วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านกับความต้องการผู้ประกอบการธุรกิจไทย

บทความนี้นำเสนองานวิจัย สกว. เรื่องโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่จำเป็นต่อการลงทุนในธุรกิจ

โดยรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหลัก ได้แก่ กัมพูชา (เกาะกง/สีหนุวิลล์ ปอยเปต/ศรีโสภณ และพนมเปญ) สปป.ลาว (สะหวันนะเขต เวียงจันทน์ บ่อแก้ว และปากเซ) และพม่า (ย่างกุ้ง เมียวดี และทวาย) โดยรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานรวม 7 ปัจจัยหลัก คือ ถนน รถไฟ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ ระบบไฟฟ้าและพลังงาน ประปาและสาธารณูปโภค และระบบโทรคมนาคม และวิเคราะห์เปรียบเทียบ ทำดัชนีระดับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในส่วนอุปทานรวมไปถึงแผนการพัฒนาใน 5 ปีข้างหน้าด้วยและเปรียบเทียบกับความต้องการของนักลงทุน โดยสอบถามความต้องการของกลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ซึ่งมีแนวโน้มที่นักลงทุนไทยจะไปลงทุนในพื้นที่เป้าหมายสูง โดยจะมีการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล่านี้ว่ามีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานในลักษณะใด และมีแนวโน้มที่จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ใด จากนั้นจึงวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับความต้องการของผู้ประกอบการเพื่อจัดทำเป็นแผนที่ยุทธศาสตร์แสดงระดับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม

ผลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล สำรวจภาคสนามและสัมภาษณ์ผู้ประกอบการใน 10 พื้นที่ พบว่าโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่มีปัญหาในด้านไฟฟ้า และประปาที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการจัดตั้งโรงงาน ส่วนเส้นทางถนนแม้จะมีการพัฒนาขึ้นมากแต่ก็ยังมีปัญหาในส่วนของพม่า และมีข้อจำกัดของการประกอบการใน สปป.ลาว ที่มีระยะทางไกลในการเชื่อมโยงไปยังท่าเรือน้ำลึก

จากการรวบรวมข้อมูลแบบสอบถามความคิดเห็นต่อการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของนักลงทุนแต่ละอุตสาหกรรม รวม 51 บริษัทพบประเด็นที่สำคัญดังนี้

๐ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจไปลงทุนต่างประเทศและได้ศึกษาไว้ เพราะปัจจัยด้านค่าแรงต้องการขยายธุรกิจ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี นักลงทุนสนใจเมืองย่างกุ้งมากที่สุด รองลงมาคือปอยเปตและศรีโสภณ และเวียงจันทน์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกพื้นที่ลงทุนได้แก่ ด้านค่าจ้างแรงงาน ความพร้อมของสาธารณูปโภค เป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับไฟฟ้า เส้นทางถนน ระบบสื่อสารไร้สาย ประปา และการเชื่อมโยงกับชายแดนไทย

๐ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า

นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจไปลงทุนต่างประเทศแต่ยังไม่มีการศึกษาเท่าใดนัก โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายกิจการและลดค่าจ้างแรงงาน กลุ่มนี้ให้ความสนใจที่เวียงจันทน์มากที่สุด รองลงมาคือเมืองย่างกุ้ง และพนมเปญ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกพื้นที่ลงทุนคือ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การสนับสนุนของภาครัฐในท้องถิ่นและในไทย ค่าจ้างแรงงาน ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มให้ความสำคัญกับปัจจัยความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานในด้านไฟฟ้า ประปา ระบบสื่อสารไร้สาย และการเชื่อมโยงกับชายแดนไทย

๐ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป

นักลงทุนเริ่มมีความสนใจแต่ยังไม่มีการศึกษาเท่าที่ควร โดยสาเหตุหลักที่ออกไปลงทุนเพราะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และต้องการขยายกิจการนักลงทุนให้ความสนใจที่ย่างกุ้งมากที่สุด รองลงมาคือเกาะกงและสีหนุวิลล์ และเวียงจันทน์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกพื้นที่ลงทุนคือ การสนับสนุนของภาครัฐในท้องถิ่นและในไทย ค่าจ้างแรงงาน ใกล้แหล่งวัตถุดิบ ทั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับด้านไฟฟ้า ประปา และการเชื่อมโยงกับชายแดนไทย

ผู้วิจัยได้นำความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของนักลงทุนมาเปรียบเทียบกับความพร้อมที่มีอยู่โดยมีการให้ค่าน้ำหนักของแต่ละปัจจัยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะแต่ละกลุ่มมีความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน แล้วทำเป็นแผนที่ยุทธศาสตร์แสดงระดับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานแบ่งเป็น 3 กลุ่ม สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรแปรรูป และเมื่อนำระดับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานแต่ละพื้นที่มาเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่นักลงทุนให้ความสนใจ เพื่อแสดงถึงระดับความต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ ผลการศึกษามีดังนี้

- อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มพื้นที่ที่รัฐบาลควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ย่างกุ้ง และเมียวดีรองลงมาคือเวียงจันทน์ ปอยเปตและศรีโสภณ พนมเปญ ทวาย และปากเซ

- อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พื้นที่ที่รัฐบาลควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ย่างกุ้ง รองลงมาคือเวียงจันทน์ ปอยเปตและศรีโสภณ พนมเปญ และสะหวันนะเขต

- อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปพื้นที่ที่รัฐบาลควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือย่างกุ้งรองลงมาคือ เวียงจันทน์ เกาะกงและสีหนุวิลล์พนมเปญ ปอยเปตและศรีโสภณ และสะหวันนะเขต

งานวิจัยนี้ได้นำเสนอนโยบายสำหรับภาครัฐในการส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดังนี้

- การสนับสนุนด้านไฟฟ้าและพลังงาน และระบบประปาและสาธารณูปโภคให้แก่นักลงทุนไทยในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก

- การอำนวยความสะดวกในการผ่านแดนที่บริเวณด่านชายแดน ทั้งด้านกายภาพและกฎระเบียบ เพื่อลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสินค้า

- ควรมีการศึกษาการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมระหว่างพื้นที่ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่เป้าหมาย

- รัฐบาลไทยอาจพิจารณาให้การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประเทศเพื่อนบ้านเกิดการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางถนนที่เชื่อมโยงจากชายแดนไทยไปยังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และต่อไปยังแหล่งกระจายสินค้า

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญในการตัดสินใจเลือกพื้นที่การลงทุนของนักลงทุน แต่การตัดสินใจของนักลงทุนนั้นอาจขึ้นกับปัจจัยอื่นที่สำคัญด้วย เช่น ขนาดตลาดแรงงาน ค่าจ้างแรงงาน ต้นทุนวัตถุดิบ สิทธิทางภาษี การสนับสนุนของบริษัทแม่ เป็นต้น อย่างไรก็ดี งานศึกษานี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเป็นฐานข้อมูลประกอบการพิจารณาของนักลงทุนไทยต่อไป