คำว่า"สปิริต" ที่เราคุ้นเคยว่าส่วนใหญ่จะใช้กับวงการกีฬา แต่กับนักการเมืองไทย คงยังใช้ไม่ได้ เพราะขนาดดำเนินนโยบายผิดพลาด
ก็ยังไม่มีสปิริตที่จะรับผิดชอบอะไร ต่างจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ทันทีที่เกิดความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่านักการเมืองคนนั้นจะอยู่ในตำแหน่งอะไร ไล่ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี หรือ แค่ สส.ธรรมดา ก็ยังต้องแสดงสปิริตลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ผิดกับนักการเมืองไทย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดขณะนี้คือ กรณีการจ่ายหนี้ค่าข้าวแก่ชาวนาในโครงการรับจำนำกว่า 1.1 แสนล้านบาท เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภาและหมดหนทางกู้เงินมาจ่ายหนี้ก้อนโตของชาวนาได้ จนท้ายสุดต้องหันมาใช้งบกลาง 2 หมื่นล้านบาท และสัญญาว่าจะยืมไปแค่ชั่วคราว ภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้ก็จะขายข้าวเดือนละ 8,000 ล้านบาท 3เดือนมาจ่ายคืนกระทรวงการคลัง ถ้าดูผิวเผินคงไม่มีอะไรแปลก
แต่ที่แปลกประหลาดนอกเหนือจากที่ นักการเมืองเจ้าของนโยบายประชานิยม โครงการรับจำนำข้าวเปลือกจะไม่แสดงสปิริตกับความผิดพลาดของโครงการนี้แล้ว ยังไม่ยอมรับผิดชอบใดๆอันจะเป็นผลพวงมาจากการใช้งบกลางก้อนนี้เลยด้วยซ้ำ เริ่มตั้งแต่มติครม.เมื่อวันที่ 25ก.พ.ที่ผ่านมา อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศขอเบิกงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นเงินทุนจ่ายให้ชาวนาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 วงเงิน 2หมื่นล้านบาท เมื่อได้รับเงินจากกระทรวงการคลังและการระบายข้าวแล้วให้กรมการค้าต่างประเทศนำไปชดใช้คืนเงินทดรองจ่าย โดยเห็นสมควรให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของใบประทวนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
หากดูจากมติครม.ดังกล่าว จะเห็นว่า รัฐมนตรีหรือครม.ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย หากมีความผิดพลาดหรือหากไม่สามารถระบายข้าวมาชดใช้คืนให้กระทรวงการคลังได้ เพราะผู้ที่จะต้องรับผิดชอบก็คือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และอธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะคนจ่ายเงิน จนทำให้ข้าราชการทั้งสองหน่วยงานเองก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่า ภายในระยะเวลา 2-3เดือนข้างหน้านี้จะสามารถระบายขายข้าวมาชดใช้คืนกระทรวงการคลังได้ทันหรือไม่ และหากหาเงินมาใช้คืนไม่ทัน พวกเค้าจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง หากภายหน้ามีผู้ใดไปฟ้องร้องว่าการใช้เงินก้อนนี้ไม่ชอบด้วย กฎหมาย
เทียบกับบรรดารัฐมนตรีทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังที่ไม่ได้มีรายชื่อปรากฏในมติครม.ว่าต้องรับผิดชอบอะไรเลย ทำให้การเซ็นคำสั่งขอใช้งบกลางต้องยืดเยื้อมา หลังจากที่กกต.อนุมัติให้ใช้งบกลางได้ และนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ประกาศว่าชาวนาได้เงินภายในวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา
ปรากฏว่าผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส.ก็ยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว เพราะยังหาคนรับผิดชอบเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายเงินมาจ่ายให้ชาวนายังไม่ได้ แม้ล่าสุด กิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกฯและรมว.คลังจะยืนยันว่าพร้อมจะเซ็นอนุมัติก็ตาม
ปรากฏการณ์ที่ทำให้ข้าราชการไม่หวาดกลัวกับลงนามกับเรื่องนี้ ก็เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงที่สุดแล้ว หากเกิดความผิดพลาดหรือถูกฟ้องร้องอะไรก็ตาม ...ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคนแรกก็คือ ข้าราชการ นั่นเอง ...จะหาสปิริตจากนักการเมืองไทยคงหาไม่เจอ.....







