สหภาพยุโรปหรืออียูเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงมากที่สุดในโลกมีประชากรรวมของประเทศสมาชิก 28 ประเทศกว่า 500 ล้านคน
ที่ผ่านมานักธุรกิจไทยมักมองยุโรปเป็นเพียงตลาดสำหรับการส่งออกสินค้าหลักของไทย คือเน้นการเป็นผู้ผลิตสินค้าตามที่ผู้ซื้อยุโรปสั่งเท่านั้น แต่อันที่จริงโอกาสและลู่ทางการเข้าไปลงทุนหรือร่วมทุนของธุรกิจไทยเพื่อบุกตลาดยุโรปยังมีอีกมากและทำได้หลายรูปแบบ
เดิมทีเราจะมองยุโรปเป็นตลาดเป้าหมายสำหรับการค้าและส่งออกอย่างเดียว ภาคธุรกิจไทยสามารถบุกตลาดยุโรปในลักษณะการเข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิต ผ่านการร่วมทุนกับคู่ค้ายุโรป หรือการที่บริษัทไทยเจ้าเล็กๆ รวมตัวกันเข้าไปบุกตลาดยุโรปร่วมกันวันนี้จึงอยากพูดถึงการปรับเปลี่ยนแนวคิดการมองตลาดสหภาพยุโรปในสายตาของภาคธุรกิจไทยให้มองยุโรปเป็นกลุ่มประเทศเป้าหมายสำหรับการเข้าไปลงทุนหรือร่วมทุนเพื่อสร้างโอกาสการประกอบธุรกิจและการค้าแบบลงรากลึกในตลาดและเข้าถึงผู้บริโภค แทนที่จะเน้นการส่งออกที่ต้องกระทำผ่านนายหน้าหรือผู้ซื้อยุโรปเพียงอย่างเดียว
รูปแบบการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปในรูปแบบที่นักลงทุนหรือบริษัทไทยเข้าไปลงทุนหรือร่วมทุนตั้งฐานการผลิตสินค้าในตลาดยุโรปยังเป็นการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและ know how จากประเทศไทย ซึ่งก็ยังคงเป้าหมายการส่งเสริมการส่งออกสินค้าหลักของไทยไปยังตลาดยุโรปได้อยู่ดี และในขณะเดียวกันการลงทุนหรือร่วมทุนตั้งฐานการผลิตในยุโรปอาจเป็นการช่วยให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานของสหภาพยุโรปที่เหมือนจะยากและซับซ้อนนั้นสะดวกและง่ายขึ้น เพราะเราจะมีพันธมิตรผู้ร่วมทุนที่เป็นเจ้าบ้านคอยช่วยดูแลและให้ข้อมูลเรื่องนี้อยู่ อีกทั้ง เรื่องการตลาด การขาย และโลจิสติกส์ภายในยุโรปก็อาจให้พันธมิตรผู้ร่วมทุนเป็นผู้ดูแล เพราะตลาดยุโรปไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศที่เราเข้าไปลงทุนเท่านั้น แต่เป็นโอกาสสำหรับการขายสินค้าในตลาดร่วม 28 ประเทศ นั่นหมายถึงการลงทุนครั้งเดียวบุกตลาดได้ 28 ประเทศ
ตลาดยุโรปตะวันออกเป็นที่น่าจับตา เพราะน่าจะมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตหรือตั้งโรงงานสำหรับผลิตสินค้าไทยหลายประเทศและมีแรงงานที่ราคายังค่อนข้างต่ำ ปัจจุบันมีนักลงทุนไทยหลายเจ้าได้บุกเข้าไปลงทุนในตลาดยุโรปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ส. ขอนแก่น ผู้ผลิตสินค้าไส้กรอกอีสาน ก็นำไส้กรอกอีสานไทยบุกตลาดยุโรปแล้ว ผ่านการลงทุนตั้งฐานการผลิตในโปแลนด์และส่งขายทั่วยุโรปนอกจากนั้น ยังมีธุรกิจ Distribution Centre ที่ไทยเข้าไปลงทุนในตลาดยุโรปอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร หรือเยอรมนี เพื่ออำนวยความสะดวกในการกระจายสินค้าไทยในตลาดอียู
ในช่วงที่วิกฤติการเงินของยุโรปดูเหมือนจะพัฒนาไปในทิศทางที่สดใสขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มที่ประสบกับวิกฤติการเงินหลักอย่างประเทศในยุโรปใต้จะปรับตัวดีขึ้น กล่าวคือ คาดการณ์ว่าจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 0.2% ในสเปน 0.6% ในกรีซ และ 0.7% ในอิตาลี และ 0.8% ในโปรตุเกส สำหรับปี 2557 ต่างจากปีที่ผ่านๆ มาที่เศรษฐกิจถดถอยมาหลายปี อย่างไรก็ดี อัตราการว่างงานในประเทศเหล่านี้แม้จะลดลงบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสูงอยู่มาก อาทิ 27% ในสเปนและกรีซ
ภาคธุรกิจและนักลงทุนจึงควรรีบพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยหันมามองตลาดยุโรปให้ดีว่ามีศักยภาพสำหรับการลงทุนและการเปิดตลาดสำหรับธุรกิจสาขาใดของไทยได้บ้าง เพราะโอกาสทางธุรกิจสำหรับภาคธุรกิจไทยมิได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินการค้า แต่ภาคธุรกิจไทยยังมีโอกาสและศักยภาพอีกมากในการเปิดตลาดอียูในฐานะนักลงทุนหรือการร่วมทุนดำเนินธุรกิจระหว่างกัน
นักลงทุนไทยอาจคุ้นเคยกับการทำธุรกิจในภูมิภาคหรือกับประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจนั้นใกล้เคียงกัน แต่การมองไกลออกไปยังภูมิภาคยุโรปก็เป็นอีกวิสัยทัศน์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะเป็นโอกาสในการขยายเครือข่ายทางธุรกิจของไทยออกไปยังตลาดยุโรปที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยกำลังจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (หรือ เอฟ ที เอ) กับอียู ยิ่งจะเป็นโอกาสเหมาะที่ภาคธุรกิจและเอกชนไทยควรหันมามองตลาดยุโรป และดูว่าไทยจะเร่งใช้ประโยชน์จากเอฟ ที เอ ที่กำลังเจรจาอยู่ดังกล่าวในการเปิดตลาดและการลงทุนในยุโรปในสาขาที่ไทยมีศักยภาพให้เต็มที่ได้อย่างไร
จึงอยากเชิญชวนและประชาสัมพันธ์งานสัมมนาที่คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรปร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จะจัดในหัวข้อ “โอกาสการลงทุนของไทยในสหภาพยุโรป” (Investment Opportunities for Thai Business in the European Union) ในวันที่ 27 มีนาคม 2557 เวลา 08.00-17.00 น. ณ ห้องบอลรูม 3 โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน โฮเต็ล แอนด์ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ (2 ถนนเจริญกรุงซอย 30 แขวงสี่พระยา กรุงเทพฯ) เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
การสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์โอกาสและลู่ทางการลงทุนสำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยในยุโรป โดยในช่วงเช้านี้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศร่วมเป็นวิทยากรเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และในช่วงบ่าย ผู้แทนภาคธุรกิจจากหลายสาขา อาทิ ภาคเกษตรและอาหารมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การลงทุนในสหภาพยุโรป นอกจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการส่งเสริมและสนับสนุนนักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ
ภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยไม่ควรพลาดงานสัมมนาฯ และสื่อมวลชนหากสนใจเชิญร่วมงานแถลงข่าวได้ด้วยสอบถามรายละเอียดและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่Thai-European Business Association (TEBA) http://www.thaieuro.biz/โทร +66 (0) 2 168 7486 Email: [email protected]
-----------------------
ดร. อาจารี ถาวรมาศ เป็นผู้บริหารบริษัท Access-Europe บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับสหภาพยุโรปสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยที่สนใจเปิดตลาดยุโรป www.access-europe.euหรือติดตามได้ที่ www.facebook.com/AccessEuropeCoLtd









