วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้บริหารจิตป่วน

ท่านผู้อ่านได้เคยพบเจอผู้บริหารหรือผู้นำขององค์กรบางท่านที่ท่านอาจจะตั้งข้อสงสัยในใจว่าผู้บริหาร / ผู้นำ คนดังกล่าวมีปัญหาทางจิตบ้างไหมครับ?

เนื่องจากผู้บริหารมีอิทธิพลต่อการสร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ดีหรือไม่ดีให้กับบุคคลอื่นๆ รอบๆ ตัว ดังนั้น สภาพจิตของผู้บริหารจึงนับว่ามีส่วนสำคัญต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของผู้ที่เป็นลูกน้องเป็นอย่างยิ่ง

ผู้บริหารที่มีจิตที่เป็นปกติก็มักจะนำมาซึ่งการตัดสินใจที่เหมาะสมและความสงบสุขให้กับที่ทำงาน ในขณะเดียวกันผู้บริหารที่ (อาจจะ) มีปัญหาทางจิต ก็มักจะก่อให้เกิดปัญหาหรือการสร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสมให้กับบุคคลรอบข้าง ดังนั้น วิธีการอย่างง่ายสุดในการจะทดสอบว่าผู้บริหารมีปัญหาทางจิตหรือไม่ก็คือดูจากตัวลูกน้องและสภาวะแวดล้อมในการทำงานขององค์กรหรือหน่วยงานที่ผู้บริหารคนนั้นดูแลอยู่ได้ครับ

อย่างไรก็ดี ปัญหาของบรรดาผู้บริหารจิตป่วนนั้นคือยากที่เจ้าตัวจะรู้ตัวและยอมรับถึงปัญหาที่ตัวเองมีอยู่ ดังนั้น การที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาช่วยจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของผู้บริหารจิตป่วนเหล่านี้ ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนเมษายนนี้มีบทความหนึ่งที่เขียนโดย Manfred F.R. Kets de Vries ซึ่งนอกจากจะเป็นอาจารย์ที่สถาบัน INSEAD แล้วยังทำหน้าที่เป็น Executive Coach ให้กับผู้บริหารองค์กรต่างๆ โดยเขาตั้งชื่อบทความนี้ว่า Coaching the Toxic Leader ซึ่งในฐานะที่เป็น Executive Coach ให้กับผู้บริหารองค์กรต่างๆ มานาน เขาก็พอจะสามารถจัดกลุ่มผู้บริหารที่มีอาการจิตป่วนออกมาได้เป็นสี่ประเภท พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในฐานะของ Coach ว่าจะช่วยเหลือผู้บริหารที่มีอาการเหล่านี้อย่างไร ดังนั้น สัปดาห์นี้เรามาดูกันนะครับว่าผู้บริหารจิตป่วนตามมุมมองของ Executive Coach นั้นมีกี่ประเภท และผู้บริหารของท่านผู้อ่านมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่

ประเภทแรกคือพวก Narcissist ซึ่งพอเปิดพจนานุกรมดูก็แปลเป็นไทยได้ว่าเป็นพวกหลงตัวเอง รักตัวเอง ชื่นชมตัวเองซึ่งมักจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นในตนเองและความเห็นแก่ตัว จริงๆ ลักษณะของพวก narcissistic นั้น บุคคลทั่วไปก็ควรจะมีอยู่ในตนเองในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามีมากเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายและส่งผลต่ออาการจิตป่วนได้ ผู้บริหารประเภทนี้มักจะคิดถึงแต่ตนเองเป็นหลัก ไม่ค่อยคำนึงถึงบุคคลอื่น ชอบเรียกร้องความสนใจ มีความรู้สึกว่าตนเองจะต้องได้รับตลอดเวลา และเป็นพวกแสวงหาอำนาจและสิทธิพิเศษโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ถ้าท่านผู้อ่านอยากจะหาพวก Narcissist ก็ดูได้ที่ตัวลูกน้องของคนเหล่านี้ครับ คนรอบข้างจะรู้สึกว่าผู้บริหารประเภทนี้จะเอาหรือรับอย่างเดียว แต่ไม่เคยให้ผู้อื่น ในขณะเดียวกันลูกน้องก็จะรู้สึกเหมือนกับตนเองเป็นเพียงบันไดก้าวหนึ่งให้ผู้นำเหยียบขึ้นไปเพื่อความสำเร็จของตนเอง

ประเภทที่สองเรียกว่า Manic-Depressive ซึ่งผู้บริหารประเภทนี้จะเหมือนกับมีสองบุคลิกอยู่ในตัวคนเดียว ไม่มีความสมดุลทางอารมณ์ บางขณะก็ทำตัวเป็น Manic ที่เต็มไปด้วยพลังงาน ความตื่นเต้น ความกระตือรือร้น ลูกน้องต้องคอยวิ่งไล่เพื่อให้ทันต่อพลังงานที่ล้นเหลือของผู้บริหาร แต่ในบางสถานการณ์อารมณ์ของผู้บริหารกลุ่มนี้ก็จะเข้าข่าย Depressive ที่จะรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง ท้อแท้ เรียกได้ว่าผู้บริหารที่มีอาการแบบนี้จะมีสองบุคลิกอยู่ในตัวคนเดียวแบบที่เราคุ้นกันในชื่อของ Bipolar Disorder ครับ

ประเภทที่สามเรียกว่า Passive-Agressive ครับ บุคคลที่มีอาการในลักษณะนี้จะเริ่มต้นจากอาการ Passive นั้นคือไม่ชอบโต้เถียง ไม่แสดงอารมณ์หรืออาการไม่เห็นด้วย หลีกเลี่ยงการปะทะต่างๆ และมักจะรับปากต่อคำข้อร้องต่างๆ (ทั้งๆ ที่ตนเองไม่เห็นด้วย) แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ แล้วผู้บริหารประเภทนี้ก็จะทำงานไม่เสร็จ มาประชุมสาย ชอบหาข้ออ้างต่างๆ ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน และยิ่งมีแรงกดดันหรือความจำเป็นในการทำให้งานสำเร็จเท่าใด ก็จะยิ่งต่อต้านและปฏิเสธ ถ้าเป็นภาษาไทยง่ายๆ ผู้บริหารกลุ่มนี้ก็มักจะแสดงอาการของพวกดื้อเงียบครับ

ประเภทสุดท้ายเรียกว่า Emotionally Disconnected กลุ่มสุดท้ายเป็นพวกที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้นครับ ทั้งไร้อารมณ์ด้วยตนเอง และขาดความสามารถทางด้านสังคมและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่เข้าใจอารมณ์หรือความรู้สึกของบบุคคลรอบข้าง ขาดทักษะในการสื่อสารกับบุคคลอื่น เรียกได้ว่าไม่สนใจในอารมณ์ ความรู้สึกของคนรอบข้าง

อาการทั้งสี่ประเภทของผู้บริหารจิตป่วนนั้น อาจจะไปปรากฏหลายๆ อาการอยู่ในตัวคนคนเดียวก็ได้ ดังนั้น ท่านผู้อ่านลองนำอาการเหล่านี้ไปสังเกตผู้บริหารของท่านดูนะครับ ส่วนวิธีการแก้ไขนั้นเนื่องจากผู้เขียนบทความท่านนี้เขาเป็น Executive Coach เขาก็ได้แนะนำแนวทางสำหรับอาการแต่ละประเภทว่าสามารถบรรเทาและช่วยเหลือได้ด้วยการ Coaching ครับ ส่วนจะทำอย่างไรนั้นลองไปดูจากบทความต้นฉบับได้ครับ