วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"แดงนอก" กับดีเจนอกคอก

ในขบวนการคนเสื้อแดง มีกลุ่มที่จับประเด็น "สถาบันพระมหากษัตริย์" มาเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม

และส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ

กลุ่ม นปช.USA ถือว่าเป็นกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ (ไม่ได้ขึ้นต่อกับ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน) ที่มีสาวกอยู่ในเมืองไทยจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มแดงอิสระ ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ และมีสื่อออนไลน์เป็นกระบอกเสียง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2555 "เอนก ซานฟราน" แกนนำ นปช.USA ได้จับมือ ดร.เพียงดิน รักไทย อดีตข้าราชการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ศึกษาและใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ ร่วมกันก่อตั้ง "ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" (The Thai Alliance for Human Rights -TAHR)

พูดง่ายๆ "ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" เป็นองค์กรเปิดของ "แดงใต้ดิน" ที่วางยุทธศาสตร์ไว้ชัดว่า ต้องการ "เปลี่ยนระบอบ" และพลิกโฉมการเมืองไทยให้เป็น "ประชาธิปไตยไม่มีนามสกุล"

ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัวองค์กร TAHR แกนนำ นปช.USA ได้จัดงานต้อนรับ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ที่เดินทางสู่สหรัฐฯ และร่วมเป็นบอร์ดบริหารภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

หลายคนน่าจะจำได้ ชูพงษ์ ถี่ถ้วน อดีตสานุศิษย์ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร และอดีตนักเคลื่อนไหวแรงงาน ในยุครอยต่อ "ป่าแตก" กับ "ประชาธิปไตยแบบไทย"

ต้นปี 2549 "ชูพงษ์" เห็นการรวมตัวของกลุ่มแท็กซี่หมอชิต ที่ตั้งเวทีต้านม็อบพันธมิตรฯ และหนุนรัฐบาลไทยรักไทย ก็เข้าไปร่วม และกลายเป็น "นักทฤษฎี" ของกลุ่มคนรักทักษิณ

หลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ ชูพงษ์เริ่มเคลื่อนไหวกับกลุ่มแท็กซี่ ต้าน คมช. และพัฒนาเป็นองค์กร "นปก." ที่นักการเมืองใหญ่แห่งบุรีรัมย์ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์

ปี 2551 ชูพงษ์ก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนคนรู้ใจ อยู่แถวเมืองนนท์ โดยจัดร่วมกับกลุ่มแท็กซี่สายนักการเมืองบุรีรัมย์ และแยกทางกัน เมื่อ "นายใหญ่" ของกลุ่มแท็กซี่หมอชิตไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์

ชูพงษ์ยังดำรงตนเป็น "ศาสดาแดงอิสระ" ต่อต้าน "มหาอำมาตย์" โดยร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มแดงสยาม และกลุ่มสมยศ พฤกษาเกษมสุข

ในที่สุด 8 มีนาคม 2554 ศาลได้ออกหมายจับ ชูพงษ์คดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์โดยการปราศรัยและมีปรากฏในเว็บไซต์ยูทูบ เขาจึงหลบหนีออกนอกประเทศ

จากนั้นบรรดาแฟนคลับ "แดงใต้ดิน" ก็ได้ฟังเสียงชูพงษ์ หรือดีเจวิทยุออนไลน์ในนาม "ชูพงษ์ เปลี่ยนระบอบ" หรือ "หลวงตาชูพงษ์" ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเมืองไทย

ชูพงษ์มุ่งมั่นในแนวทาง "เปลี่ยนแปลงอย่างสันติ" ตามที่อาจารย์ประเสริฐ สั่งสอนมาเป็นแรมปี และวันที่ชูพงศ์ร่วมกับมิตรสหาย เปิดตัวมหาวิทยาลัยประชาชน จุดเริ่มต้นของ "การปฏิวัติประชาธิปไตย" โดยมีกิจกรรมให้ความรู้ผู้สนใจผ่านสื่อออนไลน์

มหาวิทยาลัยประชาชนของชูพงศ์ ได้เชื่อมต่อกับ "วิทยุชุมชนเสื้อแดง" โดยเฉพาะคลื่นเรดการ์ดเรดิโอของ "โกตี๋ นอกคอก" ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกันระหว่างในและนอกประเทศ

รูปธรรมแห่งสภาประชาชน ได้เกิดความร่วมมือกันของสถานีวิทยุเรดการ์ดของโกตี๋ กับมหาวิทยาลัยประชาชน ของชูพงศ์ เปิดประเด็นเรื่อง "พลังงานและความมั่งคั่งของประชาชน"

การที่โกตี๋ไปสัมพันธ์กับกลุ่มชูพงศ์ ทำให้บทบาทของดีเจวิทยุชุมชนคนหนึ่ง กลายเป็น "เซเลบแดง" ที่สื่อตะวันตกให้ความสนใจ

ระยะหลัง โกตี๋จึงประกาศท้ารบกับ ผบ.ทบ. และกลุ่มอำมาตย์อย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะเชื่อมั่นในกองเชียร์จากแดงนอกประเทศ ยิ่งเล่นเกมหนัก ยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง

จึงมีสื่อจากเดอะเทเลกราฟของอังกฤษ หรือแม้แต่สำนักข่าวอัลจาซีรา มาสัมภาษณ์โกตี๋ ซึ่งในอนาคต คาดว่าโกตี๋ คงตามรอย "ชูพงษ์ เปลี่ยนระบอบ" ไปสู่เวทีใหม่ในต่างแดน