การชุมนุมทางการเมืองเพื่อขับไล่รัฐบาลของ กปปส. ได้ดำเนินการมาติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่นายกรัฐมนตรี และครม. ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่
บริหารราชการแผ่นดินไปพลางก่อน จนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่ ไม่ยอมลาออกตามแรงกดดันของ กปปส. เสียที สร้างความคับข้องใจให้กับนายสุเทพฯ (เลขาธิการ กปปส.) เพราะเชื่อว่าการลาออกของนายกฯ จะทำให้เกิดช่องว่างหรือทางตัน จะทำให้เกิดนายกคนกลางหรือนายก ม.7 เข้ามาปฏิรูปประเทศก่อนมีการเลือกตั้ง ล่าสุด นายสุเทพฯ แถลงว่า เมื่อ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดของนายกฯ กรณีรับจำนำข้าวให้มวลมหาประชาชนรอฟังการเป่านกหวีดเพื่อรวมพล แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้มูลความผิดของนายกฯ กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ให้มวลมหาประชาชนออกมารวมพลทันที ไม่ต้องรอ พร้อมแถลงเพิ่มเติมว่าตนเอง (นายสุเทพฯ) จะเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ จะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกคนกลางเอง และจะยึดทรัพย์ตระกูลชินวัตรด้วย
ทางด้านกลุ่มคนเสื้อแดงได้นัดรวมพลคนเสื้อแดงห้าแสนคน เมื่อวันที่ 5 - 6 เมษายน 2557 ที่ถนนอักษะหรือถนนอุทยาน เพื่อทดสอบความพร้อมในการต่อต้านวิธีการของนายสุเทพฯ ที่ประกาศตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และต้านทหารที่จะออกมายึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญเสีย ท่ามกลางความระทึกใจว่า มวลชน ทั้งสองฝ่ายมาพบกัน ความรุนแรงต้องเกิดขึ้น หนีไม่พ้นทหารต้องออกมาหย่าศึกพร้อมกับฉีกรัฐธรรมนูญเสียเลย เพราะท่าน ผบ.ทบ. บอกว่าให้ทหารออกมาแล้วไม่กลับนะ จะบอกให้
ช้าก่อนท่านทั้งหลาย ให้ท่านหันมาดูบทบาทศาลรัฐธรรมนูญกำลังเร่งรัดพิจารณาคดี กรณีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ว่าจะทำให้การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ? กล่าวสำหรับศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ได้สร้างความสับสนให้กับสังคมมาแล้วหลายครั้ง เช่นกรณีคำวินิจฉัยตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้องได้เองโดยไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด นักวิชาการทางกฎหมาย ได้ออกมาคัดค้านคำวินิจฉัยดังกล่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ สถาปนาอำนาจให้ตนเอง โดยที่รัฐธรรมนูญมิได้ให้อำนาจไว้ เป็นต้น และอีกคำวินิจฉัยหนึ่ง ที่ประสงค์ให้ผู้อ่านสังเกตเป็นพิเศษ คือ คำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นประเด็นอำนาจการ รับคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญว่าไว้ว่า “..............ทั้งยังทำให้เกิดปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามมาอีกหลายประการ ซึ่งไม่มีองค์กรอื่นใด นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ จะมีอำนาจตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้ คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับพิจารณาวินิจฉัยได้............”
ดังนั้น นายกคนกลาง หรือ นายก ม.7 อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ก็โดย ศาลรัฐธรรมนูญนี่ไง เพียงแต่จะมีผู้ใดหรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการตั้งนายกคนกลางเป็นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ เผื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะยึดแนวคำวินิจฉัยว่าไม่มีองค์กรอื่นใด นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ จะมีอำนาจตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้ จึงอยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับวินิจฉัยได้ เสื้อแดงออกมาชุมนุมประท้วง ก็จะมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งออกมาบอกว่า การไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาล เป็นพวกเกเร ทหารก็ไม่ถูกตำหนิ รัฐธรรมนูญก็ไม่ต้องถูกฉีก แถมยังได้นายกคนกลางเสียอีกต่างหาก มองเห็นคลื่นเสื้อแดงเต็มท้องถนนไปหมดแล้วบ้านเมืองจะสงบได้อย่างไร ?






