ถ้าอยากจะคิดอะไรดีๆ ในยามที่มีเรื่องให้ทนทุกข์อยู่รอบตัว ขอให้ลองใช้วิธีคิดของ Elon Musk ที่สรุปง่ายๆ ว่ามีห้าขั้นตอน
คือ นึกให้ได้ แยกแก่นให้ออก ดัดแปลงให้เป็น วิเคราะห์ให้กระจ่างและอธิบายให้รู้เรื่อง เริ่มจากนึกให้ออกว่าวันหน้าที่ยาวไกลจนคนที่ชอบทำเรื่องยุ่งๆ ทั้งหลายแหล่ไปสู่ที่สุขสบายกันแล้ว จะมีอะไรบ้างที่เรามีโอกาสจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าเปิดใจรับรู้เรื่องรอบตัวให้มากหน่อย ใครๆ ก็ทำได้ สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันทุกวันนี้ เราก็เคยเห็นกันในภาพยนตร์เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว นึกไปไกลๆ ย่อมเป็นธรรมดาที่นึกได้สารพัดเรื่อง เหมือนกับดูภาพยนตร์เกี่ยวกับอนาคต บางเรื่องก็สำคัญกับเรา บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กสำหรับเรา เพราะไม่มีหนทางที่เราจะมีโอกาสทำอะไรกับเรื่องนั้นได้ เราจึงต้องแยกแยะให้ออกว่าเรื่องไหนคือเรื่องใหญ่ สำหรับตัวเรา ซึ่งแน่นอนว่าต่างคนต่างแยกแยะเรื่องใหญ่ได้ไม่เหมือนกัน ขึ้นกับภูมิหลังของแต่ละคน
นึกไปไกลและแยกแยะเรื่องใหญ่ออกมาได้แล้ว ต่อไปเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้เรื่องที่เรานึกได้นั้นกลายเป็นโอกาส สำหรับตัวเรา หรือเป็นแค่ความคิดฟุ้งซ่านสนุกๆ แค่นั้น เราต้องดัดแปลงสรรพสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ให้กลายเป็นของใหม่ ที่ใช้ได้สำหรับเรื่องใหญ่ในอนาคตที่เรานึกได้นั้น โดยไม่ใช่แค่ต่อเติมของเดิมๆ แต่ต้องลงลึกไปที่หลักการพื้นฐานแล้วดัดแปลงขึ้นมาจากพื้นฐานนั้น สมาร์ทโฟนไม่ใช่การดัดแปลงโทรศัพท์ดั่งเดิม แต่อยู่บนหลักการพื้นฐานเดียวกันคือเป็นเครื่องมือสื่อสาร รถยนต์ไม่ใช่การดัดแปลงเกวียนหรือรถม้า แต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกันคือเป็นพาหนะสำหรับการเคลื่อนที่ทางบก
ลองถามตัวเองว่าเรื่องใหญ่วันหน้านั้นต้องการอะไรบ้าง และเราจะใช้หลักการของสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ ดัดแปลงไปเป็นสิ่งใหม่ในวันหน้าได้อย่างไร อย่าใช้วิธีเทียบเคียงระหว่างของเก่าที่มีอยู่เดิมกับของใหม่ที่ต้องการในวันหน้า ถ้าใช้วิธีเทียบเคียงระหว่างโทรศัพท์มือถือในอดีต เพื่อสร้างสมาร์ทโฟนในวันนี้ เราจะไม่มีไลน์ ไม่มีเฟซบุ๊คใช้งานบนสมาร์ทโฟนเราจะทำได้แค่เปลี่ยนปุ่มกดให้เป็นจอสัมผัสเท่านั้น จะพูดคุยกันก็ต้องกดหมายเลขโทรศัพท์กันก่อนมองให้เห็นแกนกลางของความเป็นจริง อย่ามองแต่เปลือกภายนอก โอกาสที่ดีในวันหน้าจึงจะมาหาเราได้ ใครที่เรียนหนังสือพอเป็นพิธี แค่พอผ่านๆ ให้ได้ปริญญามา เห็นวิชาที่เป็นหลักการพื้นฐานเป็นยาขม จะต้องเสียดายที่ละทิ้งโอกาสที่จะได้ฝึกหัดทักษะการมองให้เห็นแก่นที่เป็นพื้นฐาน และจะรู้สึกว่าขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยากเย็นจนเป็นไปไม่ได้
เมื่อคิดได้แล้วว่าจะใช้หลักการดั่งเดิมใดไปดัดแปลงต่อยอดเป็นของใหม่ เป็นวิธีทำงานแบบใหม่อย่างไร ขั้นต่อไปคือวิเคราะห์ทบทวนให้กระจ่างว่าของใหม่นั้นมีจุดอ่อนจุดแข็งอยู่ที่ไหน มีโอกาสทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน ทำเสมือนว่ามีคนสองคนอยู่ในตัวเรา คนหนึ่งเสนอหนทาง อีกคนหนึ่งซักค้านว่าหนทางนั้นจะมีอุปสรรคอย่างไรบ้าง แต่ต้องเสนอและค้านบนหลักการ ใช้หลักวิชาการ ใช้ทฤษฎี ใช้ประสบการณ์ ใช้ข้อมูลสาระที่ค้นหาได้จากที่ต่างๆ มาเสนอหรือค้านของใหม่ที่เราดัดแปลงขึ้นมาได้ ถ้าไม่หน้ามืดตาลายมากเกินไป เราก็พอจะสรุปกับตัวเองได้ว่าของใหม่ที่เรานึกคิดขึ้นมาได้นั้นมีโอกาสทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน ขั้นตอนนี้ทำได้เฉพาะเรื่องที่เรารู้ เรามีประสบการณ์มามากพอสมควร จะคิดวิเคราะห์ข้ามวงการไปในเรื่องที่เราไม่คุ้นเคยคงเป็นไปได้ยาก ทำงานด้านไหนให้คิดวิเคราะห์ในด้านนั้น
ขั้นตอนการคิดแบบผู้สร้างสรรค์ชั้นเซียน จบลงด้วยการคิดวิธีอธิบายสิ่งที่เราคิดได้ให้คนอื่นรู้เรื่อง และเชื่อตามเรา ซึ่งมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว ตัวเราเห็นกระจ่างในสิ่งที่เราคิด แต่ความกระจ่างของเราไปสู่คนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่มีวิธีอธิบายที่ดีพอ กว่าจะคิดของใหม่ขึ้นมาได้ก็ยากหนักหนาแล้ว แต่ที่ยากเย็นขึ้นไปอีกคือการคิดวิธีนำเสนอสิ่งที่เราคิดให้คนอื่นเห็นตามที่เราเห็น เชื่อว่าเป็นจริงได้ตามที่เราเชื่อ สมาร์ทโฟนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ ยังไม่ง่ายนักที่จะชักชวนบางคนให้ยอมเปลี่ยนจากโทรศัพท์กดปุ่มดั้งเดิมมาเป็นสมาร์ทโฟน หรือยอมเปลี่ยนก็จริง แต่เปลี่ยนมาแค่สัมผัสหน้าจอ แทนการกดปุ่ม ใช้สมาร์ทโฟนเหมือนโทรศัพท์กดปุ่ม
คนเรามีธรรมชาติที่คล้ายกันอยู่อย่างหนึ่ง คืออะไรที่ฉันสบายอยู่แล้ว ฉันไม่คิดสนใจจะเปลี่ยน ดังนั้นวันใดที่คิดดัดแปลงของใหม่ขึ้นมาได้ และจะชวนให้คนอื่นเชื่อตามเรา ขอให้ลองชักชวนโดยเริ่มจากการบอกว่าของใหม่ของเรานั้นทำให้งานวันหน้า ชีวิตวันหน้าง่ายลงอย่างไร ทำงานได้เร็วขึ้น ทำงานได้ถูกลงมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีของใหม่ของเราแล้ว โอกาสที่คนรอบตัวจะทยอยมาใช้ตามกันมีมากแค่ไหน และใช้ของใหม่แล้วติดขัดประการใด จะมีหนทางช่วยเหลือสนับสนุนอย่างไร จากที่ไหนบ้าง ขึ้นต้นด้วยเรื่องที่บอกกล่าวนี้ แล้วค่อยว่ารายละเอียดเทคนิคตามมา
คิดยามยุ่งด้วยห้าขั้นตอนที่บอกกล่าวมานี้จะได้ผลต่อเมื่อทำต่อเนื่องให้ครบทุกขั้นตอน ซึ่งแม้ว่าคิดได้แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ทำจริงก็ยังมีประโยชน์กับตัวเรา เพราะช่วยให้เราหลุดจากการคิดสับสนตามข่าวคราวเรื่องยุ่งๆ ที่กรอกหูกันอยู่ทุกวัน และคงจะอยู่กันอีกนาน วันใดรู้สึกหัวหมุนไปกับเรื่องยุ่งๆ แย่ๆ ที่พบเจอกันอยู่ อยากเชิญชวนท่านให้ลองมาคิดต่อเนื่องห้าขั้นตอนกับอะไรสักอย่างหนึ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตของท่านดูสักหน่อย






