วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จุดเปลี่ยน "สมาร์ทโฟน"

แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยเฉพาะตลาดโทรศัพท์มือถือนับจากวันนี้

คือ การแข่งขันด้วยลูกเล่นใหม่ๆ ที่อาศัยผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางแทนที่จะแข่งกันด้วยฮาร์ดแวร์เช่น ความเร็วในการประมวลผลเหมือนในอดีต

สังเกตได้จากทุกวันนี้โฆษณาของสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ไม่ได้แข่งกันที่สเปคของเครื่องแต่กลับแข่งขันกันที่ระบบสแกนลายนิ้วมือ ระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ท วอช เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ หรือการใช้งานที่เชื่อมต่อกับรถยนต์และเครื่องเสียงที่บ้านได้ทันที

ประการที่ 2 คือ การแข่งขันเรื่องราคาจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในตลาดระดับกลางถึงล่างที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ยึดหัวหาดอยู่มีแนวโน้มที่จะปรับราคาลดลงไปอีก 6.1% ต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเท่ากับว่าใน 5 ปีข้างหน้าเราจะซื้อสมาร์ทโฟนที่มีลูกเล่นมากมายในราคาที่ถูกลง 30% เมื่อเทียบกับทุกวันนี้

สงครามราคาในตลาดสมาร์ทโฟนจึงยังอยู่ต่อไปอีกหลายปีเพื่อแบ่งฐานลูกค้าในระดับแมสซึ่งเป็นตลาดหลัก แต่ผลดีก็ยังอยู่กับผู้บริโภคเป็นหลักเพราะสามารถเพลิดเพลินกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้ตลอดเวลาในราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ

แนวโน้มประการสุดท้าย คือ โทรศัพท์มือถือได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้วอย่างสิ้นเชิง จากแท่งสี่เหลี่ยมที่เราใช้โทรศัพท์เพื่อพูดคุยสื่อสาร มาเป็น "Communication Equipment" ที่ใช้สื่อสารได้ทั้งภาพและเสียงเหมือนที่เราใช้สมาร์ทโฟนทุกวันนี้

ที่สำคัญอุปกรณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าต้องเป็นสมาร์ทโฟน แต่แปลงร่างไปแฝงอยู่กับอุปกรณ์รอบตัวเราได้มากมาย เช่น นาฬิกา สายรัดข้อมือ รถยนต์อัจฉริยะ ฯลฯ เพราะชีวิตประจำวันของเราถูกเปลี่ยนไปให้ต้องใช้การติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา

ผู้นำในอุตสาหกรรมนี้จึงไม่ได้ถูกจำกัดว่าจะต้องเป็นผู้ผลิตมือถือเป็นหลัก แต่ผันตัวเองเป็นผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวเนื่องต่างๆ ได้มากมาย เช่น สมาร์ท วอช ของซัมซุง โซนี่และอีกหลายๆ ยี่ห้อที่จะตามมา ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นแล้วว่างานแสดงเทคโนโลยีสื่อสารมักจะมีรถยนต์เข้ามาร่วมโชว์ด้วยเสมอ

เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคตที่ต้องการระบบสื่อสารอันทันสมัยมากขึ้น ตัวรถจึงสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่างๆ ทั้งด้านการจราจร บันเทิง และข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ฯลฯ

จากพาหนะที่เคยทำหน้าที่เพื่อการเดินทางแต่เพียงอย่างเดียวมาตลอดศตวรรษ ทุกวันนี้รถจึงต้องเพิ่มความสามารถด้านภาพยนตร์ เสียงเพลง ระบบนำทางอันทันสมัย ฯลฯ จนบริษัทรถยนต์ต้องใช้โปรแกรมเมอร์ไม่แพ้บริษัทซอฟต์แวร์เลย

งานแสดงมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกโมบาย เวิลด์ คองเกรส ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว แต่สิ่งที่ต้องคิดต่อ คือ เราต้องจับกระแสของการเปลี่ยนแปลงใน 3 ประการข้างต้น เพื่อหาทางปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าว และอย่าได้คิดว่าบริษัทเล็กๆ จะไม่มีทางก้าวทันยักษ์ใหญ่ได้

ดูตัวอย่างได้จากซัมซุง ที่ไม่เคยมีใครเชื่อเลยว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ของโลกได้ เช่นเดียวกับหัวเว่ยที่อาศัยตลาดหลักคือประเทศจีนเป็นหลักก็ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของโลกได้สำเร็จ

เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน และนั่นคือโอกาสที่เปิดกว้างให้กับผู้ที่มองเห็นและปรับตัวได้ก่อนใครเท่านั้น