วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยิ่งลักษณ์' รับ 2 เด้ง

เห็นมติของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ ออกมาแบบ "เอกฉันท์ 9 ต่อ 0" วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน

เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่า 2 ล้านล้านบาท เห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันมี"มติ 6 ต่อ 2"เห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการเสียบบัตรแทนกัน

ฉะนั้น เท่ากับว่ากระบวนการตรากฎหมายและเนื้อหา ขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไปทั้งฉบับ โดยปริยาย

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น หลายฝ่ายคงประเมินไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า จะออกมาในรูปแบบใด โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและคัดค้านเรื่องการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลมาตลอด เพราะเห็นว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นหลายประเด็นยังเป็นที่ครหากันในสังคม

หากไล่เรียง ก็จะเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการอนุมัติผ่านร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้าน ไปเมื่อ 19 มี.ค. 2556 จากนั้น 28 มี.ค. 2556 ผ่านสภาผู้แทนราษฎร วาระแรก 29 มี.ค.-29 เม.ย. 2556 มีการพิจารณา โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาภายใน 30 วัน จากนั้น 1 ส.ค.-28 พ.ย. 2556 มีการนำเรื่องเข้าสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 และ วาระ 3 และวุฒิสภา อีก 3 วาระรวด ช่วงเดือนธ.ค. 2556 ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตามกรอบของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน มีกรอบเวลาในการลงทุน 7 ปี (2557-2563) เป็นโครงการของรัฐบาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ หวังที่จะเชื่อมต่อเส้นทางการเดินทางและการขนส่งระหว่างภูมิภาคและประเทศใกล้เคียง ด้วยการขยายและพัฒนาระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่เป็นหลัก รวมทั้งการลงทุนถนนและท่าเรือน้ำลึก

โจทย์ที่วางไว้เงิน 2 ล้านล้าน ส่วนใหญ่เงินจึงถูกไปกองรวมอยู่ที่กระทรวงคมนาคม กว่า 80% วงเงินไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านล้าน เรียกว่างานนี้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพใหญ่ของโครงการเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับแผนกู้เงิน 2 ล้านล้าน นั่นคือ การวางแผนลงทุนในโครงการที่เป็นโครงการต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โครงการสร้างคลังสินค้า รวมไปถึงการวางแผนพัฒนาหัวเมืองใหญ่ งานนี้มีกลุ่มทุนเอกชนจำนวนไม่น้อย มีการฉกฉวยโอกาสขยายการลงทุน รุกเข้าซื้อที่ดินหวังจะจับจองธุรกิจตามแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูงกันเป็นว่าเล่น เพราะว่าตามแผนรัฐบาลต้องก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงอย่างน้อย 4 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-ระยอง มีการใช้งบประมาณร่วม 8 แสนล้าน ยังไม่นับรวมรถไฟรางคู่ อีกหลายแสนล้าน

มาวันนี้คงทำให้พวกค้ากำไรเกินควร อาจต้องนั่งกุมขมับกันซะแล้ว ฝันสลายไปตามๆ กัน โดยเฉพาะกลุ่มนายหน้าค้าที่ดิน ประเภทตะลุยกว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร ตามแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูงใน 4 เส้นทาง

ก่อนหน้านี้มีผู้คนทั้งนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ และผู้คนในพื้นที่อาชีพหลัก คือ "ปั่นราคาที่ดิน"จนทำให้ที่ดินในหลายพื้นที่ราคาปรับสูงขึ้นแบบไร้เหตุผล จนทำให้มีกลุ่มคนบางกลุ่มร่ำรวยไปกับการค้าที่ดิน แต่หากโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน ต้องล่มไป อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นการเลหลังขายที่ดินเกิดขึ้น

ไม่เฉพาะแต่การวินิจฉัย พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้าน แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติรับคำร้องของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ขอให้วินิจฉัยเรื่องการจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร และคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ

สภาพ รัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันนี้ไม่เรียกว่า "ขาลง" ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี เพราะวันเดียวเจอถึง 2 เด้งใหญ่ทีเดียว

ฉะนั้น...ช่วงเวลาที่เหลือนับจากนี้ รัฐบาลชุดนี้จะสิ้นสภาพเร็วหรือช้า คงขึ้นอยู่กับองค์กรอิสระเท่านั้น ที่จะวินิจฉัยหรือชี้มูลความผิดอะไรออกมา เพื่อหยุดยั้งการทำหน้าที่ของรัฐบาลต่อไป