วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิบากกรรมยิ่งลักษณ์

แม้จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารสูงสุดของประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่ชนะการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

แต่ดูเหมือนว่าตลอด 2ปีกว่าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้นำรัฐบาลที่แบกเอาความหวังอยากกลับบ้านของพี่ชายกลับต้องเผชิญวิบากกรรมที่หนักที่สุด จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีใครฟันธงชะตากรรมจะจบลงอย่างไร

บททดสอบแรก ตั้งแต่เริ่มเข้ารับตำแหน่งของ ยิ่งลักษณ์ คือเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ด้วยขนาดของปัญหา ของมวลน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลบ่าเข้ามา ทำให้สิ่งที่เคยประกาศเอาไว้ว่า”เอาอยู่” กลายเป็น “เอาไม่อยู่” นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ในอยุธยา ปทุมธานี ถูกน้ำทะลักไหลบ่าเข้าท่วม โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งได้รับความเสียหาย จนต้องย้ายโรงงานหนี ความเชื่อมั่นนักลงทุนถูกสั่นคลอน

กรณีของน้ำท่วม อาจจะกล่าวโทษใครได้ไม่เต็มปาก แต่สิ่งที่น่าจะบอกว่าเป็นทางวิบากของรัฐบาล ต้องมารับผลกรรมที่สร้างไว้คือสารพัดโครงการประชานิยมค่อนข้างล้มเหลว ในสายตาประชาชน

ตั้งแต่นโยบายกระชากค่าครองชีพ ด้วยการลดภาษีสรรพสามิต เบนซินและดีเซล ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นรัฐบาล จนถึงขณะนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเริ่มกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิต ดีเซล ได้เมื่อไหร่ ,นโยบายรถยนต์คันแรก ที่ไปต่อไม่ได้ เพราะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ปั่นป่วนไปหมด ,นโยบายแจกแทบเล็ตเด็กป.1 ที่มีปัญหาบริษัทจีนคู่สัญญากับรัฐเจ๊งต้องปิดกิจการไป , นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300บาท ก็ฉุดให้ต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ พุ่งขึ้นสวนทางกับที่รัฐบาลพยายามที่คุมเอาไว้

วิบากกรรมที่ส่งผลแรงต่อรัฐบาล สั่นสะเทือนจนทำให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาเมื่อวันที่9ธันวาคม 2556 คือเรื่องของการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย ที่ทำให้เกิด กปปส. และการชุมนุมของผู้คนจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องและยืดเยื้อ มาจนถึง ปัจจุบัน และซ้ำเติมด้วยโครงการรับจำนำข้าว นโยบายประชานิยมสุดอื้อฉาว ที่ละเลงภาษีประชาชนไปหลายแสนล้าน และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กำลังถูกชี้ชะตาความผิดจาก ปปช. ในเดือนเมษายน นี้ และล่าสุดคือ พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้านที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ

แม้ใครต่อใครหลายคนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพยายามช่วยแก้กรรม สร้างเกมสันติภาพ ท่องคาถาอยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย ท่ามกลางสถานการณ์ของเสียงปืน เสียงระเบิดรายวัน ที่ ศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) ยังคุมสถานการณ์ไม่อยู่ เพื่อประคับประคองสถานภาพของนายกรัฐมนตรีหญิงผู้นี้เอาไว้ให้นานที่สุด ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นการบ่มกรรม ให้หนักและแรงขึ้น

การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ที่มียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นปาร์ตี้ลิตส์อันดับหนึ่ง ยังไม่สามารถประกาศผลได้ และมีความเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ การปรับเกมต่อสู้แบบยืดเยื้อ ของกปปส.โดย กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยรวมเวทีมาไว้ที่สวนลุมพินีเพียงแห่งเดียว จะยังกดดันรัฐบาลรักษาการณ์เพื่อรอเวลาให้องค์กรอิสระ ได้ลงดาบตามกรรมตามวาระ และทำให้หนทางของยิ่งลักษณ์ ที่จะกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง ยากขึ้นเรื่อยๆ

กุนซือข้างกายนายกฯวางสารพัดเกม ที่จะเกาะเกี่ยวอำนาจเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งปล่อยให้สถานการณ์ทอดยาวออกไป นานเท่าใด ในที่สุดนายกรัฐมนตรีผู้น่าสงสารคนนี้ ก็จะถูกผลักให้ต้องรับผลกรรมทั้งหมดเอาไว้คนเดียว ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนก่อด้วยตัวเองทั้งหมด

บางที น้ำตาและบท สัมภาษณ์ของความเห็นใจ อาจจะเป็นสิ่งที่ คุณยิ่งลักษณ์ ทำได้ดีที่สุดในยามนี้