ผมรู้สึกกังวล อึดอัดและไม่ชอบใจเท่าใดนัก หลังระบอบการเมืองที่เป็นทางตันของประเทศมาช้านาน ต้องพึ่งพาบริการรถถัง
ในการทลายกำแพงฝ่าออกไป ใครจะว่า ผมเป็นคนโลกสวย ก็ไม่เห็นจะรับไม่ได้
ขณะเดียวกันผมก็รับไม่ได้กับระบบการเมืองที่ฉ้อฉล ใส่เสื้อประชาธิปไตยแต่หัวใจเผด็จการ เห็นการเลือกตั้งเป็นสิ่งสูงสุด ทั้งที่ผมคิดว่าการเลือกตั้งเป็นแค่สัญลักษณ์หนึ่งรูปแบบหนึ่ง เสี้ยวหนึ่งของระบบการปกครองเท่านั้น ดูกัมพูชาเป็นไร มีการเลือกตั้งแต่อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ ฮุน เซน กับพรรคพวกไม่กี่ตระกูล
ผมฝังใจกับอดีตและศึกษาประวัติศาสตร์ ที่ประเทศถูกปกครองโดยคณะทหาร เกรงว่าจะถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลก ผมอยู่ที่เวียดนามเมื่อเดือนพ.ย.2549 เรามีรัฐบาลหลังรัฐประหารคราวก่อน ในการร่วมสังเกตการณ์การประชุม ผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิคหรือเอเปคครั้งนั้น ผู้นำทั่วโลกไม่เจรจา ไม่หารือทวิภาคีกับผู้นำของเราเลย
คราวนี้หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช. เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ แล้วเริ่มกระชับอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยังเกรงว่าหลังจากนี้จะมีกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จำนวนมากเข้าไปขอแชร์อำนาจทหาร ซึ่งต้องระมัดระวังเพราะการขอแชร์อำนาจนั้นกลุ่มก้อนเหล่านั้นมักทำเพื่อตัวเอง จนทำให้ผิดวัตถุประสงค์ของการควบคุมอำนาจของคณะคสช.ได้
แน่นอนจะมีหลายคน หลายกลุ่มเดินเข้าไปแล้วบอกว่าทำอย่างนั้นซิ ทำอย่างนี้ซิ หอบข้อเสนอเข้าไปในนามของการช่วยจัดการประเทศ ในนามของความหวังดี ถ้าตั้งหลักไม่มั่นอาจทำให้เดินไม่ตรงได้ ขณะเดียวกันคสช.คงรู้อยู่แล้วว่าอำนาจแบบนี้ไม่สามารถคงอยู่ยาวไป
ต้องเร่งนำพาประเทศให้กลับสู่ปกติโดยเร็ว
ว่าแต่คนอื่น ผมเองก็อดเสนอบ้างไม่ได้ คสช.ควรใช้โอกาสนี้สะสางเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าบางประการ ที่เป็นผลพวงระบบที่ฝังรากและเป็นระบบที่ไม่ดีนัก เช่น เรื่องข้าว
แน่นอนการเร่งรัดจ่ายเงินชาวนาเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำทันที แต่หลังจากนั้นต้องสะสางเรื่องที่ตามมาอย่างเร่งด่วนเช่นเดียวกัน การเบรกไม่ให้ขายข้าวรัฐต่อรัฐที่เป็นปมใหญ่ของความไม่ชอบมาพากลของโครงการจำนำข้าวนั้นเป็นสิ่งจำเป็น
หลังจากนี้ควรนำบัญชีออกมาดู ข้าวทั้งหมดจำนำมาเท่าใด ขายไปเท่าใด เหลือเท่าใด ขายให้ใคร สมเหตุสมผลหรือไม่ แน่นอนคิดว่าคสช.อาจไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มากนัก ไม่ควรรับฟังเพียงข้อมูลจากภาคราชการอย่างเดียวโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ เพราะยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
ควรตั้งกรรมการอิสระสักชุดหนึ่ง มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการเรื่องนี้ (คณะนี้ไม่ควรมีพ่อค้า) ซึ่งผู้หวังดีอยากเห็นระบบที่ถูกต้องยังพอหาได้ ชำระสะสาง เช็กสต็อก ตรวจนับและประกาศอย่างเปิดเผยโปร่งใส ก่อนสั่งระบายออกอย่างเป็นขั้นตอน ในราคาที่เหมาะสม
ส่วนการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเรื่องข้าว น่าจะให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ดำเนินการต่อ โดยอำนวยความสะดวกในด้านข้อมูลต่างๆที่ติดขัดในช่วงที่ผ่านมา
อีกทางหนึ่งวางนโยบายเร่งด่วนในการเยียวยา ช่วยเหลือชาวนาในช่วงนี้ที่ราคาข้าวตกต่ำมาก และประสบต้นทุนสูงจากโครงการจำนำที่ยกระดับราคาไปทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย
สะสางภารกิจเร่งด่วน ไม่อยู่นานไป ส่งคืนอำนาจโดยเร็วที่สุด






