สินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรอาจกล่าวได้ว่ามีจุดแข็งมากมาย จำนวนผู้ให้กู้ในตลาดมีมากถึงหลายร้อยราย
จนถึงประเภทของสถาบันการเงินก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ธนาคารทั้งในและต่างประเทศ building societies และสถาบันการเงินพิเศษอื่นๆ นอกจากนี้ ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรถือได้ว่ามีการกระจุกตัวของส่วนแบ่งตลาดน้อยที่สุดในยุโรป เมื่อไม่นานมานี้แนวโน้มการเปลี่ยนผู้ให้กู้ที่มีมากขึ้นก็เป็นตัวชี้ว่าการแข่งขันในตลาดนี้มีสูงขึ้น
ก่อนทศวรรษ 1980 building societies เป็นสถาบันการเงินหลักที่ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยมีแหล่งเงินทุนเป็นเงินฝากออมทรัพย์ที่มีระยะสั้นเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา ธนาคารพาณิชย์ได้เริ่มเข้ามาแข่งขันมากขึ้น การควบรวมกิจการระหว่าง building societies หรือระหว่างธนาคารกับ building societies ทำให้เกิดสถาบันการเงินที่มีจุดแข็งต่างๆ กัน securitization หรือการแปรรูปสินเชื่อเป็นหลักทรัพย์ทำให้มีการแข่งขันมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ทำให้สหราชอาณาจักรมีอัตราการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย (ownership rate) สูงเป็นที่ 3 ของโลก ดังรูปที่ 1
ในระยะหลัง สถาบันการเงินมีการออกพันธบัตรมากขึ้นซึ่งทำให้ต้นทุนของแหล่งเงินทุนคงที่ สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ตั้งแต่ระยะสั้นๆ จนถึงระยะยาวกว่า 10 ปีจึงมีมากขึ้น และเป็นแนวโน้มเช่นเดียวกันทั่วโลก อีกทั้งยังมีสัดส่วนที่สูงขึ้นด้วย แต่สินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ยังคงเป็นระยะสั้นๆ เป็นส่วนใหญ่ ดังรูปที่ 2
สินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรอาจมีวิวัฒนาการไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีแหล่งเงินทุนเป็นเงินฝากรายย่อยเหมือนเดิม ดังรูปที่ 3 เช่นเดียวกับในไทย สินเชื่อที่อยู่อาศัยในรูปแบบของหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์จำนองค้ำประกัน RMBS และ พันธบัตรที่มีหลักทรัพย์และผู้ออกค้ำประกัน covered bond ยังมีอยู่น้อยมาก รูปที่ 4 แสดงถึงส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของหลักทรัพย์สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ LIBOR เทียบกับอายุของหลักทรัพย์นั้นๆ สำหรับประเทศสำคัญๆ ในยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรยังสูงอยู่และยังมีอายุสั้นกว่าด้วย อันแสดงให้เห็นว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรยังสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคมากขึ้นได้ ในเชิงของการพัฒนาสินเชื่อที่อยู่อาศัย RMBS ในสหราชอาณาจักรได้เพิ่มปริมาณขึ้น 3 เท่าใน 5 ปีที่ผ่านมา แต่ในเชิงของ covered bond ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรปอื่นๆ
งานวิจัยของกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักรได้พยายามชี้ให้เห็นว่า RMBS เป็นสินเชื่อรูปแบบที่อัตราดอกเบี้ยผันผวนมากในช่วงวิกฤติการเงิน แต่ covered bond อย่างในฝรั่งเศสกับเยอรมันทำให้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างคงที่อันเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค RMBS เป็นการแปลงสินเชื่อเป็นหลักทรัพย์แล้วขายออกไปให้แก่ผู้ลงทุนที่ทำให้สินเชื่อดังกล่าวพ้นจากงบการเงินของสถาบันการเงินไปอย่างเด็ดขาด ส่วนการให้สินเชื่อโดยใช้ covered bond นั้น สินเชื่อและ bond ยังคงอยู่ในงบการเงินทั้งสองอย่าง อย่างไรก็ตาม ด้วยการผ่อนคลายอัตราส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ Basel ที่มีมาเป็นลำดับในปี 1988 และ 2007 สถาบันการเงินจะได้รับประโยชน์มากขึ้นในการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและคงไว้ในงบการเงิน ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคด้วย
ที่มา: HM Treasury, “Housing Finance Review, Analysis and Proposal,” March 2008








