วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตัวอย่างนักการเมืองที่คนไทยอยากมี

ปี 2014 (พ.ศ. 2557) นี้ เป็นปีเลือกตั้งในสองประเทศที่มีประชากรมากระดับต้นๆ ของโลก คือ อินเดีย (ประชากร 1.261 พันล้านคน)

และอินโดนีเซีย (ประชากร 247 ล้านคน) จุดเด่นของการเลือกตั้งคราวนี้ในทั้งสองประเทศ นอกจากจะแสดงถึงความเข้มแข็งของสถาบันการเมืองในระบบประชาธิปไตยที่ทำงานได้ดี แม้ประเทศจะมีประชากรมาก ก็คือ ปัญหาคอร์รัปชัน ที่ได้กลายมาเป็นนโยบายเลือกตั้งที่สำคัญที่ประชาชนทั้งสองประเทศต้องการ พร้อมกับการแสดงบทบาทของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เพื่อปราบทุจริตคอร์รัปชัน และกำลังได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน

วันนี้เราจะมาดูนักการเมืองรุ่นใหม่ของอินเดีย นายอาร์วินด์ เคจ์ริวาล หัวหน้าพรรคเอเอพี ของคนธรรมดาสามัญ ที่มีการปราบคอร์รัปชันเป็นนโยบายหลัก และกำลังเป็นพลังใหม่ในการเมืองระดับประเทศของอินเดีย บทความอาทิตย์นี้ ต้องขอบคุณ คุณกิตติเดช ฉันทังกูล จากสถาบันไอโอดี และแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (CAC) ที่ได้ช่วยประมวลสรุปเรื่องมาให้

นายอาร์วินด์ เคจ์ริวาล (Arvind Kejriwal) อายุน้อยมากตอนเป็นนักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ได้รับเลือกตั้งเป็นมุขมนตรี (Chief Minister) ของรัฐเดลี (ตำแหน่งเทียบเท่ากับผู้ว่าการรัฐ) เขาเป็นหนึ่งในแกนนำการเดินขบวนต่อต้านคอร์รัปชันครั้งใหญ่ที่เรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาผ่าน พ.ร.บ.ปราบปรามคอร์รัปชัน (Jan Lokpal Bill = Citizen's Ombudsman Bill) ทำงานต่อต้านคอร์รัปชันจนมีชื่อเสียง ก่อตั้งพรรคการเมืองเมื่อปลายปี 2012 (พ.ศ. 2555) ลงสมัครชนะการเลือกตั้ง และรับตำแหน่งระดับ "มุขมนตรี" เมื่อสิ้นปี 2013 (พ.ศ. 2556) ซึ่งนายอาร์วินด์ เคจ์ริวาล และคณะรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปอยู่ในบ้านพักประจำตำแหน่งหลังใหญ่ แต่ขออยู่แฟลตเล็กๆ พร้อมสัญญาว่า จะยุติวัฒนธรรม VIP ทั้งหมด รวมถึงการเปิดไฟฉุกเฉินขอทางให้ขบวนรถพร้อมตำรวจคุ้มกัน อย่างที่ข้าราชการระดับสูงหรือรัฐมนตรีชอบทำ และเมื่อผู้บัญชาการตำรวจนิวเดลีส่งหนังสือ เพื่อแจ้งเรื่องการจัดทีมอารักขาความปลอดภัยส่วนตัวตามธรรมเนียม นายเคจ์ริวาลได้เขียนตอบด้วยลายมือตนเองว่า ไม่จำเป็นต้องใช้รปภ. พระเจ้าคือความปลอดภัยของเขา แต่จะขอความช่วยเหลือด้านรปภ. ช่วยดูแลฝูงชนในบางสถานที่ที่อาจมีประชาชนรุมล้อม ปัจจุบันนายเคจ์ริวาล ได้ลาออกจากตำแหน่งมุขมนตรีหลังดำรงตำแหน่งเพียง 49 วัน เพื่อประท้วงรัฐสภาที่ไม่ผ่านร่างกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชัน Jan Lokpal Bill ในรูปแบบที่นายเคจ์ริวาลได้ต่อสู้เรียกร้องมาตลอด

นายเคจ์ริวาลเกิดปี 1968 (พ.ศ. 2511) ที่หมู่บ้านฮิสาร์ รัฐหรยาณา ทางเหนือของอินเดีย ในครอบครัวชนชั้นกลาง จบวิศวกรเครื่องกล จากสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย (ไอทีที) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับหัวกะทิ เคยทำงานบริษัทชั้นนำ ทาทา กรุ๊ป จากนั้นรับราชการปี 1982 (พ.ศ. 2535) เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสำนักงานสรรพากร ตัดสินใจลาออกปี 2001 (พ.ศ. 2544) เพื่อตั้งองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) ชื่อ "มูลนิธิวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ" (Public Cause Research Foundation) ที่มุ่งส่งเสริมความโปร่งใสในภาครัฐ และรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้การใช้สิทธิ์ โดยรณรงค์สนับสนุนร่างกฎหมายการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร จนกฎหมายผ่านและมีผลบังคับใช้ในปี 2005 (พ.ศ. 2548)

ผลจากการทำงานจนรัฐสภาคลอดกฎหมายฉบับนี้ ที่เป็นเครื่องมือให้องค์กรประชาชนสามารถตรวจสอบรัฐบาล และเปิดโปงการทุจริต ทำให้นายอาร์วินด์ เคจ์ริวาล ได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ ปี 2006 (พ.ศ. 2549) และในปี 2010 (พ.ศ. 2553) เริ่มเป็นบุคคลที่น่าสนใจ ระดับประเทศในฐานะกำลังหลักที่ขับเคลื่อนกฎหมายจัดตั้งองค์กรอิสระ เพื่อสอบสวนเรื่องร้องเรียนทุจริตต่อข้าราชการและนักการเมือง โดยมีบทลงโทษสถานหนักแก่ผู้กระทำผิด

พร้อมกันนี้ นายเคจ์ริวาล ก็เข้าร่วมกับ นายอันนา ฮาซาเร นักเคลื่อนไหววัยชรา ที่ดำเนินรอยตามมหาบุรุษมหาตมะ คานธี อดอาหารประท้วงกดดันให้นักการเมืองและข้าราชการทุจริตลาออก และเป็นผู้ก่อตั้ง India Against Corruption หรือ IAC ที่สามารถดึงมวลชนเข้าร่วมได้แบบมืดฟ้ามัวดินในกรุงนิวเดลี และเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก เมื่อปี 2011 (พ.ศ. 2554) นายอาร์วินด์ เคจ์ริวาล คือผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้ร่างคำปราศรัยบรรยายสรุปให้แก่ผู้สื่อข่าวและวางกลยุทธ์

ปีต่อมา 2012 (พ.ศ. 2555) ทั้งสองแตกคอในเรื่องแนวทางการเคลื่อนไหว หลังรัฐบาลเริ่มเตะถ่วง ไม่ทำตามสัญญา นายฮาซาเร เห็นว่าควรเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป แต่ต้องทำโดยดึงทุกฝ่ายเป็นแนวร่วม สำหรับนายเคจ์ริวาลเชื่อว่า เมื่อแนวทางเดิมล้มเหลว ก็ควรต้องยกระดับการปราบโกงจากการอดอาหารประท้วงอย่างสันติมาเป็นการลงมือทำเสียเอง เพราะพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็ทุจริต ไม่รู้จักพอและไม่มีความละอาย ดังนั้น ถึงเวลาที่จะต้องนำอำนาจการเมืองกลับคืนมือประชาชน

นายเคจ์ริวาล ตั้งพรรค อาม อัดมี Aam Aadmi Party (AAP) แปลว่า "พรรคสามัญชน" เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2012 (พ.ศ. 2555) ตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 143 ปีของมหาตมะคานธี วีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อเอกราช เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากเดิมที่มีเพียงสองทางคือ ไม่กาให้พรรคคองเกรส ก็พรรคบีเจพี โดยพรรคเอเอพีชูวิสัยทัศน์ สนับสนุนการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจ ต่อสู้การคอร์รัปชัน สกัดกั้นเงินเฟ้อ ใช้สิทธิถอดถอนนักการเมือง และประกันราคาสินค้าเกษตรอย่างเป็นธรรม

พรรคเอเอพี ใช้ "ไม้กวาด" เป็นสัญลักษณ์ และผู้สมัครของพรรคล้วนเป็นคนหน้าใหม่ทางการเมืองทั้งสิ้น มีทั้งคนขับสามล้อ ทนายความ และผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ พรรคเอเอพี จะถือไม้กวาดไปหาเสียงตามบ้าน ชูนโยบายปัดกวาดระบบการเมืองสกปรก และการคอร์รัปชันที่เป็นเนื้อร้ายบั่นทอนบริการสาธารณะที่ประชาชนได้รับ และสัญญาว่าจะสร้างการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง แต่แม้นโยบายจะตรงใจประชาชนแค่ไหน เกจิอาจารย์ทางการเมืองเชื่อว่าคงจะยากที่พรรคเอเอพีจะฝ่าด่านระบบซื้อเสียงในการลงสนามเลือกตั้งครั้งแรก และสามารถแย่งคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หวังได้รับเงิน ยากที่จะเปลี่ยนความโกรธแค้นการโกงกิน และปัญหาข้าวยากหมากแพง มาเป็นคะแนนเสียง ขณะที่เขียนบทความนี้ ผลคะแนนเลือกตั้งยังไม่ได้ประกาศ แต่การคาดการณ์มองว่าพรรคเอเอพีคงมาแรง คงได้คะแนนและจำนวนที่นั่งในสภา แม้จะไม่มาก แต่ก็จะเป็นพรรคเล็กที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองอินเดียระดับประเทศ และการปราบคอร์รัปชันในอินเดีย

นายเคจ์ริวาล ย้ำว่าหากแก้คอร์รัปชันได้จะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนอินเดียที่จะดีขึ้น เพราะเราจะเริ่มมี ถนนดีๆ ไฟฟ้า การศึกษา การสาธารณสุข ที่แต่ก่อนไม่เคยดีขึ้น เพราะการทุจริต ฟังแล้วอยากให้มีนักการเมืองแบบ นายเคจ์ริวาล ในประเทศไทยบ้าง เพื่อเป็นทางเลือกให้คนไทยที่ต่างจากระบบของนักการเมืองปัจจุบัน