วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทางออกประเทศไทย (2)

วิกฤติของบ้านเมืองยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายจับมองอย่างใกล้ชิดสำหรับสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าว่าจะมีทางออกอย่างไร

จนกระทั่งล่าสุด ผบ.ทบ. ในฐานะของรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. ตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกในกลางดึก (เวลา 03.00 น.) ของวันที่ 20 พฤษภาคม ที่มีการแถลงว่าเพื่อรักษาความสงบของประเทศ ซึ่งแปลง่ายๆ คือการป้องกันเหตุความรุนแรงที่อาจนำไปสู่การปะทะกันจนมีการบาดเจ็บล้มตายของประชาชน อันเนื่องมาจากความขัดแย้งของประชาชนในประเทศที่มีความรุนแรงมากขึ้น ในลักษณะที่ไม่มีใครรับฟังกัน มีการอ้างกฎหมายและความชอบธรรมของตนเองโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศโดยรวม ในขณะที่ทุกวันที่ผ่านไปเป็นความเสียหายของประเทศชาติและประชาชน ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไขจากฝ่ายเป็นรัฐบาล ไม่ว่าความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น ชาวนายังไม่ได้รับเงินจากการขายข้าว (ไม่ใช่การจำนำ) ให้กับรัฐบาล ปัญหาภัยแล้งที่ขยายวงกว้าง เศรษฐกิจซบเซาที่ประชาชนและนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นที่ชะลอการใช้จ่ายและการลงทุน ตลอดจนความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีใครดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง

รัฐบาลรักษาการที่ขาดผู้นำ ที่นายกรัฐมนตรีถูกคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่ง และคณะกรรมการปราบปรามได้มีมติชี้มูลความผิดในโครงการรับจำนำข้าวอย่างเป็นเอกฉันท์ ในวันที่ 7 และ 8 พ.ค. ที่ผ่านมาแต่ยังอ้างความชอบธรรมที่จะดำรงอยู่ ซึ่ง "การพ้นตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี ก็คือการพ้นตำแหน่งของความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี" ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งแล้วความเป็นรัฐมนตรีย่อมจะสิ้นสุดลงตามไปด้วย แต่ยังมีการแต่งตั้งให้รักษาการรองนายกรัฐมนตรีขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่ชัดเจนว่ามีกฎหมายข้อใดมารองรับสถานะดังกล่าว เราจึงเห็นรัฐมนตรีรักษาการที่ไม่สมประกอบขาดความสง่างาม เพราะยังมีคำถามถึงความชอบธรรมและสถานะตามกฎหมายในการลงนามในเอกสารต่างๆ ทำให้มีข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ยังต้องอยู่แบบหลบหน้าหลบตาประชาชน ระเหเร่ร่อนไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง และอยู่ขวางคลองไม่ยอมลาออกในการเปิดทางให้ผู้อื่นเข้ามาบริหารประเทศ

จึงมีการเรียกร้องว่าควรจะจัดตั้งให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศโดยเร็ว ซึ่งก็ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันระหว่างสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรกให้การเลือกตั้งโดยเร็ว หรือกลุ่มสองให้มีการปฏิรูปก่อนมีการเลือกตั้ง กลุ่มแรกอ้างประชาธิปไตยและต้องมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนฝ่ายที่สองเห็นว่า การเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปแล้ว ก็จะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์เดิม คือ การเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม มีการใช้เงิน ใช้อำนาจ และใช้นโยบายประชานิยมหลอกล่อจูงใจ ให้ได้รับชัยชนะ เข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจนั้นในการทุจริตโกงบ้านกินเมืองในการแสวงหาผลประโยชน์เข้าตนเองและพวกพ้องดังวัฏจักรที่เป็นอยู่มาช้านาน จึงควรที่จะมีการปฏิรูปในด้านต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งนักการเมืองที่มีคุณภาพ ที่ทำงานโดยยึดเอาผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

แม้ว่าการประกาศกฎอัยการศึกอาจจะมีผลกระทบทำให้ต่างประเทศบางประเทศประกาศเตือนประชาชนของเขาให้ระวังถึงความปลอดภัยในการเดินทางมายังประเทศไทย ที่จะมีผลกระทบระยะสั้นต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยวประเภท สายการบิน โรงแรม และบริษัทนำเที่ยวบ้าง แต่เป็นผลกระทบในระยะสั้นและอาจจะดีกว่าที่หากทหารไม่ออกมารักษาความสงบ และเหตุการณ์บานปลายที่เกิดความรุนแรง หรือมีการเผาบ้านเผาเมืองดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงปี 2552-2553 ซึ่งคนไทยและประชาชนย่อมรู้ถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาของเราดีกว่าต่างชาติ ที่คนไทยต้องแก้ไขปัญหาด้วยตัวของเราเอง แทนการจะต้องไปร้องขอให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ

การจะยอมปิดประเทศในระยะสั้นๆ เพื่อทำความสะอาดบ้านเมือง (หรืออีกนัยหนึ่งขจัดสิ่งสกปรกและชั่วร้าย) และจัดระเบียบวินัยบ้านเมืองเสียใหม่เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ก็ไม่ต้องห่วงว่าต่างชาติจะไม่สนใจเข้ามาลงทุนหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือในกรณีของพม่า เวียดนามและประเทศจีนที่ปิดประเทศไประยะหนึ่งและดูเหมือนทุกคนไม่สนใจเรื่องประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ดังนั้น การวิตกต่อความคิดเห็นของต่างชาติที่เกินกว่าเหตุ ย่อมน่าจะมาทีหลังเรื่องของประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของเราและลูกหลานเราในอนาคตตราบกัลปาวสาน

วันนี้ประเทศไทยต้องการผู้นำที่เก่ง เป็นคนดีและในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องมีความกล้าในการตัดสินใจด้วย มีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างจริงจัง กล้าตัดสินใจและกล้าทำในสิ่งที่ถูกที่ควรเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ผู้นำไม่จำเป็นว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ แต่เราต้องการผู้นำที่มีความรู้ความสามารถ ที่เราภาคภูมิใจ ในการที่จะนำประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืน