วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เถ้าแก่ 1.0-3.0

ผมเคยอ่าน หนังสือเถ้าแก่มืออาชีพ ของ คุณ Bill Heinecke เจ้าของ Minor Group ซึ่งเป็นเจ้าของกลุ่มโรงแรมอนันตรา (Anantara)

กลุ่มร้านอาหารอย่าง Sizzler ,Swensen’s ,The Pizza Company ยอดขายปีละหลายหมื่นล้าน ซึ่งเป็นหนังสือ ที่ทำให้เห็นบุคลิกของคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ที่สร้างธุรกิจตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก ต่อสู้ ล้มลุก คลุกคลาน จนประสบความสำเร็จ

นอกจากนั้น ก็ยังมีคุณตัน ภาสกรนที แห่งอิชิตัน ก็เป็นอีกตัวอย่างของ เถ้าแก่มืออาชีพ อีกคนหนึ่งที่ผมนับถือในฝีมือการตลาด และการบริหารธุรกิจ หรือว่าจะเป็นคุณเทียม โชควัฒนา คุณธนินท์ เจียรวนนท์ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่ยุค 1.0 จนถึง เถ้าแก่ยุค 3.0 ต่างมีคุณสมบัติเหมือนกัน ทุกยุคทุกสมัย

เถ้าแก่ คำนี้ทำให้คนมองภาพลักษณ์เจ้าของกิจการ ในแบบที่แก่ คร่ำครึ หัวโบราณ ทำธุรกิจ แบบเดิมๆ ไม่มีทางก้าวหน้า ประเภทร้านค้าริมถนน หรือโชห่วย อะไรทำนองนั้น แต่ถ้าได้คุณได้รู้จัก บุคคลที่ถูกเรียกว่าเถ้าแก่ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายเหล่านั้น จะเห็นถึงวิธีคิด วิธีทำงานที่น่าสนใจและมีความเป็นมืออาชีพ ที่เหล่านักการตลาดควรศึกษา เพื่อนำไปประยุกต์หรือปฏิบัติตาม

มองหาสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เถ้าแก่มืออาชีพ ต้องมองหาโอกาสในการที่จะสร้างรายได้ใหม่ๆ เสมอ ทั้งธุรกิจใหม่ๆ สำหรับ คุณตัน ผมยกให้เป็นต้นแบบในการทำ Wedding studio บนถนนทองหล่อ ตามมาด้วย ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์ ต่อมาธุรกิจก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการต่อยอดธุรกิจ จากตอนแรกเล็งเห็นว่าคนไทยชอบดื่มชาเขียวที่ร้าน แทนที่จะขายแต่ในร้านก็ออกมาขายตาม 7-11 จนครองเป็นเจ้าตลาดในที่สุด คุณตัน ขยายธุรกิจ ไปทั้งแนวลึก แนวนอน หรือ อาจจะเรียกว่า ธุรกิจ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อย่างธุรกิจจัดงานอีเวนท์ของผม ผมถือว่า ธุรกิจอีเวนท์คือต้นน้ำ ผมได้งานมา แทนที่ผมจะใช้แสงเสียงจากบริษัทอื่น ผมก็เปิดบริษัทที่ให้เช่าอุปกรณ์ แสง เสียง ขึ้นมาเอง

นอกจากรับงานจากทางอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจโดยตรงแล้ว ก็ยังรับงานจากบริษัทอื่นด้วย ถือว่าเป็นขยายงานแบบ แนวลึก ส่วนที่ขยายไปทำธุรกิจทีวี ถือว่าขยายไปในแนวนอน คือ ขยายไปทำธุรกิจอื่นเลย โดยอาศัยพื้นฐานงานด้านครีเอทีฟ (Creative) จากบริษัทแม่นั่นเอง

ไม่เลือกงาน ผมว่านี่คือลักษณะเด่นของคนที่จะประสบความสำเร็จจริงๆ ครับ อย่างคุณ Bill เริ่มทำงานตั้งแต่เรียนหนังสือ เปิดบริษัท รับทำความสะอาดตามบริษัทต่างๆ เพราะเห็นช่องว่าง และ โอกาสทางธุรกิจ สมัยนั้นยังไม่มีบริษัทประเภทนี้ หลายๆ ครั้งก็ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง หรืออย่างคุณตัน เมื่อตอนที่ยังบริหารโออิชิอยู่ ซึ่งตอนนั้นมีเงินหลายพันล้านบาทแล้ว วันเสาร์-อาทิตย์ คุณตันก็ยังออกไปตรวจงาน ออกไปดูตลาด อยากเห็น อยากสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ว่าสิ่งที่ตัดสินใจทำโปโมชั่นต่างๆ ออกไปนั้น มันถูกหรือผิด แทนที่จะรอรายงานผลจากลูกน้อง ซึ่งถ้าผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ทัน เพราะบางทีลูกน้อง อาจรายงานในมุมมองที่ต่างกันออกไป ซึ่งคนมีฐานะและตำแหน่งระดับคุณตันแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานแบบนี้แล้วก็ได้ ก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้เห็นถึงความขยัน อดทน ของคุณตันอย่างแท้จริง

Imagination เถ้าแก่ทุกคนมีจินตนาการในการทำธุรกิจ หรือขยายธุรกิจเสมอ ทุกคนล้วนมองที่เป้าหมาย ที่ตัวเองมีจินตนาการเอาไว้ แล้วหาวิธีที่จะไปให้ถึง สิ่งที่ตัวเองวาดฝันเอาไว้ ซึ่งผมเชื่อเลยว่าแต่ละท่านกว่าจะประสบความสำเร็จได้ต้อง ใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญคือความเพียร ความอุตสาหะ เป็นสำคัญ

นี่แหละครับ คุณสมบัติสำคัญของเถ้าแก่ ตั้งแต่ยุค 1.0-3.0 ซึ่งใช่ว่าเดินตามรอยธุรกิจของเขาแล้วจะประสบความสำเร็จเช่นเขาไปเสียทุกคนนะครับ ผมเพียงแค่จะชี้ให้เห็นถึงวิธีคิด และวิธีมองโอกาสในแบบเถ้าแก่เหล่านี้เท่านั้น ส่วนแต่ละคนจะประสบความสำเร็จแบบเขาได้อย่างไรนั้น ก็ต้องลองไปฝึกคิด มองหาและเข้าใจธุรกิจในแบบที่คุณเป็น เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเป้าหมายของคุณ

ลองดูนะครับ...ผมเอาใจช่วยครับ