ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา "ตำรวจไทย" มีชื่อปรากฏตามสื่อต่างๆ ทั่วโลก หลังเข้าไปมีบทบาทสำคัญ
ในการป้องกันและปราบปราม "อาชญากรรมข้ามชาติ" ที่สำคัญๆ หลายเรื่องด้วยกัน
+++ นับตั้งแต่กรณีชาวอิหร่านใช้ "พาสปอร์ตปลอม" ไปขึ้นเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบิน เอ็มเอช370 ที่การสูญหายยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ ก็มีต้นตอมาจากเกาะภูเก็ต
+++ การลักลอบเข้าเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ "อุยกูร์" กว่า 220 ชีวิตในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ก็เป็นประเด็นร้อนเรื่องสิทธิมนุษยชน
+++ การจับกุมชาวเลบานอนซึ่งต้องหาว่าเป็นสมาชิกเครือข่ายก่อการร้ายระดับโลกกลุ่ม "ฮิซบอลเลาะห์" ก็จับกุมได้ในประเทศไทย
+++"แก๊งสกิมเมอร์" สัญชาติรัสเซียและมาเลเซียที่มาอาละวาดดักข้อมูลและกดเงินตามตู้เอทีเอ็มตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทยก็สร้างความเสียหายต่อระบบการธนาคารไม่น้อย
+++ ยังไม่นับกรณี "ค้ามนุษย์" ที่ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ "จับตามองพิเศษ" ที่ยังเสี่ยงถูกปรับลดระดับลงไปอีก
+++ บทบาท "ตำรวจไทย" ต่อกรณีต่างๆ นั้น สังคมไทยคงติชมกันมาพอสมควรแล้ว แต่เสียงจาก "คนนอก" ที่มองมายังตำรวจไทยเป็นอย่างไร น้อยคนที่จะทราบ
+++เว็บไซต์ตำรวจกองการต่างประเทศได้สรุปรายงานการประชุม "หัวหน้าตำรวจสากลทั่วโลก" ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นที่ฝรั่งเศส เมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
+++ตัวแทนตำรวจไทยที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ คือ พล.ต.ต.อภิชัย สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานกลางตำรวจสากล กรุงเทพฯ ประเทศไทย ได้สรุปประเด็นสำคัญที่ "ตำรวจสากล" มอง "ตำรวจไทย" ซึ่งก็มีทั้งที่เป็นข่าวดีและข่าวร้าย
+++ ข่าวดีที่ตำรวจไทยได้รับการชื่นชมในเวทีโลกมีด้วยกัน 2 เรื่อง
+++ เรื่องแรกคือการจับกุม นายคริสโตเฟอร์ พอล นีล ชาวแคนาดา ผู้ต้องหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่หลบหนีอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี 2550
+++เรื่องต่อมาคือความร่วมมือในการแบ่งปัน "ข้อมูลหนังสือเดินทาง" ที่ถูกแจ้งหายหรือถูกขโมยเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของตำรวจสากล
+++ส่วนข่าวจะว่าร้ายก็ไม่เชิง รายงานระบุว่า การประชุมนอกรอบกับฝ่ายต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นผู้แทนไทยถูกเชิญเข้าร่วมทุกๆ โครงการ การรณรงค์ หรือปฏิบัติการ
+++ เพราะไทยถูกจับตามองมากที่สุดว่าเป็น "ศูนย์กลางของอาชญากรรมข้ามชาติ" อย่างแท้จริง
+++ ยกตัวอย่างตำรวจแคนาดาจะสนับสนุนอุปกรณ์สืบสวนสอบสวนให้ตำรวจไทยเพราะรัฐบาลแคนาดาต้องการปราบปรามการค้ามนุษย์ในประเทศของเขาที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน
+++ หรืออย่างการหารือนอกรอบกับฝ่ายปฏิบัติการขององค์การตำรวจสากลที่รับผิดชอบ "อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม" ก็ร้องขอตำรวจไทยช่วยจับ "ผู้ต้องหาชาวไทย" ซึ่งก่ออาชญากรรมสิ่งแวดล้อมจนแอฟริกาใต้ออกหมายจับไว้แต่หลบหนีกลับเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
+++ สำหรับประเภทของอาชญากรรมที่การประชุมครั้งนี้ ขีดเส้นใต้ไว้คือ "การลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ผิดกฎหมายและสินค้าปลอม" เข้าประเทศใดประเทศหนึ่ง
+++ ตำรวจสากลระบุว่า อาชญากรรมประเภทนี้เชื่อมโยงกับเครือข่าย "องค์กรอาชญากรรม"...กับปัญหานี้พี่ไทยก็คงหนีไม่พ้นถูก "จับตา" อีกตามเคย...









