วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทหารเอาอยู่..คู่ขัดแย้ง

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค. 2557 หากเป็นคอการเมืองที่เฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งรุนแรงเวลานี้ คงไม่คิดว่าจะเหนือความคาดหมายอะไรมาก

การประกาศกฎอัยการศึก และการควบคุมภายใต้ทหารวันนี้แม้จะไม่สะใจใครต่อใครที่อยากจะให้ทำปฏิวัติรัฐประหาร แต่อย่างน้อยก็ช่วยหยุดยั้งการเผชิญหน้า ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงในวันข้างหน้าได้ที่สำคัญชะลอการย่อยยับของประเทศ จากการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองต่อสายตาชาวโลกได้ระดับหนึ่ง

แม้การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ จะถูกมองว่าเป็นการปฏิวัติกลายๆก็ไม่แปลก ทั้งหมดคงจะขึ้นอยู่กับการจัดการจากนี้ไป ทำอย่างไรให้ประเทศชาติอยู่ในความสงบเรียบร้อย ประชาชนไม่เดือดร้อน

การที่กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.)ได้เชิญคณะบุคคลภาคส่วนต่างๆ ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศเข้าร่วมประชุม อาทิ รัฐบาล รักษาการประธานวุฒิสภา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการกปปส.และประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)พูดคุยหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ผอ.รส.)การเข้ามาพูดคุยน่าจะเป็นทิศทางที่ดีที่คู่ขัดแย้งจะได้แสดงความเห็นต่อกัน


การพูดรอบนี้ยังคงไม่มีอะไรมากมาย เป็นเพียงการพูดคุยสร้างความเข้าใจ"ยกแรก"สิ่งที่ดีคือทุกฝ่ายเข้าใจความรู้สึกซึ่งกันและกัน บรรยากาศจึงเป็นเสมือนพี่น้องคนไทยด้วยกัน สิ่งสำคัญทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาของประเทศ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกฝ่ายเริ่มที่จะหันหน้าเข้าหากัน แต่แน่นอนอะไรที่ยังไม่ตกผลึก ก็ไม่ควรที่จะป่าวประกาศ เพราะจะกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมเสียมากกว่า

ว่ากันว่าการเจรจาระหว่างกองทัพกับทุกฝ่าย ยังคงต้องดำเนินการอีกสักระยะหนึ่ง ที่แน่ๆ คงอาจจะต้องนำไปสู่โหมดการจัดตั้ง"รัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่าน"หรือ"รัฐบาลเฉพาะกาล"ขึ้นมา แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ต้องให้ทุกฝ่าย"ไม่แฮปปี้น้อยที่สุด"

เมื่อได้ข้อสรุปที่ตกผลึกร่วมกันจากทุกฝ่าย การตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล หรือรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไหร่ คงต้องขึ้นอยู่กับวงเจรจาว่า จะ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง เพื่อทำการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง แต่ปมสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่านใคร?คือนายกรัฐมนตรีส่วนผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีแน่นอน ก็ต้องมาจาก"คู่ขัดแย้ง"ที่เหลือก็ต้องเป็นหน้าที่กองทัพ สัดส่วนจะเป็นอย่างไรต้องคุยกัน

ยิ่งไปกว่านี้หากจะมีรัฐบาลชั่วคราวหรืออย่างไร ผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีต้องไม่เกิดจากตัวแทนนักการเมืองหรือส.ส. เรียกว่าต้องเป็น"มืออาชีพจริงๆ"กองทัพจำเป็นต้องสกรีนผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เชื่อว่าหากทุกฝ่ายยอมรับกฎกติกาได้ การเดินหน้าปฏิรูปน่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศได้

มีความเชื่อว่าเกมนี้จะจบในไม่ช้า เพราะวันนี้ต้องถือว่าทหารมีอำนาจเต็มแล้ว การจัดการในที่สว่างไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เพียงแต่อาจต้องอาศัยเวลาสร้างความเข้าใจต่อกัน มองประเทศชาติเป็นที่ตั้ง

ส่วนกระบวนการใต้ดินที่ซุกซ่อนอยู่ เชื่อว่า"ทหารเอาอยู่"โดยเฉพาะกองกำลังที่ซ่องสุมและซุกซ่อนอาวุธอยู่ในเวลานี้ ถึงเวลาที่ทหารจะออกมากวาดล้างเพื่อสกัดกั้นความรุนแรง จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นการจับกุมคลังอาวุธในพื้นที่ต่างๆ จำนวนมหาศาลเวลานี้

ฉะนั้นห้วงเวลาที่เหลือน่าจะเป็นการนำไปสู่สิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง สำหรับรัฐบาลรักษาการ

เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาก็"ต้องลาออก"การกอดอำนาจไว้แต่ไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุข ใช่ว่าจะมีประโยชน์ ดังนั้นเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ประเทศไทยคงเห็นทางสว่างตามมา