คงไม่ได้มีที่บ้านเราเท่านั้น ที่กระแสการแข่งขันของบรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่หันมาสนใจกับดิจิทัลทีวีมีเพิ่มขึ้น ดูเหมือนว่าศึกชิงพื้นที่หน้าจอทีวียังคงตื่นเต้นต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องของจอโทรทัศน์ดิจิทัลบางเฉียบที่แข่งกันออกมาสร้างความหรูหราเรียบง่าย และทันสมัยให้กับห้องนั่งเล่นในบ้านแล้ว ยังมีกล่อง Set-Top-Box หลากหลายที่แข่งกันชิงผู้ชมด้วยคอนเทนท์ และรายการที่โดนใจหลายร้อยช่อง
แต่ผู้ประกอบการเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถเติมเต็มสนามแข่งขันนี้ได้
กลุ่มบริษัทดิจิทัลและผู้ให้บริการสตรีมมิ่งวีดิโอรายใหญ่อย่างอะเมซอน แอ็ปเปิ้ล เน็ตฟลิกซ์ รวมถึงกูเกิล ต่างก็กระโจนเข้าชิงพื้นที่ในห้องนั่งเล่นอย่างดุเดือด เพราะนอกจากจะให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอ ทั้งอะเมซอนและเน็ตฟลิกซ์ถึงกับทุ่มงบประมาณสร้างทีวีซีรีส์ยอดฮิตด้วยเงินลงทุนถึง 100 ล้านดอลลาร์อีกด้วย จึงเท่ากับเป็นการเปิดศึกชิงสนามนี้ในทุกรูปแบบ
กูเกิลพลิกกลยุทธ์ด้วยแอนดรอยด์ทีวี
หลังจากที่กูเกิลไม่ประสบความสำเร็จกับกูเกิลทีวีตามที่ได้คาดหวังไว้ก่อนหน้านี้ ล่าสุด กูเกิลได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับเว็บไซต์ theverge.com ถึงการพัฒนา "แอนดรอยด์ทีวี" โดยเน้นการนำคอนเทนท์ที่ชื่นชอบเข้าถึงผู้ชมอย่างสะดวกและง่ายดายที่สุด
กูเกิลกล่าวว่าแอนดรอยด์ทีวีไม่ใช่แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นแหล่งรวมความบันเทิงด้วยคอนเทนท์ที่หลากหลายรูปแบบทั้งภาพยนตร์ เพลง แอพ เกมส์ หรืออินเทอร์เน็ตที่สร้างความสนุกสนานและรวดเร็วทันใจ
เชื่อว่าแอนดรอยด์ทีวีจะเน้นเรื่องความง่ายในการใช้งานเป็นหัวใจสำคัญ ออกแบบหน้าจอเหมือนแผ่นการ์ดที่รวมคอนเทนท์ภาพยนต์ รายการโชว์ แอพ และเกมส์ต่างๆ ผู้ชมสามารถใช้รีโมทคอนโทล ที่สามารถสโควร์เคลื่อนที่ขึ้นลงได้สี่ทิศทาง โดยแอนดรอยด์ทีวีสามารถสั่งงานผ่านด้วยเสียงและการโนติฟายต์
กูเกิลได้เชิญให้นักพัฒนาแอพมือดีช่วยกันพัฒนาแอพและเกมส์ที่ใช้ง่ายที่สุด เพื่อให้บริการและจำหน่ายผ่านแอนดรอยด์ทีวี โดยต้องควบคุมรูปลักษณ์และหน้าตาของหน้าจอแอพและเกมส์เหล่านี้ให้สอดคล้องตามที่กูเกิลกำหนด เชื่อว่านอกจากแอนดรอยด์ทีวีจะรวบรวมแอพจากค่ายกูเกิล เช่น ยูทูบ Play Movies หรือ Hangouts แล้ว ยังมีแอพชั้นนำอื่นๆ เช่น เน็ตฟลิกซ์ ฮูลู แพนดอรา และเกมส์ต่างๆ อีกด้วย
เน็ตฟลิกซ์สู้ไม่ถอย
บริษัทเน็ตฟลิกซ์ ถือเป็นผู้เปิดบริการเครือข่ายอินเตอร์ทีวีรายใหญ่ของโลกที่มีสมาชิกกว่า 33 ล้านครัวเรือนใน 40 ประเทศ มีการแพร่ภาพสตรีมวีดิโอไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านชั่วโมงต่อเดือน โดยสมาชิกสามารถเลือกชมรายการต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาและเกือบทุกหน้าจออุปกรณ์และไม่ต้องชมโฆษณาแต่อย่างใด
เน็ตฟลิกซ์สามารถสร้างความเป็นผู้นำในสนามสตรีมมิ่งวีดิโอคอนเทนท์ด้วยการบุกเบิกสร้างภาพยนตร์ซีรีส์ยอดนิยมที่แพร่ภาพในเครือข่าย ได้แก่ ซีรีส์ชั้นนำอย่าง House of Cards, Orange is the New Black และล่าสุดซีรีส์ชุด "Narcos" ที่มีความยาว 10 ตอน ใช้ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์มือดีจากฮอลลีวู้ดมาช่วยสร้างซีรีส์คุณภาพเหล่านี้
อะเมซอนพร้อมแข่งทุกสนาม
ด้านอะเมซอนก็มี Set-Top-Box ที่น่าสนใจอย่าง "Amazon Fire TV" ที่ออกแบบได้อย่างเรียบง่ายในราคา 99 ดอลลาร์ สามารถสตรีมวีดิโอและสั่งค้นหาข้อมูลได้ด้วยเสียง ใช้ได้กับเน็ตฟลิกซ์ อะเมซอนไพร์ม เกมส์และอื่นๆ จึงนับว่าอะเมซอนก็ถือเป็นคู่แข่งรายสำคัญของแอนดรอยด์ทีวีเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน อะเมซอนก็มีผลงานที่โดดเด่นด้านการผลิตคอนเทนท์ไม่แพ้กัน
ล่าสุดได้ชิงเอาซีรีส์สุดฮิตในทีวีเรื่อง "24: Live Another Day" มาแพร่ภายในอะเมซอนไพรม์ได้สำเร็จ แถมยังมีแผนจะเปิดให้บริการแพร่ภาพวีดิโอแบบไม่ต้องมีโฆษณาเช่นเดียวกับเน็ตฟลิกซ์ จึงมองข้ามไม่ได้ว่าคอนเทนท์เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ตรีงผู้ชมไว้ได้อย่างแท้จริง
จะเห็นว่าดิจิทัลได้พยายามแทรกตัวเข้าไปในทุกส่วนของบ้านและกำลังพยายามเข้าช่วงชิงพื้นที่หน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่นของทุกครัวเรือน ซึ่งหากสำเร็จก็จะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการเสพข้อมูลผ่านช่องทางเดิมๆ ไปยังช่องทางดิจิทัลที่อินทริเกทถึงกันอย่างสะดวกสบายและใช้ง่ายผ่านอุปกรณ์พกพาที่ถูกใจและทันสมัย จึงทำให้นักการตลาดต้องติดตามและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ได้









