เสร็จเรียบร้อยไปแล้วครับสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศอินเดีย ซึ่งหลายท่านก็คงทราบผลกันไปแล้วว่าพรรคภารติยะ ชนาตะ (Bharatiya Janata Party
หรือพรรค BJP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้รับชัยชนะแบบถล่มทลายไปตามความคาดหมาย โดยพรรค BJP ได้ที่นั่งไปถึง 282 (รวมกับพรรคพันธมิตรได้ถึง 336 ที่นั่ง) ส่วนพรรคคองเกรส ได้ไปเพียง 44 ที่นั่งเท่านั้น (รวมกับพรรคพันธมิตรได้ 59 ที่นั่ง) ในขณะที่พรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ ได้ที่นั่งรวมกัน 148 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 543 ที่นั่ง (ข้อมูลจากนิตยสาร India Today) เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา (หลังการเสียชีวิตของนางอินทิรา คานธี อดีตนายกรัฐมนตรีอินเดีย) ที่พรรคการเมืองพรรคเดียวได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง และนายนเรนทรา โมดี มุขมนตรีคนเก่งของรัฐคุชราตก็คือว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปซึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 14 ของอินเดีย
การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศอินเดียซึ่งถือเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนประชากรกว่า 1,200 ล้านคน มีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้มีจำนวนมากถึง 815 ล้านคน และมีการแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศออกเป็น 543 เขต ซึ่งแต่ละเขตจะประกอบไปด้วยผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 1.5 ล้านคน โดยในหนึ่งเขตผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกผู้แทนจำนวน 1 คน รวมเป็น 543 คน ทั้งนี้ ด้วยความใหญ่ของประเทศและจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีจำนวนมาก การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ของอินเดียจึงได้กำหนดวันเลือกตั้งไว้หลายวันทีเดียว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนไปจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 และประกาศผลในวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ซึ่งหลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการประกาศออกมา Modi ออกมาทวีตข้อความว่า “นี่เป็นชัยชนะของอินเดีย (India has won)” ทันที
ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านบทความของผมในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่าผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับรัฐคุชราตไว้หลายตอน และย้ำเสมอว่ารัฐคุชราตจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดียเนื่องจากมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และกล้าหาญชาญชัยที่จะทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนารัฐของตน และผู้นำที่ผมกล่าวถึงและชื่นชมอยู่เสมอก็คือ นเรนทรา โมดี นี่เอง โดยโมดีซึ่งปัจจุบันมีอายุ 63 ปี ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐคุชราตเป็นอย่างมาก จนรัฐคุชราตเจริญก้าวหน้าโชติช่วงชัชวาลสุดๆ อย่างเห็นได้ชัดและเป็นรัฐที่เป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐอื่นๆ ในอินเดียอีกด้วย
แม้ว่ารัฐคุชราตจะกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดียไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีคนอินเดียบางส่วนที่ต่อต้านโมดียังไม่เชื่อว่าโมดีจะสามารถนำแนวทางการพัฒนารัฐคุชราตไปใช้กับรัฐอื่นๆ ทั่วประเทศอินเดียได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจทีเดียว ก็เลยต้องกลับมาพิจารณาดูว่าโมดีได้นำเสนอนโยบายอะไรไว้บ้างในช่วงหาเสียงที่ผ่านมาซึ่งก็พบว่าในด้านนโยบายเศรษฐกิจ พรรค BJP เห็นว่าปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมามีสาเหตุมาจากรัฐบาลเดิมไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งส่งผลให้ประเทศอินเดียขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด คือ การฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของอินเดียผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต สมดุล และมั่นคง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
1. จัดสรรงบประมาณสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ
2. ทบทวนนโยบายการลงทุนทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ
3. สนับสนุนการออมในระบบของภาคครัวเรือนเพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
4. ส่งเสริมการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาด้วยการลดภาษีที่เกี่ยวข้อง
5. สนับสนุนการลงทุนทางตรงจากต่างชาติ (FDI) ในทุกอุตสาหกรรม ยกเว้น อุตสาหกรรมค้าปลีกแบบหลายตราสินค้า (Multi-brand Retailer) พร้อมๆ กับปกป้องธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภายในประเทศ
ส่วนนโยบายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและการผลิต พรรค BJP ยังมุ่งหวังให้ประเทศอินเดียเป็นศูนย์กลางการผลิตหลักของโลก โดยสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมดำเนินงานอย่างเป็นสากล และสนับสนุนให้ภาคการผลิตผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มเสรีภาพด้านเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีนโยบายสำคัญดังนี้
1. ปรับสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจให้สามารถประกอบธุรกิจในประเทศอินเดียได้ง่ายขึ้น เช่น ลดข้อจำกัดในการทำธุรกิจบางอย่าง ทำให้ขั้นตอนในการประกอบธุรกิจเข้าใจง่ายขึ้น แก้กระบวนการที่เป็นจุดคอขวด (Bottle Neck) และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง รวมไปถึงพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าให้มั่นคง เป็นต้น
2. สร้างแรงจูงใจในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต
สำหรับนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างระบบการคมนาคม พรรค BJP มีแผนที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ คือ
1. เร่งพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor) เพื่อให้การเคลื่อนย้ายคนและสินค้ารวดเร็วขึ้น
2. เชื่อมต่อรัฐที่ห่างไกลผ่านทางรถไฟและถนนไฮเวย์
3. ปรับปรุงท่าอากาศยานที่มีอยู่ให้ทันสมัยมากขึ้น สร้างท่าอากาศยานใหม่ในเมืองเล็กที่เป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว และพัฒนาระบบการขนส่งทางอากาศภายในประเทศในเมืองที่ห่างไกลเพื่อให้สามารถใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำได้
4. พัฒนาท่าเรือที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และสร้างท่าเรือใหม่เพิ่มเติม รวมถึงพัฒนาระบบการคมนาคมทางน้ำสำหรับการโดยสารและการขนส่งสินค้า
5. สร้างระบบคมนาคมที่ช่วยลดจำนวนยานพาหนะส่วนบุคคล ลดต้นทุน ลดเวลา และต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม
6. รวมเส้นทางการคมนาคมทั้ง 3 เข้าด้วยกัน (ถนน รถไฟ และน้ำ)
7. สร้างเส้นทางรถไฟสำหรับขนสินค้าการเกษตร โดยออกแบบตู้รถไฟสำหรับสินค้าเกษตรแต่ละชนิดโดยเฉพาะ สร้างทางรถไฟสำหรับการท่องเที่ยว และสร้างทางรถไฟสำหรับการจาริกแสวงบุญ
8. จัดทำโครงการ Diamond Quadrilateral เพื่อพัฒนาเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของอินเดีย
เมื่อพิจารณาจากนโยบายของพรรค BJP ที่โมดีนำเสนอในช่วงหาเสียงแล้วก็ต้องขอบอกว่าหากทำได้สำเร็จ อินเดียจะพลิกโฉมไปอย่างมากเลยทีเดียว แต่ที่แน่ๆ สำหรับรัฐคุชราตแล้ว คาดว่าตั้งแต่นาทีนี้ไปคงจะรั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว เลยอยากจะฝากกระซิบมายังผู้ประกอบการไทยว่าที่เล็งรัฐคุชราตมาตลอด...เรามาถูกทางแล้ว






