เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ชาวโลกจัดกิจกรรมประจำปีเนื่องในโอกาส วันคุ้มครองโลก (Earth Day) กันอีกครั้ง
หลังจากเริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 2513 จะด้วยปัจจัยอะไรไม่เป็นที่ประจักษ์อย่างแจ้งชัด กิจกรรมที่จัดทำกันทั่วโลกครั้งหลังสุดนี้ดูจะไม่มีความคึกคักแม้แต่น้อย ตรงข้าม มันดูกร่อยๆ และเศร้าสร้อยชอบกล สื่อต่างๆ ไม่ให้ความสนใจ ทั้งนี้คงเพราะมีเรื่องใหญ่ๆ ที่ดึงดูดความสนใจของพวกเขาไปหมด อาทิเช่น เหตุการณ์ในยูเครนซึ่งเป็นสนามประลองเชิงล่าสุดของมหาอำนาจที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง เรื่องเรือข้ามฟากล่มที่เกาหลีใต้ซึ่งมีเด็กนักเรียนตายนับร้อย และเรื่องการสูญหายไปอย่างลึกลับของเครื่องบินมาเลเซียซึ่งอาจมีผู้โดยสารและลูกเรือตายหลายร้อยคน
คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ก่อนถึงวันคุ้มครองโลกไม่นาน คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประชุมใหญ่อีกครั้ง คณะกรรมการฯ พิจารณาผลการศึกษาล่าสุดซึ่งยืนยันผลการศึกษาที่ได้ทำกันมาก่อนแล้วว่า โลกกำลังร้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและการร้อนขึ้นนั้นจะมีผลร้ายในหลายด้านดังที่คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 4 และ 11 เมษายนได้พูดถึง เรื่องนี้น่าจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้คงเพราะชาวโลกโดยทั่วไปยังตกอยู่ในภาวะกังวลใจด้วยเรื่องอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นขึ้นมาขยายตัวสูงอีกครั้งหลังเริ่มถดถอยครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 แต่ประเด็นใหญ่ที่ชาวโลกโดยทั่วไปมักไม่ตระหนักกันคือ การขยายตัวสูงนั้นเกิดขึ้นอย่างไรและมันอาจมีผลร้ายแฝงมาด้วย ขอยกตัวอย่างเรื่องเมืองจีนซึ่งเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราสูงมากจากวันที่เริ่มมีวันคุ้มครองโลก
ชาวจีนและชาวโลกคุ้นเคยกับการขยายตัวในอัตราสูงของเศรษฐกิจจีนมานานเสียจนรู้สึกผิดคาดเมื่อการขยายตัวในไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่อัตรา 7.4% ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นของโลก พร้อมๆ กับการประกาศว่าอัตราการขยายตัวได้ลดลงมานั้น มีรายงานบางด้านออกมาด้วย รายงานแรก ได้แก่ เรื่องดินเพื่อการเกษตรซึ่งเริ่มเป็นพิษร้ายแรงมานานแต่รัฐบาลปกปิดไว้เป็นความลับจนกระทั่งเมื่อสองสัปดาห์มานี้เอง รัฐบาลยอมรับแล้วว่าราว 20% ของที่ดินเพื่อการเกษตรเป็นพิษร้ายแรงจากการปนเปื้อนของโลหะและสารเคมี ที่ดินนั้นอาจไม่เหมาะสำหรับผลิตอาหารแล้ว นั่นหมายความว่าจีนจะต้องไปหาซื้ออาหารจากที่อื่นซึ่งก็อาจใช้กระบวนการผลิตอาหารอย่างเดียวกันอันจะส่งผลให้การเป็นพิษของดินขยายต่อไปถึงในส่วนอื่นของโลกด้วย
รายงานต่อไป ได้แก่ เรื่องคุณภาพอากาศในเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นพิษร้ายจนไม่เหมาะสำหรับใช้หายใจแล้ว รายงานบ่งว่า ในเมืองขนาดใหญ่ 74 แห่งที่รัฐบาลกลางติดตามวัดคุณภาพของอากาศเมื่อปีที่แล้ว เพียง 3 แห่งเท่านั้นที่อากาศยังมีคุณภาพดีตามคำนิยามของรัฐบาล ทางเหนือของประเทศเป็นภาคที่อากาศเป็นพิษมากที่สุดเนื่องจากการใช้ถ่านหินเป็นพลังงานเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ในการผลิตเหล็กกล้าและในอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ
อีกด้านหนึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับคุณภาพของแหล่งน้ำต่างๆ เรื่องภาพสัตว์ตายและขยะลอยมาเป็นแพในแม่น้ำของจีนนั้นคงเคยเห็นกันบ้างแล้ว แต่สิ่งที่มองไม่เห็นคือแหล่งน้ำใต้ดินซึ่งรายงานล่าสุดบ่งว่าราว 60% มีสารปนเปื้อนสูงมากจนไม่สามารถนำมาใช้ดื่มโดยตรงได้ ดังที่คอลัมน์นี้พูดถึงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนขาดแคลนน้ำจืดจนถึงขั้นวิกฤติแล้ว จึงได้พยายามกั้นแม่น้ำทุกสายเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้รวมทั้งทางตอนต้นของแม่น้ำโขงซึ่งอยู่ไกลจากชุมชนขนาดใหญ่มากกว่าแม่น้ำสายอื่น ต่างกับการกั้นแม่น้ำสายใหญ่ในเมืองจีน การกั้นต้นแม่น้ำโขงจะมีผลกระทบทางลบสูงต่อประเทศทางปลายสายน้ำรวมทั้งไทยด้วย
รายงานทั้งสามด้านนั้นบ่งบอกถึงการทำลาย 3 ใน 4 ธาตุเบื้องต้นของคนเรา ส่วนธาตุที่สี่ซึ่งได้แก่ไฟเป็นการทำลายจากเผาผลาญพลังงานเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะถ่านหินและน้ำมันปิโตรเลียม เนื่องจากจีนมีทรัพยากรเหล่านั้นไม่พอจึงออกไปแสวงหามาจากภาคอื่นของโลกซึ่งหมายถึงการขยายผลกระทบออกไปให้ถึงภาคอื่นด้วย ส่วนผลกระทบจะเป็นลบมากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตของผู้ขายสินค้า อาทิเช่น การผลิตถ่านหินแบบเหมืองเปิดโดยใช้การระเบิดภูเขามีผลกระทบสูงกว่าวิธีเจาะอุโมงค์เข้าไปในภูเขา
ที่เล่ามานี้ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นเป็นเสมือนเหรียญสองด้านเสมอ จุดมุ่งหมายของการขยายตัวได้แก่การบริโภคของเรา หากไม่มีการบริโภค การขยายตัวจะเกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ ส่งผลให้ผู้ผลิตล้มละลายและเลิกผลิตไปเอง จากมุมมองของวันคุ้มครองโลก ประเด็นสำคัญที่จะต้องตระหนักกันอย่างยิ่งยวดคือ การบริโภคนั้นมาจากความจำเป็นสำหรับดำเนินชีวิตหรือไม่ และกระบวนการผลิตสิ่งที่นำมาบริโภคจะมีผลต่อสภาพของโลกอย่างไร หากเราจะปกปักรักษาโลกไว้ให้อยู่ในสภาพที่มีผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของเราน้อยที่สุด ทางออกน่าจะเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว นั่นคือ ลดการบริโภคส่วนที่ไม่จำเป็นต่อการมีชีวิตลงให้เหลือน้อยที่สุด และใช้กระบวนการผลิตที่มีผลกระทบทางลบต่อสภาพของโลกน้อยที่สุด ส่วนกลไกในการนำไปสู่การลดการบริโภคส่วนนั้นและกระบวนการผลิตตามอุดมการณ์จะทำอย่างไรเป็นสิ่งที่สังคมจะต้องร่วมกันคิด
ความกร่อยของการฉลองวันคุ้มครองโลกปีนี้คงเกิดจากหลายปัจจัย แต่หวังว่าคงไม่ได้จากความเหนื่อยหน่ายของผู้ขับเคลื่อนและการมิให้ความสำคัญต่อการปกปักรักษาสภาพโลกที่น่าอยู่อาศัยไว้ให้ชนรุ่นหลัง






