วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

จากสมาร์ทโฟนสู่นาฬิกา

สีสันของอุตสาหกรรมไฮเทคช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ดูจะจับจ้องไปที่สมาร์ทโฟนเป็นหลัก โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่ตลาดไอทียังคงซบเซาต่อเนื่อง

ทำให้การเติบโตของโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนสวนทางด้วยยอดขายที่เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันหลายปี

ล่าสุดจากงาน Mobile World Congress (MWC) ที่ถือว่าเป็นงานด้านโทรคมนาคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ในโลกก็สะท้อนให้เห็นว่ามีคนสนใจติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้เพียงใด ด้วยจำนวนผู้เข้าชมและสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกที่ติดตามการแถลงข่าวและการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดมากมาย

สำหรับโลกธุรกิจ งานนี้จึงกลายเป็นเวทีที่ใช้ในการโชว์เทคโนโลยีอันก้าวหน้าล่าสุดของแต่ละบริษัท นักพัฒนาก็ต้องคอยติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางต่อยอดจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะที่คนทั่วไปก็สนใจติดตามผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดไม่แพ้กัน

เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แทบเล็ต และอุปกรณ์สวมใส่ได้อีกมากมายหลายชิ้นที่ทยอยเปิดตัว เพราะนี่อาจเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขาได้อีกครั้ง

ดาวเด่นของงานนี้คงหนีไม่พ้น 2 บริษัทที่โดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมนี้คือ แอ๊ปเปิ้ล และซัมซุง ที่เป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่งกันมายาวนาน โดยทั้ง 2 บริษัทนี้ก็แบ่งเส้นแข่งขันกันคนละแพลต ฟอร์ม โดยแอ๊ปเปิ้ล อาศัยระบบปฏิบัติการไอโอเอส เป็นหัวหอกครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้ราว 16-17%

ในขณะที่ ซัมซุง อาศัยระบบเปิดอย่างแอนดรอยด์ ชิงส่วนแบ่งมาได้ 26% ของตลาดโลก โดยมียี่ห้ออื่นทยอยสร้างยอดขายตามมาติดๆ ทั้ง เลอโนโว แอลจี หัวเว่ย ฯลฯ ซึ่งหากดูกันที่ปริมาณก็จะเห็นได้ว่าแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นระบบเปิดย่อมได้เปรียบกว่ามาก การขยับตัวของแอนดรอยด์ จึงเป็นที่จับจ้องมากเป็นพิเศษในงาน MWC ครั้งนี้

แน่นอนว่าในฐานะเบอร์หนึ่งของผู้ผลิตอุปกรณ์ฝั่งแอนดรอยด์ ทิศทางของซัมซุง จึงเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ซึ่งเราเริ่มจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากผู้ผลิตสัญชาติเกาหลีใต้ที่มุ่งเน้นการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีหรือสเปคของฮาร์ดแวร์มาตลอดหลายปี เริ่มเบนเข็มมาสู่เรื่องการใช้ลูกเล่นและฟังค์ชั่นใหม่ๆ มากขึ้น

หากยังจำกันได้ การเปลี่ยนแปลงของซัมซุงตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาจะมีเพียงเทคโนโลยีที่อัดแน่นในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาเพิ่มจุดเด่นที่การออกแบบและวัสดุเพื่อสร้างจุดขายใหม่

แต่มาถึงปีนี้เราจะเห็นแนวทางอันชัดเจนของซัมซุง ที่หันมาพัฒนาลูกเล่นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเรามากขึ้น ทั้งระบบตรวจวัดการเต้นของหัวใจ เพื่อเช็คการออกกำลังกายในแต่ละวันว่าพอเพียงหรือไม่ รวมถึงรายงานผลให้กับแพทย์โดยตรง หรือจะเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือ และกล้องถ่ายภาพที่ปรับปรุงขึ้นใหม่

ไฮไลต์สำคัญจึงไม่ได้มีเพียงสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด แต่ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เป็น สมาร์ท วอช หรือนาฬิกาอัจฉริยะอย่าง เกียร์ ฟิต (Gear Fit) หรือ เกียร์2 ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี แม้จะเปิดตัวได้ไม่นานนัก

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ได้ถูกจำกัดว่าต้องพัฒนาแต่เพียงสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตเท่านั้น แต่ยังขยายตลาดมาสู่นาฬิกาข้อมือได้ เช่นเดียวกับ Elon Musk ผู้ร่วมก่อตั้งเพย์พาล ที่ขยายความสำเร็จของตัวเองมาสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ได้สำเร็จ

เพราะการปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลง ในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา จนอาจเป็นความเหนื่อยล้าของหลายๆ คนที่หมดแรงจะก้าวตามเพราะไม่อาจปรับตัวได้ทัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายและความสนุกที่ได้คิดและได้ทำสิ่งใหม่ๆ สำหรับหลายๆ คน เช่นกัน