วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุดท้าย..เจ็บแต่ไม่จบ

180 กว่าวันของการชุมนุมมวลชนในนาม กปปส. ยังมินับการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.)

ที่เริ่มมาก่อนหน้า เข้าใจว่า กปท.คงชุมนุมทุบสถิติ 193 วันของกลุ่มพันธมิตรฯ ไปแล้ว

สาเหตุที่การชุมนุมมวลชนขับไล่รัฐบาล ไม่ว่าพันธมิตรฯ หรือ กปปส. หรือ นปช.ต้องยืดเยื้อ เพราะปัจจัยชี้ขาดชัยชนะไม่ได้อยู่"จำนวนมวลชน"

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วง 40 ปีมานี้ การลุกขึ้นสู้ของมวลชนเป็นเพียง "เงื่อนไข" แต่ปัจจัยชี้ขาดแพ้-ชนะอยู่ที่ "องค์กรเหนือรัฐ" และ "บารมีเหนืออำนาจรัฐ"

การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เมื่อ 13-15 ตุลาคม 2516 ปัจจัยชี้ขาดคือ "กองทัพ" ภายใต้การนำของ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ.สมัยนั้น และเมื่อเกิดสุญญากาศ ภายหลังกลุ่ม "ถนอม-ประภาส" ต้องเดินทางออกจากเมืองไทย ก็ได้ "พระบารมี" เข้ามาแก้ไขวิกฤตการเมือง

การชุมนุมของนักศึกษา ประชาชน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 จุดเปลี่ยนของเกมคือ"เหตุจลาจลนองเลือด"และได้"พระบารมี"เข้ามาแก้ไขวิกฤตอีกครั้ง แต่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็เป็นไปตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2534

การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2549 จุดจบในเบื้องต้นคือ"รัฐประหาร 19 กันยา"และการเกิดขึ้นของรัฐบาลเฉพาะกาล กลับเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งที่่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ปัจจัยแตกหักคือ"การสลายการชุมนุม และการจลาจล"แม้ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ จะได้ชัยชนะในสมรภูมิต้านเสื้อแดง แต่ในสนามเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายยับ

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้สร้างปรากฏการณ์พิเศษ"มวลมหาประชาชน"ที่มีผู้คนเข้าร่วมการชุมนุมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ กปปส.ก็ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้

เมื่อปัจจัยชี้ขาดคือ "กองทัพ" วางตัวเป็น "ผู้กำกับการแสดง" ไม่ใช่ "ผู้เล่น" ตัวหลักเหมือนในอดีต

กปปส.จึงต้องหันไปพึ่ง "องค์กรอิสระ" เหมือนครั้งหนึ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ตุลาการภิวัตน์ มาช่วยปิดเกมให้เมื่อการชุมนุมยืดเยื้อปี 2551

ยกสุดท้าย(อีกแล้ว) ของ กปปส. จึงกำหนดขั้นตอนการต่อสู้เป็น 3 ขั้นตอน

5 พ.ค. เป็นวันฉัตรมงคล กปปส. จะทำพิธีตั้งสัตยาธิษฐาน แสดงความจงรักภักดีว่าจะทำความดีเพื่อแผ่นดิน ต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินให้สำเร็จให้ได้ ที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

13 พ.ค. ตรงกับวันวิสาขบูชา จะจัดทำบุญประเทศครั้งใหญ่ และขจัดเสนียดจัญไรของประเทศ

14 พ.ค. จะเริ่มการปฏิบัติการ"เรียกคืนอำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชน"ตั้งรัฐบาลคนดี ตั้งสภานิติบัญญัติของประชาชน

ด้าน "หลวงปู่พุทธะอิสระ" แกนนำ กปปส.ภาค 7 ประกาศเดินแนวทาง"ถวายคืนพระราชอำนาจ"ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3

16-18 พ.ค. จะเคลื่อนขบวนไปยัง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน

จะว่าไปแล้ว ยุทธศาสตร์ของหลวงปู่พุทธะอิสระ ก็ไม่ต่างจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2549 และใกล้เคียงกับ "คณะรัฐบุคคล" ที่มุ่งหมาย "พึ่งพระบารมี" เป็นสำคัญ

ส่วน นปช. จะเริ่มชุมนุม "วันปราบกบฎ" ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 พ.ค. 2557 ที่ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยชุมนุมยืดเยื้อและไม่มีการเคลื่อนขบวนไปทางไหน

เงื่อนไขของ นปช.คือ จะไม่เปิดเกมรุกแตกหัก หากสถานการณ์ทางการเมืองยังดำรงอยู่อย่างนี้ แต่วันใดมี "นายกรัฐมนตรีคนดี" และมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง นปช.จะเดินหน้าต่อต้านทุกรูปแบบทันที

ต่อให้ยิ่งลักษณ์ และ ครม.พ้นจากตำแหน่ง หรือพรรคเพื่อไทยถูกยุบ ก็ไม่ใช่เงื่อนไขในการลุกฮือของคนเสื้อแดง ตราบที่ "ธงเลือกตั้ง" ยังกำหนดไว้ 20 ก.ค.ศกนี้

ใครที่มโนว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หรือ ป.ป.ช.ชี้มูล แล้วจะเกิด"สงครามกลางเมือง"แบบว่าแตกหักได้-เสีย ถึงชั่วโมงนี้ก็ยังเป็นไปได้ยาก

มหากาพย์การเมืองสองขั้ว ยังจะดำรงอยู่ต่อไป...ไม่จบแค่มี "รัฐบาลคนดี" ของ กปปส. หรือมี "การเลือกตั้ง" ของ นปช.