กรณีไฟไหม้บ่อขยะของนิคมอุตสาหกรรมบางปู ได้เกิดมลพิษทางอากาศจากควันไฟกระจายในวงกว้าง
โดยล่าสุดกรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบ ผลกระทบที่เกิดขึ้นพบว่าควันไฟ จากขยะอุตสาหกรรมกระจายไปใน 6 เขตของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งหากนับรวมพื้นที่ในจังหวัดสมุทรปราการ จะพบว่าการกระจายตัวของควันไฟจากขยะอุตสาหกรรมในครั้งนี้กว้างขวางมาก และอาจกล่าวได้ว่าเป็นภัยพิบัติด้านมลพิษทางอากาศครั้งใหญ่ของประเทศ หากไม่นับรวมหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเกิดเป็นประจำทุกปีจากการเผาพื้นที่การเกษตร
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบอันตรายที่เกิดขึ้นจากขยะอุตสาหกรรม ถือว่ามีความรุนแรงกว่าการเผาพื้นที่การเกษตรในภาคเหนือ เนื่องจากเป็นควันที่มีสารพิษจำนวนมาก โดยล่าสุดกรมควบคุมมลพิษตรวจสอบพบว่ามีสารก่อมะเร็งค่อนข้างมาก ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์ ทั้งในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่บริเวณรอบพื้นที่และการเร่งดับไฟในบ่อขยะ โดยไม่นับรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายล้านคน
หากติดตามสถานการณ์ตั้งแต่วันเกิดเหตุและรายงานการแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่ จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุเป็นไปอย่างยากลำบากอย่างมาก ทั้งพื้นที่และอุปกรณ์ที่ใช้ในการระงับเหตุ นั่นแสดงให้เห็นว่าอุบัติเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะในครั้งนี้ ก็เหมือนเหตุการณ์อื่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายพื้นที่ นั่นคือ เราไม่มีศักยภาพเพียงพอในการรับมือกับสถานการณ์ที่จัดอยู่ในระดับที่เรียกว่าภัยพิบัติ ดังนั้น จึงทำให้เมื่อเกิดเหตุในแต่ละครั้ง การระงับเหตุจึงเป็นไปอย่างล่าช้าและส่งผลกระทบในวงกว้าง
ยิ่งกว่านั้น ไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่กว่า 100 ไร่ในครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น ทำให้แทบทุกพื้นที่ของประเทศ เต็มไปด้วยกองขยะซึ่งสั่งสมในที่ต่างๆกัน และหากไม่เกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ เราอาจคาดไม่ถึงว่าใกล้พื้นที่กรุงเทพฯนั้นจะมีกองขยะขนาดมหึมาซุกซ่อนอยู่ และจากรายงานผลกระทบจากขยะในชุมนุมทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันปัญหาดังกล่าวเริ่มรุนแรงขึ้น โดยเริ่มมีปัญหาที่จัดเก็บไม่เพียงพอทำให้พบเห็นการทิ้งขยะอยู่ทั่วไป
แน่นอนว่าหากจะยกเอากรณีของนิคมอุตสาหกรรมบางปูเป็นตัวอย่างของปัญหา เราอาจจำเป็นต้องกลับมาพิจารณานโยบายเรื่องการจำกัดขยะ ซึ่งก่อนหน้านี้ บริเวณนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้อาจอยู่ห่างไกลชุมนุม แต่ขณะนี้ความเป็นชุมนุมได้ขยายออกไปเรื่อยในพื้นที่ต่างๆ ทำให้สิ่งที่ไม่คิดว่าเป็นปัญหาในอดีตนั้นอาจกลายเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบกับคนจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องต้องพิจารณาว่าปัจจุบันนี้ เราสามารถดูแลขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน และจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยได้อย่างไร
เราเห็นว่ากรณีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวน่าจะมาพิจารณากันอย่างจริงจังว่าจะวางแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร และต้องดำเนินการอย่างจริงจังด้วย เพราะขณะนี้ผลกระทบกับประชาชนมากกว่าที่คาดคิดกันไว้ อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นผลกระทบของภาคอุตสาหกรรมต่อชุมนุมหากไม่มาตรการป้องกันที่ดีพอ อีกทั้งต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ หากเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นๆและมีระดับความรุนแรงใกล้เคียงกัน หาไม่แล้วจากนี้ไป คนไทยก็จะมีความเสี่ยงจะเผชิญกับภัยพิบัติเช่นเดียวกันนี้ไปอีกนาน โดยรอวันว่าจะเหตุเมื่อไรเท่านั้น






