180 กว่าวันของการชุมนุมมวลชนในนาม กปปส. ยังมินับการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.)
ที่เริ่มมาก่อนหน้า เข้าใจว่า กปท.คงชุมนุมทุบสถิติ 193 วันของกลุ่มพันธมิตรฯ ไปแล้ว
สาเหตุที่การชุมนุมมวลชนขับไล่รัฐบาล ไม่ว่าพันธมิตรฯ หรือ กปปส. หรือ นปช.ต้องยืดเยื้อ เพราะปัจจัยชี้ขาดชัยชนะไม่ได้อยู่"จำนวนมวลชน"
ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วง 40 ปีมานี้ การลุกขึ้นสู้ของมวลชนเป็นเพียง "เงื่อนไข" แต่ปัจจัยชี้ขาดแพ้-ชนะอยู่ที่ "องค์กรเหนือรัฐ" และ "บารมีเหนืออำนาจรัฐ"
การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เมื่อ 13-15 ตุลาคม 2516 ปัจจัยชี้ขาดคือ "กองทัพ" ภายใต้การนำของ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ.สมัยนั้น และเมื่อเกิดสุญญากาศ ภายหลังกลุ่ม "ถนอม-ประภาส" ต้องเดินทางออกจากเมืองไทย ก็ได้ "พระบารมี" เข้ามาแก้ไขวิกฤตการเมือง
การชุมนุมของนักศึกษา ประชาชน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 จุดเปลี่ยนของเกมคือ"เหตุจลาจลนองเลือด"และได้"พระบารมี"เข้ามาแก้ไขวิกฤตอีกครั้ง แต่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็เป็นไปตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2534
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2549 จุดจบในเบื้องต้นคือ"รัฐประหาร 19 กันยา"และการเกิดขึ้นของรัฐบาลเฉพาะกาล กลับเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งที่่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน
การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ปัจจัยแตกหักคือ"การสลายการชุมนุม และการจลาจล"แม้ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ จะได้ชัยชนะในสมรภูมิต้านเสื้อแดง แต่ในสนามเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายยับ
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้สร้างปรากฏการณ์พิเศษ"มวลมหาประชาชน"ที่มีผู้คนเข้าร่วมการชุมนุมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ กปปส.ก็ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้
เมื่อปัจจัยชี้ขาดคือ "กองทัพ" วางตัวเป็น "ผู้กำกับการแสดง" ไม่ใช่ "ผู้เล่น" ตัวหลักเหมือนในอดีต
กปปส.จึงต้องหันไปพึ่ง "องค์กรอิสระ" เหมือนครั้งหนึ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ตุลาการภิวัตน์ มาช่วยปิดเกมให้เมื่อการชุมนุมยืดเยื้อปี 2551
ยกสุดท้าย(อีกแล้ว) ของ กปปส. จึงกำหนดขั้นตอนการต่อสู้เป็น 3 ขั้นตอน
5 พ.ค. เป็นวันฉัตรมงคล กปปส. จะทำพิธีตั้งสัตยาธิษฐาน แสดงความจงรักภักดีว่าจะทำความดีเพื่อแผ่นดิน ต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินให้สำเร็จให้ได้ ที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
13 พ.ค. ตรงกับวันวิสาขบูชา จะจัดทำบุญประเทศครั้งใหญ่ และขจัดเสนียดจัญไรของประเทศ
14 พ.ค. จะเริ่มการปฏิบัติการ"เรียกคืนอำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชน"ตั้งรัฐบาลคนดี ตั้งสภานิติบัญญัติของประชาชน
ด้าน "หลวงปู่พุทธะอิสระ" แกนนำ กปปส.ภาค 7 ประกาศเดินแนวทาง"ถวายคืนพระราชอำนาจ"ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3
16-18 พ.ค. จะเคลื่อนขบวนไปยัง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน
จะว่าไปแล้ว ยุทธศาสตร์ของหลวงปู่พุทธะอิสระ ก็ไม่ต่างจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2549 และใกล้เคียงกับ "คณะรัฐบุคคล" ที่มุ่งหมาย "พึ่งพระบารมี" เป็นสำคัญ
ส่วน นปช. จะเริ่มชุมนุม "วันปราบกบฎ" ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 พ.ค. 2557 ที่ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยชุมนุมยืดเยื้อและไม่มีการเคลื่อนขบวนไปทางไหน
เงื่อนไขของ นปช.คือ จะไม่เปิดเกมรุกแตกหัก หากสถานการณ์ทางการเมืองยังดำรงอยู่อย่างนี้ แต่วันใดมี "นายกรัฐมนตรีคนดี" และมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง นปช.จะเดินหน้าต่อต้านทุกรูปแบบทันที
ต่อให้ยิ่งลักษณ์ และ ครม.พ้นจากตำแหน่ง หรือพรรคเพื่อไทยถูกยุบ ก็ไม่ใช่เงื่อนไขในการลุกฮือของคนเสื้อแดง ตราบที่ "ธงเลือกตั้ง" ยังกำหนดไว้ 20 ก.ค.ศกนี้
ใครที่มโนว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หรือ ป.ป.ช.ชี้มูล แล้วจะเกิด"สงครามกลางเมือง"แบบว่าแตกหักได้-เสีย ถึงชั่วโมงนี้ก็ยังเป็นไปได้ยาก
มหากาพย์การเมืองสองขั้ว ยังจะดำรงอยู่ต่อไป...ไม่จบแค่มี "รัฐบาลคนดี" ของ กปปส. หรือมี "การเลือกตั้ง" ของ นปช.








