ตื่นตระหนกกันทั้งประเทศกับ "แผ่นดินไหว" ขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่บริเวณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย
ห่างจาก อ.เมืองไป 48 กิโลเมตร เมื่อเย็นวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา
+++ ที่ตื่นตกใจกันเพราะแผ่นดินไหวที่จังหวัดเหนือสุดของประเทศครั้งนี้ "รุนแรงที่สุด" ในรอบ 100 ปี เท่าที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีบันทึกเกี่ยวกับแผ่นดินไหวมา
+++ อีกทั้งจุดเกิดเหตุอยู่ในระดับความลึกจากพื้นดินเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น!!! แผ่นดินสั่นสะเทือนครั้งนี้จึงสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
+++ ทั้งบ้านเรือนประชาชน ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย วัดร่องขุ่นของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ
+++ ถนนหลวงเส้นเชียงใหม่-เชียงราย ถนนพหลโยธินเส้นทางพาน -พะเยา รวมทั้งตึกในเมืองเชียงใหม่ ได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน
+++ การสั่นไหวรับรู้ได้ถึง ลำปาง ลำพูน น่าน พะเยา หนองคาย เลย แม้กระทั่งศูนย์กลางอย่าง กรุงเทพฯ ก็ยังรู้สึก
+++ เฉพาะที่กรุงเทพฯ ผู้ที่อยู่ตึกสูงรับรู้ถึงการสั่นไหวหลายแห่ง เช่น ถนนสุขุมวิท รัชดาภิเษก ซอยอารีย์ เขตพญาไท คอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว โรงแรมหรูย่านถนนวิทยุ
+++ นอกจากนี้ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาดน้อยกว่า 3 ถึง 5.9 ตามมาอีก รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง
+++ เฉพาะหน้าต้องเฝ้าระวังเหตุซ้ำอย่างน้อย 72 ชั่วโมง และควรสำรวจตรวจตราสิ่งก่อสร้างว่ามี "รอยร้าว" หรือการ "ทรุดตัว" หรือไม่จะได้รับมือได้แต่เนิ่นๆ
+++ สำนักแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า แม้ว่าสถิติในอดีตประเทศไทยจัดอยู่ในบริเวณที่มีความ "เสี่ยงภัย" แผ่นดินไหวน้อยกว่าบริเวณอื่นของโลก แต่มิได้หมายความว่า ประเทศไทย "ปลอดภัย" จากภัยแผ่นดินไหว
+++ ที่สำคัญ ภัยแผ่นดินไหวยังคงเป็นภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถ "พยากรณ์" ได้
+++ หากเปรียบเทียบกับภัยธรรมชาติอื่นๆ จะพบว่าแผ่นดินไหว "ไม่มีเวลา" ให้เตรียมตัวเตรียมใจ...แต่ก็ใช่ว่าจะบริหารจัดการไม่ได้เลย
+++ สำนักแผ่นดินไหวชี้ว่า ทุกวันนี้เรายังไม่มีการศึกษารายละเอียดทุกแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว
+++ กฎข้อบังคับว่าด้วยการออกแบบสิ่งก่อสร้างให้ต้านทานแผ่นดินไหวในปัจจุบันก็ยังไม่ครอบคลุมอีกหลายพื้นที่ที่เสี่ยงภัย
+++ ไม่มีแผนหลักในการจัดการภัยแผ่นดินไหวเป็นระบบ
+++ งานวิจัยต่างๆ ด้านแผ่นดินไหวและวิศวกรรมแผ่นดินไหวเพิ่งเริ่มดำเนินการกัน
+++ ระบบตรวจวัดยังไม่หนาแน่นพอ
+++ ที่ต้องเร่งดำเนินการเพราะมีตัวอย่างของภัยแผ่นดินไหวในต่างประเทศหลายแห่งที่เพียงสั่นไหว "ระดับกลาง" ก็สร้างความเสียหายได้มากแล้ว
+++ ถึงวันนี้คงมีเจ้ากระทรวง เจ้าหน้าที่ นักวิชาการ ลงพื้นที่เพื่อรับรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วซึ่งมั่นใจว่าความคาดหวังคงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ "เยียวยา" ความเสียหาย แต่อยากเห็นการเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหวอย่างเป็น "ระบบ" เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
+++ เริ่มจากประเด็นต่างๆ ที่สำนักแผ่นดินไหวแนะนำเอาไว้ จะเป็นการศึกษาวิจัย หรือวางระบบตรวจวัดเพิ่มเติม สิ่งใดทำได้ก่อน ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็ควรสนับสนุน ผลักดัน ช่วยเหลือทันที!!!
+++ เพราะบทเรียนจาก "สึนามิ" ก็มีให้เห็นแล้ว ส่วนภัยจากแผ่นดินไหวก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่อาจเกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้าเราได้ทุกเมื่อ...









