วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"คลิปตัดต่อ"...ปัญหากัดกร่อนสังคมไทย

ปัจจุบันโซเชียลมีเดีย (Social Media) ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด ยูทูป เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไฮไฟว์หรือไลน์ กลายเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารประชุ

แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดและแชร์ข้อมูลต่างๆ ระหว่างกันไปแล้วผู้เขียนเองยังได้ใช้โซเชียลมีเดียดังกล่าวเป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษายุคนี้ด้วยเช่นกัน แต่การเลือกหยิบข้อมูลในโซเชียลมีเดียมาใช้ถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชนย่อมต้องคัดเลือกอย่างสร้างสรรค์ หากไปหยิบจับเอาแนวคิดอันเป็นเท็จและผู้สอนไม่พิจารณาอย่างถ้วนถี่ ครูบาอาจารย์ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของผู้ประสงค์ร้ายในโซเชียลมีเดียไปโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญยังกลายเป็นผู้ปลูกฝังความรู้ผิดๆ ไปยังอนาคตของชาติอีกด้วย นับเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง

เมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสเข้าไปในเว็บบอร์ดยอดฮิตอย่าง Pantip.com ก็พบว่า มีคนนำคลิปวีดิโอตัดต่อของโรงงานผลิตไส้กรอกในเยอรมันมาโพสต์ไว้ โดยในคลิปนั้นได้นำภาพเครื่องกำจัดซากที่มีการโยนลูกหมูทั้งตัวเข้าไปในเครื่อง มาตัดต่อเพื่อให้ดูว่าเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไส้กรอก แล้วมีการชี้นำว่า โรงงานไส้กรอกของผู้ผลิตไทยรายหนึ่งก็ใช้เครื่องจักรแบบนี้หากไม่ใช้วิจารณญาณ และไม่ใช้ความคิดพิจารณาให้รอบคอบตามหลักวิชาการแล้วก็คงคล้อยตามในทันที ตามมาด้วยเกิดอาการเวทนาสงสารลูกหมู รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน พร้อมประกาศจะไม่กินไส้กรอกไปตลอดชีวิต แล้วก็รีบส่งต่อความเท็จนั้นผ่านโซเชียลมีเดียกระจายออกไปยังเพื่อนฝูง...ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าของมนุษยชาติ...

โชคยังดีที่ผู้คนที่สนทนาในกระทู้ดังกล่าว เป็นคนมีความรู้และคิดพิจารณาก่อน ทำให้ความเห็นต่างๆ ที่แสดงออกมา กลายเป็นแหล่งความรู้ขนานใหญ่ให้คนท่องเว็บได้นำไปคิดต่อ เช่น “เป็นคลิปตัดต่อจากต้นฉบับ How it’s made hotdogs?”, “แค่บอกว่าเอาหมูทั้งตัวมาทำก็ไม่เชื่อแล้ว”, “ถ้าเอาหมูทั้งตัวมาทำไส้กรอกก็เจ๊งครับ ขายเป็นหมูหันได้ราคากว่า”, “คิดเล่นๆ แค่ปลาก่อนจะกินยังต้องเอาเครื่องในออก ยิ่งสัตว์ใหญ่ใครจะโยนเข้าไปทั้งตัวแล้วออกมาเป็นไส้กรอกล่ะครับ ใช้คอมมอนเซ้นส์ก็ไม่ใช่แล้วครับ”

ขอเล่าประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยเข้าไปศึกษาดูงานโรงงานไส้กรอกของ CPF ว่าในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไส้กรอกนั้น จะใช้วัตถุดิบชั้นดีที่มีการตัดแต่งแยกประเภทเนื้อ เช่น สันใน สันนอก สามชั้น สะโพก ฯลฯ ที่ส่งตรงมาจากโรงงานตัดแต่ง ด้วยรถควบคุมอุณหภูมิเย็นตลอดเวลาและเป็นไปไม่ได้เลยที่การผลิตไส้กรอกจะใช้หมูทั้งตัวมาผลิต เพราะหากมีสิ่งแปลกปลอม เช่น กระดูก ฟัน หรือเครื่องใน ย่อมทำให้คุณภาพและรสชาติผิดเพี้ยน ตลอดจนผิวสัมผัสไส้กรอกเปลี่ยนไป ไม่คุ้มค่าทั้งในแง่ต้นทุนการผลิตและความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งเรื่องฟู้ดเซฟตี้นี้เป็นเรื่องหลักที่ค่ายซีพีเอฟยึดมั่นดำเนินการมาโดยตลอด

หลายๆ ความเห็นในพันทิป จึงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไส้กรอกรายนี้ ดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิปดังกล่าว เนื่องจากทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยมีผู้สร้างกระทู้ใหม่ตอบกลับกระทู้เดิม เรียกหาความรับผิดชอบจากเจ้าของกระทู้เดิมด้วย

ตัวอย่างที่ยกมานี้ นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่ผู้คนยังมีความยั้งคิดพิจารณาก่อนหลงเชื่อข้อความอันเป็นเท็จและยังร่วมมือกันต่อต้านการใส่ร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ด้วย

กล่าวโดยสรุป ปัญหาคงไม่ใช่อยู่ที่ไส้กรอกหมูทำมาจากอะไร... แต่อยู่ตรงที่การใช้โซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปวีดิโอตัดต่อนั้น ยังคงปรากฏอยู่เกลื่อนกลาดในโลกสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชิงการเมืองเชิงธุรกิจ หรือเพื่อทำลายชื่อเสียงผู้อื่น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนับว่ากลายเป็นเนื้อร้ายที่กำลังขยายตัวกัดกินผู้คนในสังคมมากขึ้นทุกวัน

ดังนั้น จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องน่าจะมีการดำเนินการหรือออกมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมเสียที ควรมีการบังคับใช้กฎหมายและมีบทลงโทษอย่างเข้มข้นมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้น คลิปวีดิโอหรือข้อความเท็จต่างๆ เหล่านี้จะกลายเป็นมะเร็งที่กัดกร่อนสังคม กัดกร่อนประเทศ ทำให้คนในชาติเกิดความคิดคล้อยตามนำไปสู่การแตกสามัคคีแล้ว ยังก่อให้เกิดความงมงาย ส่งต่อ พูดต่อ และสุดท้ายอาจกลายเป็นความเชื่อแบบผิดๆ ไปถึงลูกถึงหลานในอนาคต ซึ่งจะทำให้เด็กไทย เกิดอาการ “ด้อยปัญญา” มากขึ้นในวันข้างหน้าในฐานะที่เป็นคนสอนหนังสือ บอกตรงๆ ว่าทนไม่ได้ครับ!!