ตัวเลข 585 คือจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อสิ้นปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องมีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ในฤดูกาล AGM-Annual General Meeting ระหว่างช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ของทุกปี อย่างที่รู้กัน (ยกเว้นบางแห่งที่ จบรอบบัญชี ไม่ตรงกับ 31 ธันวาคม)
และผ่านไปแล้ว สำหรับ ฤดูกาล ประจำปี 2557 เมื่อ 30 เมษายน ที่ผ่านมาหมาดๆ ดิฉันอยากพาท่านไปแวะ ดูอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับยุคแห่งการแสวงหาความรู้ ของนักลงทุน ที่ต้องรู้เท่าทันข้อมูล ข้อเท็จจริงในหลายมิติ รู้เขา รู้เรา และลองสวมหมวก สมมุติว่าเป็นตัวเราบ้าง เราจะทำแบบนั้นบ้างไหม ใจเขา ใจเรา ใจร่ม และอาจต้องเสียผลประโยชน์แห่งตนไปบ้าง เพื่อรักษาหลักการ ยึดกติกาของส่วนรวม จะช่วยให้สังคมผู้ลงทุน น่าอยู่ มีธรรมาภิบาล ตามที่หลายคนเรียกร้อง เริ่มได้ง่าย เริ่มที่ตัวเรานี่แหละคะ
คราวนี้หันกลับมามอง ธุรกรรมของทั้ง 585 แห่ง ที่เป็นบริษัทมหาชน พวกเขาต้องปฏิบัติ ตามเกณฑ์ในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในฤดูกาล AGM เรื่องนี้ หากนักลงทุน ได้ลองใช้เวลา นั่งอ่าน รายงานประจำปี (Annual Report) ของแต่ละบริษัท ท่านจะเติมความรู้ ให้รู้จักบริษัทแต่ละแห่งได้ดียิ่งขึ้น พบว่ามีเรื่องสนุก สนุก เป็นการเล่าเรื่อง แต่ละภาพรวมของอุตสาหกรรม แต่ละเหตุการณ์ของบริษัทที่เกิดขึ้น ในปี 2556 ซึ่งถูกบันทึกไว้ อย่างจุใจ ใครเป็นผู้บริหาร ใครเป็นผู้กำหนดนโยบาย กรรมการเป็นใคร ขาดทุน กำไร กันอย่างไร เรื่องนี้ ต้องชื่นชม “ห้องสมุดมารวย” ที่จัดเป็นมุมเฉพาะ ให้เข้าไปใช้บริการกันอย่างจุใจ หนอนหนังสือ ชอบมาก นักลงทุนคุณภาพ ก็ชอบมากเช่นกัน ไม่ต่างจากการดูหนัง ทั้ง 585 เรื่อง ที่ดิฉัน จั่วหัวไว้เชียวแหละ
อยากแนะนำ แนวทาง การติดตาม เหมือนเป็นหัวข้อ พล็อต ของหนังหรือละครทีวีหรือละครเวที เวลาจะทำเป็นสตอรี่บอร์ด ต้องกำหนดหัวข้อ เป็นตอนๆ ให้ทีมงาน ไปเตรียมตัว เปรียบเช่น วาระการประชุมที่กำหนดไว้ นั่นแหละคะ โดยทั่วไป จะมีวาระที่กำหนดไว้เป็นแนวทางหลักๆ ลองตามดิฉันมาดูหนัง ด้วยกัน นะคะ
วาระที่ 1 หรือองก์ที่ 1 : มักจะกำหนดให้เป็นสาระ ประธานแจ้งเพื่อทราบ เป็นการเปิดม่าน การประชุม ท่านประธาน อยากทักทาย กล่าวต้อนรับ ยินดีต้อนรับ บทนี้ เป็นบทของประธานกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่ง ต้องทำหน้าที่ควบคุม กำหนดการประชุม และมีสิทธิขาด ในการชี้ให้ใครพูด จะตัดไมค์ใคร จะสั่งอุ้มใคร ออกนอกห้องประชุม ได้ทั้งนั้น ไม่ต่างจาก การประชุมสภา ที่เราเห็นถ่ายทอด ทางทีวี นั่นแหละค่ะ เวลาผู้ร่วมประชุม ต้องพูดกับประธาน หรือผ่านท่านประธานเท่านั้น
ประธานในที่ประชุม จึงต้องเข้มแข็ง กลเม็ดแพรวพราว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นเลิศ เพื่อบรรลุผลการประชุมให้ได้ บุคคลที่จะทำหน้าที่นี้ จึงต้องมีทั้งทักษะและบารมีพอตัวเชียวละค่ะ ไม่งั้น เจอจอวลีเด็ด ของคุณรังสิมา รอดรัศมี ว่า “ท่านประธานฯ ไม่แข็ง” ได้ฮา กันลั่นห้องประชุม
จากนั้น ก็ต้องมีการแจ้งกติกา ตามระเบียบ ซึ่งมักจะใช้พิธีกร มาช่วย ทำหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนและสาระสำคัญของการเป็นบริษัทมหาชน
วาระที่ 2 หรือองก์ที่ 2 : เป็น การพิจารณารับรองรายงานการประชุม ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งจะห่างกันนานนับปี พอจะจำกันได้บ้างไหมล่ะ เพราะกำหนดไว้ประชุมปีละครั้ง ดังนั้น การประชุมปี 2557 ก็ต้องรับรองการประชุมของปี 2556 ดิฉันแนะนำว่าอ่านให้ละเอียด ตกหล่นประการใด ต้องรีบท้วงติง แก้ไขให้ถูกต้องเสีย ไม่เช่นกัน หมดสิทธิ แก้ไข นะคะ
มีบางแห่ง ผู้ถือหุ้น ขยัน อ่านทุกตัวอักษร ทุกตัวสะกด ทุกขีดเส้นใต้ ทุกเว้นวรรค ลุกขึ้นทักท้วง ให้ได้พอ อมยิ้มกัน เบาๆ ทีมงานของบริษัท จึงควรรอบคอบตามไปด้วย
วาระที่ 3 หรือองก์ที่ 3 : รายงานผลการดำเนินการ ในรอบปี ที่ผ่านมา ว่า กำไร ขาดทุน มีผลงานอย่างไร สรุปภาพรวม บางแห่งกำไรอู้ฟู้ ปันผลเบิกบาน ยิ้มแป้นกันไป แต่หากยังขาดทุน ก็อาจจะเจอคำถามเยอะหน่อย ผู้บริหารต้องรับมือตอบคำถามกันดีๆ ละกัน
วาระที่ 4 หรือองก์ที่ 4 : พิจารณาอนุมัติงบดุล และงบกำไรขาดทุน ในรอบปี ที่ผ่านมา ข้อมูลนี้สำคัญ เพราะจะเหมือนกระจกเงา บานใหญ่ ส่องไส้ในของการทำงาน ที่บันทึกเป็นตัวเลข จับต้องได้ ขายได้เท่าไหร่ ต้นทุน ใช้อะไรบ้างรู้หมด เรื่องนี้ นักลงทุนคุณภาพ ชอบและถนัดนัก ตัวเลขทางการเงิน จะเป็นไฟส่องนำทาง เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งให้พวกเขา ใช้ตัดสินใจในการลงทุน เลยล่ะ
วาระที่ 5 หรือองก์ที่ 5 : พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผล จากผลการดำเนินการปีที่ผ่านมา ว้าว..ชอบล่ะซิ เงินปันผล ก็คือ เหมือนดอกเบี้ย ในการที่เรานำเงินไปฝากแบงก์ นั่นแหละค่ะ ดอกเบี้ย มาก ชอบใช่ไหม ปันจ่ายให้เรามาก ก็ชอบ แต่หากงดจ่ายปันผล ก็ต้องทำใจ เปลี่ยนใจได้นี่ หันไปมองหาบริษัทที่กำไรดี ปันผลงาม ก็ได้ ยกเว้นหุ้นเก็งกำไร ที่ไม่อยู่ในกฎข้อนี้ นะคะ
วาระที่ 6 หรือองก์ที่ 6 : พิจารณา อนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทน เรื่องนี้ ค่อนข้างมีเกณฑ์ของวิชาชีพนี้อยู่แล้ว รวมทั้งผู้สอบ ต้องขึ้นทะเบียน กับทาง กลต.
หากผู้ถือหุ้น อยากลุกขึ้นถาม ก็ได้ ท่านประธาน ก็ต้องมีคำอธิบาย หรือจะมอบให้ผู้บริหารที่ดูแล ตอบก็ได้ เช่นกัน
วาระที่ 7 หรือองก์ที่ 7 : พิจารณาอนุมัติการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ เรื่องนี้สำคัญค่ะ หากย่อส่วน ไม่ต่างกับการไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว./ ส.ก./ ส.ข./ อบต./อบจ. นั่นเลยล่ะ เพราะเป็นการเลือกตัวแทน เข้าไปบริหารงานแทนตัวเรา เขาจะมีคณะกรรมการสรรหา นำมาเสนอให้ลงคะแนนตามหลักประชาธิปไตย เสียงข้างมาก งานนี้ รายย่อย รายบุคคล เป็นน้ำน้อยแพ้ไฟมาก โหวตเท่าไหร่ ก็สู้เสียงส่วนใหญ่ ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ได้ วันยังค่ำ
มีตัวอย่าง จาก บมจ.การบินไทย เมื่อ วันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง-ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีการเสนอกรรมการ กลับเข้าดำรงตำแหน่ง จำนวน 8 คน จากเก้าอี้ ทั้งหมด 15 ตัว ผู้ถือหุ้น ทักท้วงว่า สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ยังมีกรรมการเพียง 9 คน เขายังบริหารงาน มีกำไรงดงาม เราน่าจะลดจำนวนกรรมการลงบ้าง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จากผลการดำเนินการ กว่า 12,000 ล้านบาท ในปี 2556 มากสุดเป็นประวัติการณ์ ของการก่อตั้งสายการบินแห่งชาติ ในรอบ 54 ปี ...เศร้าใจจัง
สุดท้าย เสียงข้างมาก ดันทะลุ จนผ่านให้ ทั้ง 8 คน กลับเข้านั่งในตำแหน่งอีก จึงมีกรรมการ 15 คน เหมือนเดิม ไม่มีการรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่ายให้องค์กร แต่อย่างใด
(เรื่องของกรรมการ ยังมี ฝอยเหตุ อีกมาก ดิฉันขอติดไว้ ในโอกาสหน้า นะคะ)
วาระที่ 8 หรือองก์ที่ 8 : พิจารณาอนุมัติการกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนกรรมการบริษัท เรื่องนี้ พูดการเยอะ เรื่องค่าตอบแทน และความรับผิดชอบ ควรเดินมาพร้อมกัน เช่น หากทำบริษัทขาดทุน พวกเขาจะร่วมรับผิดชอบอย่างไร แค่ลาออก เป็นการหนีปัญหา อาจน้อยไป พูดกันเสียงดังๆ ว่า อาจต้องคืนเงินที่เป็นค่าตอบแทน มาซะด้วย
เกณฑ์ ที่กำหนดกันไว้ คล้ายๆ กัน อาทิ ค่าตอบแทนปกติ-รายเดือน เบี้ยประชุมต่อครั้ง เงินรางวัลตอบแทนคิดเป็นอัตราร้อยละของกำไรในแต่ละปี ดิฉัน ยังไม่พบข้อมูลว่า หากขาดทุน กรรมการควรต้องกำหนดร้อยละของการชดเชยให้บริษัทด้วยเช่นกัน จึงจะเป็นธรรม สมดุล ใช่ไหม นอกจากนั้น ล่าสุด กลต. ยังกำหนดให้แจ้งด้วยว่า ค่าตอบแทนอื่นๆ ที่ให้กับกรรมการ มีอะไรอีก เช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าเลี้ยงรับรอง และอื่นๆ
เหล่านี้ น่าจะเป็น 8 ข้อหลักๆ ของการกำหนดวาระ หรือ องก์ อันเป็นสาระสำคัญ นอกจากนั้น อาจเป็นวาระอื่นๆ ตามแต่เหตุการณ์ของแต่ละบริษัท เช่น การลดทุน การเพิ่มทุน การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ และอื่นๆ ตามความจำเป็น ด้วยความเป็นบริษัทมหาชน ต้องมีการแจ้งข้อมูล ให้ผู้ถือหุ้นซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของเงิน เป็นหุ้นส่วน ทราบโดยทั่วกัน ยกเว้นหากยังเป็น บริษัท ปาป๊า มาม๊า ไม่ต้องมาบอกใคร เจ้าของบริษัททำได้เอง ตามชอบใจ
ดิฉัน มั่นใจค่ะว่า หากท่านได้ติดตาม หนังทั้ง 585 เรื่อง หรือบางเรื่อง ที่ท่านเข้าไปเกี่ยวข้อง นักลงทุนอย่างท่าน จะรู้แจ้ง มีวัคซีนป้องกันตัว ปลอดโรคติดดอย พิชิตการลงทุนได้ ด้วยตัวเอง เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตน….






