วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัญญาณยิ่งรุนแรง ก่อเหตุไม่คำนึงผลกระทบ

กรณีการลอบยิงขบวนของกลุ่ม เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

และบาดเจ็บ 3 ราย ถือเป็นการก่อเหตุในช่วงเวลากลางวันเป็นครั้งที่ 2 ต่อกลุ่มคปท. หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นมาแล้วที่บริเวณวัดศรีเอี่ยม และมีผู้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ แต่การลอบยิงในช่วงเวลากลางเช่นนี้ อาจมองว่าคนร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองหรือเกรงกลัวการตอบโต้จากฝ่ายตรงกันข้าม นั่นหมายความพร้อมจะใช้ความรุนแรงระหว่างกันได้ตลอดเวลา

การลอบยิงในช่วงเวลากลางวันในครั้งนี้ ยังช่วยตอกย้ำให้เห็นว่าความกังวลจากฝ่ายความมั่นคง ที่ว่าในเดือนเมษายนนี้อาจจะเกิดความรุนแรงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งที่มากขึ้น เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นมากขึ้น ทั้งๆที่มีการประกาศกันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่จะแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายกรณีที่มีการใช้อาวุธสงครามในช่วงที่ผ่านมานั้นก็แสดงให้เห็นว่าการแสดงออกทางการเมืองอย่างสันตินั้นไม่จริง เป็นเพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น

แรงกดดันที่เกิดขึ้นในขณะนี้อาจอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาก็พยายามดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่การชุมนุมของแต่ละฝ่าย แต่ในที่สุดแล้วก็มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ก็ยิ่งจะสร้างปัญหามากยิ่งขึ้นในอนาคต เพราะหากฝ่ายที่ถูกกระทำดำเนินการตอบโต้ในระดับเดียวกัน ก็จะยิ่งเร่งสถานการณ์ความขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งคนร้ายอาจเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีปัญญาจะดำเนินคดีกับตนได้ ก็ยิ่งกระทำการอย่างโจ่งแจ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก

ที่สำคัญก่อนหน้านี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่มีนบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เนื่องจากการประกอบวัตถุระเบิดไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดระเบิดจนเสียชีวิตเอง และเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเป็นระเบิดประกอบเองจำนวนหนึ่ง อีกทั้งการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าอาจมีขบวนการเพื่อเตรียมการอย่างหนึ่งอย่างใด โดยการพบจุดประกอบระเบิดในครั้งนี้ก็สร้างความกังวลมากขึ้นว่าอาจจะมีการก่อเหตุใหญ่ หรือ เหตุการณ์ที่อาจเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ดังนั้นยิ่งเจ้าหน้าที่ตามจับกลุ่มผู้เตรียมการได้ช้าเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้คนมากเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คดีที่เกี่ยวกับการเมืองที่ผ่านมานั้น เราต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากจะสืบหาได้โดยง่าย เพราะมักมีการวางแผนกันมาอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมรับว่าการก่อเหตุที่เกี่ยวกับการเมืองนั้นตามจับได้ยากมาก เพราะไม่รู้ว่าฝ่ายใดทำ จึงทำให้กระบวนการสืบหาหลักฐานเป็นไปได้ยากมาก แต่กระนั้นก็ตาม เราเห็นว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงอาจต้องทำงานหนักขึ้นอีกเท่าตัว หากต้องการจะป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

เราเห็นว่าขณะนี้ประชาชนเกิดความหวั่นวิตกในเรื่องอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังหาจุดยุติไม่ได้ และหากดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ประหนึ่งว่าผู้ก่อเหตุไม่สนใจว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างไร กล่าวคือเป็นความขัดแย้งที่ต้องการสร้างความรุนแรงหรือสถานการณ์จนไม่จำเป็นต้องคำนึงผลกระทบใดๆที่ตามมา เราเห็นว่าขณะนี้มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังก่อการบางอย่างที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบใดๆ นอกจากผลทางการเมืองเท่านั้น จึงเป็นเรื่องท้าทายของเจ้าหน้าที่จะตามหาตัวมาดำเนินคดี