จนถึงวันนี้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในไทย ยังเป็นปัจจัยหลัก ที่ฉุดให้ภาคธุรกิจทุกส่วน ตกอยู่ในภาวะที่ "ไม่รู้จะทำอย่างไร"
แถมยังเกิดเหตุความรุนแรงอยู่ทุกวัน กลายเป็นความคุ้นชินของการดำรงชีวิต ไม่มีใครหยุดใครได้ ไม่มีใครยอมถอยให้กัน ยิ่งบ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะแบบนี้เนิ่นนานเท่าไหร่ ไม่เพียงเศรษฐกิจในประเทศที่จะดำดิ่ง แต่ภาพลักษณ์ที่ออกไปสู่ประชาคมโลกก็จะยิ่งน่า "อดสู" ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างพื้นฐาน แต่ประเทศไทยกลับเดินหน้าสร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชังกันอย่างบ้าคลั่ง ถอยหลังลงคลองไปเรื่อยๆ
ภาคธุรกิจไอที แม้ช่วงแรกจะรับรู้ถึงผลกระทบไม่มาก เมื่อเทียบกับภาคธุรกิจอื่น แต่เมื่อปัญหายืดเยื้อลามกระทบไปยังเศรษฐกิจที่เซื่องซึม ไร้บรรยากาศ ธุรกิจไอทีก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบนี้
งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่เพิ่งปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดบรรยากาศการจับจ่ายสินค้าไอที โดยเฉพาะกลุ่มมือถือ สมาร์ทโฟน ก็ปรากฏตัวเลขยอดขายที่ต่ำกว่าคาดการณ์ โดยผู้จัดงานระบุว่า มาจากผลกระทบสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มเกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ค้าบางราย ก็แสดงความกังวลลักษณะเดียวกันว่าสถานการณ์การเมืองแบบนี้ส่งผลกระทบกับบรรยากาศซื้อขาย รวมถึงแผนของบริษัท เพราะไม่สามารถดำเนินการตามแผนการตลาดที่วางไว้ เช่น การจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาด หรือการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ
บริษัทค้าปลีกไอทีรายใหญ่อย่าง บริษัท คอมพิวเตอร์ ซิสเท็ม คอนเน็คชั่น อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด (ซีเอสซี) ที่มีหน้าร้านอยู่มากมายทั่วประเทศ ก็ออกมายอมรับเช่นกันว่า สถานการณ์การเมืองรวมไปถึงการมีเหตุการณ์รุนแรง เช่น มีการยิงอาวุธตามสถานที่ต่างๆ และกระแสข่าวประเภทให้ผู้บริโภคเก็บเงินสดเอาไว้ซึ่งจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ก็ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ที่อาจมีความหวาดระแวงในการเดินทาง ผู้บริโภคก็ตัดสินใจชะลอการซื้อ แม้ว่าจริงๆ แล้วในภาคไอทีนั้นยังมีดีมานด์อยู่อีกมากก็ตาม
บริษัทดำเนินธุรกิจไอที โทรคมรายใหญ่ของไทยอย่าง "กลุ่มบริษัทสามารถฯ" คุณวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ยังออกมายอมรับเช่นกันว่า การเมืองกระทบกับแผนธุรกิจ ต้องปรับเปลี่ยนหันไปสร้างรายได้จากภาคเอกชนให้มากกว่าลูกค้าภาครัฐ ยังมีอีกหลายๆ บริษัทไอทีที่ขณะนี้ต่างยอมรับว่า หลีกเลี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองได้ยาก ทำได้เพียงประคับประคอง ปรับแผนใหม่เน้นความอยู่รอดท่ามกลางสภาพที่ยังทำนายอนาคตไม่ได้
ล่าสุด สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มดี ของสวิตเซอร์แลนด์ ก็ประเมินความเป็นไปได้ที่อันดับขีดแข่งขันของไทยจะลดลง เพราะปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นลากยาวมาตั้งปลายปี 2556 ที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ ทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพ และไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการนโยบายประเทศขณะนี้ได้
ภาวะที่ประเทศเป็นแบบนี้ ภาคธุรกิจคงต้องตามหา "แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์" กันต่อไป









