขัดแย้งเป็นตัวกำหนด

ขณะนี้ เราเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากที่ติดตามการเมืองนับตั้งแต่ยึดอำนาจนั้น อยากเห็นการบริหารประเทศนับจากนี้ไปว่า คสช. จะดำเนินการอย่างไร ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศและรูปร่างหน้าตาของรัฐบาลชั่วคราวจะเป็นอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมานั้น คนไทยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองถ้วนหน้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเลย เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ดังนั้น การบริหารงานของรัฐบาลชั่วคราวนับจากนี้ไป จะเป็นประเด็นที่ท้าทายอย่างมาก เพราะว่านอกจากจะต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาต่อเนื่องกันสองไตรมาสตั้งแต่ปลายปีแล้ว ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากบางประเทศที่ไทยทำมาค้าขายด้วย เพราะบางประเทศต่อต้านการยึดอำนาจรัฐประหาร ซึ่งเท่ากับว่าการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเผชิญกับแรงกดดันทั้งภายนอกและภายใน จึงเป็นโจทย์ใหญ่สำคัญของผู้ดูแลด้านนโยบายเศรษฐกิจว่าจะฝ่ามรสุมในครั้งนี้ได้อย่างราบรื่นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยถือว่ามีความแข็งแกร่ง ดังนั้นการฟื้นตัวคงไม่ยากนัก แต่ประเด็นใหญ่ยิ่งกว่านั้น คือ การปฏิรูปด้านสังคมการเมืองของประเทศ ซึ่งจากการฟังการแถลงของพลเอกประยุทธ์หลายครั้งที่ต้องการปฏิรูปในหลายด้าน ถือว่าเป็นงานใหญ่อย่างมาก และอาจต้องใช้เวลานานพอสมควร หากต้องการให้การปฏิรูปสังคมการเมืองของประเทศ มีโครงสร้างที่ชัดเจนว่าจะออกมาอย่างไร และด้วยกรอบเวลานี้เอง จะเป็นแรงกดดันสำคัญของรัฐบาลชั่วคราว รวมถึง คสช.

เราเห็นว่า การปฏิรูปประเทศในทุกด้าน เป็นสิ่งที่คนไทยสนับสนุนอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าเราเผชิญปัญหากันมามากในช่วงที่ผ่านมา แต่การดำเนินการปฏิรูปที่คนเห็นว่ามีกรอบเวลาไม่ชัดเจนนั้น อาจเป็นอันตรายอีกด้านที่ทำให้การทำงานไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องกรอบเวลาการเลือกตั้ง ภายใต้กติกาใหม่ ซึ่งเคยเป็นประเด็นใหญ่มาแล้วในอดีต ที่ความพยายามปฏิรูปสังคมการเมืองล้มเหลวลง และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ได้โดยง่าย