ครบรอบ 100 ปี "กฎอัยการศึก" ในปีนี้ ในที่สุด "แม่ทัพบก" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ตัดสินใจงัดกฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้จนได้
+++จริงๆ แล้ว กฎหมายฉบับนี้ จัดเป็น "พระราชบัญญัติ" มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ คือ "พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457"
+++ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ มีไว้เพื่อให้อำนาจ "ทหาร" ใช้รับมือกับ "จลาจล" หรือ "สงคราม" (มาตรา 4)
+++ด้วยกฎหมายฉบับนี้ เมื่อประกาศใช้แล้วทหารจะมีอำนาจสั่งเจ้าหน้าที่ฝ่าย "พลเรือน" ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ "การยุทธ์" การระงับ "ปราบปราม" หรือการ "รักษาความสงบ"
+++กฎหมายอื่นใดที่ขัดกับที่ประกาศใช้ตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องระงับ แล้วให้ใช้บทบัญญัติของกฎอัยการศึกแทน พูดง่ายๆ ว่า "อำนาจเต็ม" อยู่ในมือทหาร
+++แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ซึ่งไม่มีทั้ง "จลาจล" ไม่มีทั้ง "สงคราม" ซึ่งในตัวประกาศเองก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี
+++"คีย์เวิร์ด" ของการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ อยู่ที่ประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/2557 เรื่องการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า การชุมนุมของทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจลและความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
+++คำว่า "แนวโน้ม" หมายถึงอะไร คงไม่ต้องอธิบาย ดังนั้นปฏิกิริยาส่วนหนึ่งจากปฏิบัติการของทหารครั้งนี้ จึงไม่พ้นถูกตั้งมองว่าไม่ต่างจากการ "ปฏิวัติ" ดีๆ นี่เอง เพียงแต่รูปแบบแตกต่างออกไป
+++จะเรียกว่า "ปฏิวัติครึ่งใบ" ก็คงไม่ผิด แต่จากที่ได้พูดคุยกับ "ข้าราชการผู้ใหญ่" บางคนเกี่ยวกับการปฏิบัติของทหาร ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองในครั้งนี้ เขาใช้คำว่า "ปฏิวัติซ่อนรูป" ส่วนจะได้ความหมายครอบคลุมกว่าหรือไม่ ลองตรองดู
+++เหตุผล คือ หลังจากประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ของ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ท่าทีจากผู้ที่เกี่ยวข้องซีกรัฐบาลสวนกลับมาทันควันว่า เป็นการตัดสินใจของ "ทหาร" ฝ่ายเดียว
+++ต่อมาก็ประกาศตั้ง "กอ.รส." หรือ กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย แทน ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. พร้อมสั่งกำลังภายใต้การกำกับของรัฐบาล ให้เก็บของกลับ "ที่ตั้ง" นอกจากนี้ยังมี "ประกาศ" ตามมาอีกเป็นชุด
+++คำสั่งเหล่านี้ล้วนบ่งชี้ว่า ทหาร "ปฏิเสธอำนาจรัฐ" แล้ว
+++ แต่เหตุผลจากปากของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่นั่งหัวโต๊ะร่วมกับผู้นำเหล่าทัพทหารและตำรวจ ย้ำว่า การประกาศกฎอัยการศึกเพื่อต้องการยุติความรุนแรง เพราะว่าช่วงชุมนุมทางการเมือง มีผู้เสียชีวิต 28 ราย เจ็บร่วม 700 คน แบบนี้ก็ถือว่า "จลาจล" แล้ว
+++ที่สำคัญทหารพร้อมเป็น "คนกลาง" ให้กับทุกฝ่าย รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่ม เพื่อหาทางออกให้ประเทศเดินหน้า และต้องเป็นการเดินทางไปอย่าง "สันติ"
+++มองอีกมุมหนึ่ง ก็เหมือนโยนคำถามกลับไปยัง "คู่ขัดแย้ง" หลักๆ อีกครั้ง เพื่อบีบให้กลับมานั่งโต๊ะเจรจากัน
+++ส่วนจะได้ผลหรือไม่ ยังมีเวลาให้ดูกันอีกยาวๆ เพราะว่าการจะเลิกใช้กฎอัยการศึกนั้น มาตรา 5 ระบุชัดว่า "...ต้องประกาศกระแสพระบรมราชโองการเสมอ"
+++แต่ก็เชื่อว่า นับจากนี้ไปทุกสายตาในสังคมจะจับจ้องทุกฝ่าย และหวังว่า "เส้นทาง" ที่ขีดไว้ จะไม่ถูกลบแล้วขีดใหม่ในแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบข้อถามว่า "เรื่องนี้ใครเขาจะตอบ"....






