วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยิ่งสู้ยิ่งเจ็บ

หักปากกาเซียนกันเลยทีเดียว เมื่อรักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาทุจริตจำนำข้าว

กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยตัวเอง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้การเข้าชี้แจงรักษาการนายกฯ จะตอบคำถามกรรมการป.ป.ช.เพียงเล็กน้อย แต่ก็ได้พิสูจน์ว่า "ไม่หนีไปไหน"

ถือเป็นการสร้างความเข้าใจกันระหว่างรักษาการนายกฯ กับป.ป.ช.ถึงกระบวนการสอบสวนคดีนี้ และเหตุผลว่าเหตุใดป.ป.ช.ไม่ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวน แต่ให้กรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ 8 คน เป็นคณะผู้ไต่สวน ซึ่งถือว่าป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับคดีนี้ โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่กระทำความผิด เป็นถึงนายกรัฐมนตรี

ขณะที่มติป.ป.ช.วานนี้ (1 เม.ย.) ให้ตัดพยานบุคคลที่ผู้ถูกกล่าวหา อ้างพยานเข้าเบิกความต่อป.ป.ช.จำนวน 10 ปาก ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติ หรือกลั่นแกล้งรักษาการนายกฯ ทั้งนี้เพราะป.ป.ช.สอบสวนคดีนี้มา 1 ปี10 เดือน ย่อมมีข้อมูลมากพอ จึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อรักษาการนายกฯ

ประการต่อมา พยานบุคคลที่นายกฯ อ้างนั้น แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นปล่อยปละละเลยที่จะป้องกันทุจริตจำนำข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุจริตขายข้าวแบบจีทูจี ที่ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อหาความผิดเดียวกันนี้กับอดีตรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 2 คน คือ อดีตรมว.พาณิชย์ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมช.พาณิชย์ ภูมิ สารผล โดยที่อดีตรัฐมนตรี 2 คนเบี้ยวชี้แจง ป.ป.ช.

ป.ป.ช.แสดงความห่วงใยต่อโครงการรับจำนำข้าว โดยส่งเป็นเอกสารถึงนายกรัฐมนตรี ถึง 2 ครั้ง และป.ป.ช.ได้รับแจ้งจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ส่งเป็นเอกสารตอบกลับมาว่า ยิ่งลักษณ์ และครม.รับทราบข้อห่วงใยของป.ป.ช.และจะระมัดระวังสำหรับการดำเนินโครงการ

เอกสารชิ้นนี้ใช้เป็นหลักฐานมัด ยิ่งลักษณ์ ว่ารับรู้ว่าป.ป.ช.เตือนให้ระวัง และปิดช่องการทุจริต ทว่าในทางเป็นจริงแล้ว ยังคงมีทุจริตอย่างมโหฬาร จนรัฐบาลไม่กล้าเปิดเผยตัวเลขขาดทุนจากโครงการดังกล่าว แต่จะแก้เกี้ยวว่า ชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์

การที่ป.ป.ช.ตัดพยานยุคคลของรักษาการนายกฯ จึงไม่ใช่เจตนากลั่นแกล้ง หรือไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้คดี เพราะมีหลายคดีที่ป.ป.ช.เห็นว่าพยานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าเบิกความ คดีนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนพยาน แต่ต่อยู่ที่หลักฐาน จริงๆ แล้ว ยิ่งลักษณ์ ได้ป้องกันไม่ให้เกิดทุจริต ได้อย่างไรต่างหาก

คดีนี้ ยิ่งรักษาการนายกฯ ต่อสู้คดีเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความผิดนั้น ต้องคิดให้ดี ป.ป.ช.ยึดหลักฐานเป็นสำคัญ เอกสารของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ตอบกลับมายังป.ป.ช.ตอกย้ำว่า รัฐบาลรู้แล้วว่าโครงการนี้จะมีการโกง แทนที่จะหยุดกลับเดินหน้าโครงการ ส่อเจตนาทำผิดซ้ำซาก

คดีทุจริตจำนำข้าวสำหรับคุณยิ่งลักษณ์ บอกได้เลยว่า "ยิ่งสู้ยิ่งเจ็บตัว" และบนเส้นทางเดินต่อไปจากนี้นั้น เห็นช่องทางไปถึงศาลฎีกานักการเมืองได้ เว้นแต่ระหว่างทางจะมีคนเป่าสำนวนให้อ่อน และสั่งไม่ฟ้อง

แต่ที่สุดความเสียหายย่อมตกอยู่กับประเทศชาติ ไม่ใช่ใครคนหนึ่งคนใด