มีข่าวการประชุมทีมเศรษฐกิจที่ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่าเศรษฐกิจไทยจะซบเซาที่อาจถึงขั้นติดลบเพราะการชุมนุมของ กปปส.
ซึ่งในปีนี้คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้เพียงร้อยละ 2-3 เท่านั้นจากเดิมที่คาดการณ์กันว่าจะอยู่ที่ระดับร้อยละ 3-4 ซึ่งเป็นอัตราเติบโตต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา พร้อมนี้ได้ระบุด้วยว่าการชุมนุมทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2558 ไม่สามารถดำเนินการได้ และประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นจึงไม่กล้าใช้จ่ายและไม่กล้าลงทุน ซึ่งเป็นการมองเพียงด้านเดียว และเป็นการกล่าวหาอีกฝ่ายโดยมองไม่เห็นว่าเป็นความผิดและความบกพร่องของตนเองในฐานะรัฐบาลที่มีหน้าที่บริหารเศรษฐกิจ ที่ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ ตัวอย่างเช่น การส่งออกที่ติดลบ ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบต่อเนื่องกัน 2 ปีและนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
กำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงนั้นก็เพราะ นโยบายหลายประการของภาครัฐ เช่น โครงการรถคันแรก หรือที่เลวร้ายที่สุดคือ โครงการรับจำนำข้าวที่มีความเสียหายจนทำให้การส่งออกข้าวลดลงประมาณ 2-3 ล้านตันต่อปี สูญเสียตลาดการค้าข้าวให้แก่คู่แข่งทำให้สูญเสียรายได้จากการส่งออกข้าวในปี 2555 และ 2556 นับหลายแสนล้านบาท มิหนำซ้ำโครงการรับจำนำข้าวก็มีความเสียหายจนถึงขั้นไม่มีเงินที่จะจ่ายให้กับชาวนา และเมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา ในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ยังติดค้างชาวนาอยู่ประมาณ 1 ล้านรายและมีมูลค่าประมาณ 130,000 ล้านบาท ดังที่จะเห็นว่ามีการวิ่งเต้นขอกู้ยืมเงินจากแหล่งต่างๆ มาชดใช้หนี้ให้ชาวนา ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วรัฐควรจะขายข้าวที่มีอยู่ในสต็อกเพื่อนำเงินมาชดใช้ให้ชาวนา และจนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นหนี้ชาวนาอยู่เกือบ 90,000 ล้านบาท และมีชาวนาที่เดือดร้อนได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว 16 ราย และประมาณการว่าความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวนี้สูงถึง 400,000-500,000 ล้านบาท
สำหรับการลงทุนนั้นได้เริ่มซบเซามาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว เนื่องจากไม่สามารถผลักดันโครงการลงทุนในการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 350,000 ล้านบาทที่ได้รับให้เกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรมจนกระทั่งสิ้นสุดกำหนดเวลาการเบิกจ่ายเงินในเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โครงการลงทุนในระบบสร้างเครือข่ายคมนาคมที่เป็นโครงที่สามารถดำเนินการไปได้ เช่น รถไฟรางคู่ หรือขนส่งมวลชนใน กทม. หลายสายก็ไม่สามารถจะเริ่มขึ้นได้เพราะถูกนำไปผูกรวมไว้กับโครงการลงทุน 2.0 ล้านล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปว่าขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การลงทุนทั้งหมดจึงชะงักงันตามสถานภาพของรัฐบาล ซึ่งถ้าหากบรรจุโครงการเหล่านี้ไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 และ 2557 แล้ว โครงการเหล่านี้สามารถเดินหน้าและมีความก้าวหน้าไปแล้ว
ความเสียหายอีกประการ คือ การสร้างหนี้สาธารณะที่ในระยะเวลา 2 ปี 4 เดือนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างหนี้สูงสุดเมื่อเทียบกับรัฐบาลอื่นๆ ในอดีตที่ผ่านมา การก่อหนี้อาจเป็นเรื่องปกติแต่เมื่อคำนึงถึงว่าในการรณรงค์หาเสียงที่ได้มีการโจมตีรัฐบาลก่อนว่าเก่งแต่กู้และรัฐบาลนี้มีวิธีการหาเงินมาลงทุนได้โดยไม่ต้องกู้ แต่ในความเป็นจริงแล้วได้ก่อหนี้จำนวนมหาศาล และเดชะบุญที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้โครงการบริหารจัดการหนี้ 350,000 ล้านบาทและโครงการลงทุนในเครือข่ายคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญในประเด็นกระบวนการผ่านร่างกฎหมายที่ไม่ชอบ และวิธีการใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นไปตามการบริหารงบประมาณแผ่นดิน มิฉะนั้นคนไทยก็จะเป็นหนี้ที่ต้องชดใช้ไปอีกถึงรุ่นลูกหลานเป็นเวลา 50 ปีข้างหน้าที่หากบวกด้วยดอกเบี้ยแล้วจะมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาท พึงอยากให้ตระหนักด้วยว่าการสร้างหนี้เป็นการนำเอาเงินในอนาคตมาใช้ ที่จะต้องมีการชดใช้คืนและผู้ที่ต้องรับภาระก็คือประชาชนนั่นเอง
เป็นความจริงที่ว่าการที่ไม่มีรัฐบาลจะทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2558 ที่ควรจะเกิดขึ้นไม่สามารถดำเนินการได้ และจะมีผลกระทบต่อการผลักดันเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วแม้จะไม่มีรัฐบาลแต่ก็สามารถเบิกจ่ายงบประจำตามรายจ่ายของงบประมาณปีก่อนก่อนหน้า ที่ไม่สามารถจะเบิกจ่ายได้คือ งบลงทุนที่มีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 25 ของงบประมาณรวมเท่านั้น
การตัดสินใจยุบสภาเป็นอำนาจและการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ถ้ารัฐบาลเห็นกับประเทศชาติและส่วนรวมแล้วก็น่าจะพิจารณาตนเองว่าควรลาออกจากการรักษาการเพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะที่เป็นอยู่แม้ว่าจะพยายามยื้อยุดอำนาจ การเป็นรัฐบาลรักษาการที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้ทำประโยชน์แต่กลับทำความเสียหายให้กับประเทศ การพยายามบอกว่ารักษาประชาธิปไตยด้วยการไปเลือกตั้ง ก็ขอย้ำว่าการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ประชาธิปไตย ถ้าหากได้รัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือ รัฐบาลที่โกงกิน การได้รัฐบาลและมีงบประมาณแต่มีการทุจริตและโกงกินแล้วก็ไม่มีประโยชน์






