หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค. 2557 หากเป็นคอการเมืองที่เฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งรุนแรงเวลานี้ คงไม่คิดว่าจะเหนือความคาดหมายอะไรมาก
การประกาศกฎอัยการศึก และการควบคุมภายใต้ทหารวันนี้ แม้จะไม่สะใจใครต่อใครที่อยากจะให้ทำปฏิวัติรัฐประหาร แต่อย่างน้อยก็ช่วยหยุดยั้งการเผชิญหน้า ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงในวันข้างหน้าได้ ที่สำคัญชะลอการย่อยยับของประเทศ จากการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองต่อสายตาชาวโลกได้ระดับหนึ่ง
แม้การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ จะถูกมองว่าเป็น การปฏิวัติกลายๆ ก็ไม่แปลก ทั้งหมดคงจะขึ้นอยู่กับการจัดการจากนี้ไป ทำอย่างไรให้ประเทศชาติอยู่ในความสงบเรียบร้อย ประชาชนไม่เดือดร้อน
การที่กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ได้เชิญคณะบุคคลภาคส่วนต่างๆ ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศเข้าร่วมประชุม อาทิ รัฐบาล รักษาการประธานวุฒิสภา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการกปปส. และประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พูดคุยหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) การเข้ามาพูดคุยน่าจะเป็นทิศทางที่ดีที่คู่ขัดแย้งจะได้แสดงความเห็นต่อกัน
การพูดรอบนี้ยังคงไม่มีอะไรมากมาย เป็นเพียงการพูดคุยสร้างความเข้าใจ"ยกแรก" สิ่งที่ดีคือทุกฝ่ายเข้าใจความรู้สึกซึ่งกันและกัน บรรยากาศจึงเป็นเสมือนพี่น้องคนไทยด้วยกัน สิ่งสำคัญทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาของประเทศ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกฝ่ายเริ่มที่จะหันหน้าเข้าหากัน แต่แน่นอนอะไรที่ยังไม่ตกผลึก ก็ไม่ควรที่จะป่าวประกาศ เพราะจะกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมเสียมากกว่า
ว่ากันว่าการเจรจาระหว่างกองทัพกับทุกฝ่าย ยังคงต้องดำเนินการอีกสักระยะหนึ่ง ที่แน่ๆ คงอาจจะต้องนำไปสู่โหมดการจัดตั้ง "รัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่าน" หรือ "รัฐบาลเฉพาะกาล" ขึ้นมา แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ต้องให้ทุกฝ่าย "ไม่แฮปปี้น้อยที่สุด"
เมื่อได้ข้อสรุปที่ตกผลึกร่วมกันจากทุกฝ่าย การตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล หรือรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไหร่ คงต้องขึ้นอยู่กับวงเจรจาว่า จะ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง เพื่อทำการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง แต่ปมสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่าน ใคร?คือนายกรัฐมนตรี ส่วนผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีแน่นอน ก็ต้องมาจาก "คู่ขัดแย้ง" ที่เหลือก็ต้องเป็นหน้าที่กองทัพ สัดส่วนจะเป็นอย่างไรต้องคุยกัน
ยิ่งไปกว่านี้หากจะมีรัฐบาลชั่วคราวหรืออย่างไร ผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีต้องไม่เกิดจากตัวแทนนักการเมืองหรือส.ส. เรียกว่าต้องเป็น "มืออาชีพจริงๆ" กองทัพจำเป็นต้องสกรีนผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เชื่อว่าหากทุกฝ่ายยอมรับกฎกติกาได้ การเดินหน้าปฏิรูปน่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศได้
มีความเชื่อว่าเกมนี้จะจบในไม่ช้า เพราะวันนี้ต้องถือว่าทหารมีอำนาจเต็มแล้ว การจัดการในที่สว่างไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เพียงแต่อาจต้องอาศัยเวลาสร้างความเข้าใจต่อกัน มองประเทศชาติเป็นที่ตั้ง
ส่วนกระบวนการใต้ดินที่ซุกซ่อนอยู่ เชื่อว่า "ทหารเอาอยู่" โดยเฉพาะกองกำลังที่ซ่องสุมและซุกซ่อนอาวุธอยู่ในเวลานี้ ถึงเวลาที่ทหารจะออกมากวาดล้างเพื่อสกัดกั้นความรุนแรง จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นการจับกุมคลังอาวุธในพื้นที่ต่างๆ จำนวนมหาศาลเวลานี้
ฉะนั้นห้วงเวลาที่เหลือน่าจะเป็นการนำไปสู่สิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง สำหรับรัฐบาลรักษาการ
เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาก็ "ต้องลาออก" การกอดอำนาจไว้แต่ไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุข ใช่ว่าจะมีประโยชน์ ดังนั้นเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ประเทศไทยคงเห็นทางสว่างตามมา









