วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ช่องว่างดิจิทัลทั่วโลก' แย่ลง

เมื่อไม่นานมานี้ มีผลสำรวจชิ้นนหนึ่งน่าสนใจ อยากจะเล่าสู่กันฟัง ผลสำรวจชิ้นนั้นของ "เวิลด์ อีโคโมนิค ฟอรั่ม"

ได้สำรวจช่องว่างดิจิทัลทั่วโลก โดยระบุว่า "เริ่มแย่ลง" หลังพบประเทศใหญ่ๆ ในโลกหลายแห่งอันดับถดถอย สาเหตุสำคัญ เพราะความเหลื่อมล้ำของเทคโนโลยีระหว่างเมือง และชนบท

นับเป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิคที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตมนุษย์ เพราะทุกวันนี้ ผลการสำรวจช่องว่างดิจิทัลระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนาทั่วโลกล่าสุดเริ่มอยู่ในขั้นเลวร้าย

ในรายงานโกลบอล อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี ฉบับที่ 13 ของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ซึ่งสำรวจความสามารถของประเทศต่างๆเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการเติบโตของเศรษฐกิจ และการมีสังคมที่ดี พบว่า ประเทศแถวหน้าของโลกส่วนใหญ่มีอันดับความพร้อมของเครือข่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ชาติกำลังพัฒนาขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น จีน บราซิล และอินเดีย กลับมีอันดับความพร้อมลดลง

ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียนโดดเด่นมากที่สุดในบรรดาประเทศที่มีความพร้อมของเครือข่าย 10 อันดับแรก โดยมี "ฟินแลนด์" ครองอันดับสูงสุด ตามมาด้วยสิงคโปร์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อังกฤษ และเกาหลี โดยปีนี้ "สหรัฐ" ขยับขึ้น 2 อันดับ "ฮ่องกง" ก้าวกระโดดมา 6 อันดับ และ "เกาหลี" ขยับขึ้น 1 อันดับ ขณะที่ "อังกฤษ" ตกลง 2 อันดับ ส่วนอีก 6 ประเทศอื่นๆ ในกลุ่มท็อปเท็นอันดับคงที่

อย่างไรก็ตามในประเทศกำลังพัฒนา เช่น "จีน" กลับถอยลงไปถึง 4 อันดับอยู่ที่อันดับ 62 ส่วน "บราซิล" หล่น 9 อันดับไปอยู่ที่ 69 และ "อินเดีย" ลด 15 อันดับอยู่ที่ 83

การจัดอันดับดังกล่าวรวบรวมจากข้อมูลสาธารณะ เช่น อัตราภาษี จำนวนผู้เล่าเรียนในระบบการศึกษา และความครอบคลุมของเครือข่ายสื่อสารไร้สาย ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 15,000 คนทั่วโลก ขณะที่ จีนเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมากที่สุดในโลก หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรจีนมากกว่า 1 พันล้านคน ซึ่งใช้สมาร์ทโฟนบนเครือข่าย 3จี แต่กลับมีอันดับถอยลง เพราะความไม่เสมอภาคอย่างชัดเจนของการพัฒนาเทคโนโลยีระหว่างเมืองและพื้นที่ชนบท รวมถึงความซับซ้อนของระบบราชการที่มากเกินไปและอัตราภาษีที่สูง

"เจฟฟ์ แคมป์เบลล์" ผู้บริหารระดับสูงของซิสโก้ ซีสเต็มส์ ดูแลงานภาครัฐของอเมริกา บอกว่า ไม่มีวิธีตายตัวที่ใช้ยกระดับการเติบโตของประเทศ แต่ก็มีรูปแบบบางอย่างที่ใช้อธิบายความพร้อมของประเทศได้ ซึ่งรวมถึงนโยบายที่กระตุ้นการลงทุนด้านบรอดแบนด์ หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการตอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆ

เขายกตัวอย่าง สหรัฐลงทุนพัฒนาบรอดแบนด์สูงมาก และยังเป็นประเทศที่มีผู้ใช้งานเทคโนโลยีไร้สายยุค 4 หรือ 4จี เกือบครึ่งของผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งถือว่านำหน้าประเทศอื่นๆ ไปถึง 5 ปี

กลับมามองที่ประเทศไทย ที่มีปัจจัยลบ ปัจจัยเสี่ยงถาโถมอยู่ตลอดเวลา แม้นอกหน้าต่างกำลังตื่นเต้น และตื่นตัวกับการก้าวสู่ยุคใหม่ของเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี แต่ประเทศไทยเรานั้นไม่สนใจสัญญาณเหล่านี้ แต่ยังคงปิดประตูบ้านและทะเลาะกันเองอย่างเมามัน เศรษฐกิจก็ถดถอยลง กำลังซื้อหดหาย ..น่าเศร้าใจยิ่งนัก