วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบอิ้งล่องหนโยงก่อการร้าย? บทเรียน"ซินเจียง" ถึง "ยะไข่-ไทย"

ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเทคนิคและการต่างประเทศ วิเคราะห์ปมเหตุ เครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ หายลึกลับ

โดยบีบประเด็นเหลือแค่ 2 ประเด็น คือ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็ต้องเป็นเรื่องก่อการร้ายหรือวินาศกรรม

เมื่อซักตรงๆ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าให้น้ำหนักประเด็นหลังมากกว่า เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุจริงก็ไม่น่าจะปุบปับจนแทบจะไร้ร่องรอยแบบนี้

เมื่อให้น้ำหนักไปที่ก่อการร้ายหรือวินาศกรรม ก็มีการมองโยงไปถึงเหตุการณ์คนร้ายนับสิบคนใช้มีดไล่แทงประชาชนอย่างไม่เลือกหน้าบริเวณสถานีรถไฟในเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย บาดเจ็บนับร้อย ซึ่งทางการจีนสรุปเบื้องต้นว่าเป็นฝีมือของ "กลุ่มแบ่งแยกดินแดนในมณฑลซินเจียง"

มณฑลแห่งนี้เป็น "เขตปกครองตนเอง" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่า และอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซ ชนพื้นเมืองเป็นชาวมุสลิม "อุยกูร์" ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ในมณฑลซินเจียง แต่เป็นชนส่วนน้อยของจีน

ซินเจียงเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ แต่ภายหลังถูกผนวกรวมกับจีน อย่างไรก็ดีด้วยความแตกต่างทางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้มีความขัดแย้งและการต่อสู้เพื่อแยกตัวเองเป็นเอกราชเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งจีนใช้นโยบายใหม่ ให้สิทธิในการปกครองตนเอง ให้ชนพื้นเมืองเลือกตั้งผู้นำของตนได้ มีการเพิ่มภาษาอุยกูร์เข้าไปในป้ายบอกทางและป้ายชื่อสถานที่ รวมทั้งเร่งพัฒนาเศรษฐกิจในมณฑลอย่างขนานใหญ่ ทุกอย่างกลายเป็นภาพที่สวยงามและเชื่อกันว่าได้สถาปนาสันติภาพให้กับดินแดนแห่งนี้อย่างยั่งยืน

"ซินเจียงโมเดล" กลายเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในประเทศที่มีมุสลิมเป็นชนกลุ่มน้อย หน่วยงานต่างๆ ของไทย รวมทั้ง ส.ส. และ ส.ว.ยังเคยไปดูงานกันคึกคัก

ทว่าความรุนแรงที่เกิดหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ในห้วง 5 ปีหลัง เช่น การปะทะกันระหว่างชาวฮั่นกับชาวอุยกูร์ในเมืองอูรุมซี หรือ "อูหลู่มู่ฉี" เมืองหลวงของมณฑลซินเจียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 รายเมื่อปี 52 หรือเหตุนองเลือดในเมืองคาชการ์ เมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งเมื่อปี 54 เริ่มสะท้อนให้เห็นว่าภาพสวยๆ ที่จีนพยายามสร้างนั้น ข้างหลังภาพอาจตรงกันข้าม

และความจริงก็เปิดเผยว่า แท้ที่จริงแล้วอำนาจการปกครองในมณฑล ยังอยู่ในมือของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ส่งคนของตนเอง ซึ่งเป็นชาวฮั่นเข้าไปเป็นเลขาธิการองค์กรปกครองท้องถิ่น ส่วนผู้ปกครองสูงสุดที่เป็นชาวอุยกูร์เป็นแค่สัญลักษณ์ มีการอพยพชาวฮั่นจากพื้นที่ต่างๆ เข้าไปตั้งรกราก แย่งงาน และแย่งชิงทรัพยากรของชาวอุยกูร์ ขณะที่เสรีภาพในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและการใช้ภาษาก็ถูกจำกัด

ถึงขณะนี้แม้ยังไม่ชัดเจนว่ากรณีเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและกลุ่มแยกดินแดนมณฑลซินเจียงหรือไม่ แต่จากสถานการณ์รุนแรงที่ปะทุขึ้นในประเทศจีนจากปัญหาชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ กำลังกลายเป็นจุดอ่อนไหวหนึ่งในสามจุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่กำลังเป็นดาวรุ่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก

อีก 2 จุดคือ ปัญหามุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ และปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย!

ที่ยะไข่ มีการปะทะกันระหว่างชาวพุทธพม่ากับมุสลิมโรฮิงญาอย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดเผากันเป็นหมู่บ้าน โดยที่เมียนมาร์ไม่ยอมรับว่าโรฮิงญาเป็นพลเมือง ทำให้พวกเขาต้องล่องเรือหนีตายผ่านไทยไปยังมาเลเซีย แต่โรฮิงญาก็ยังตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ และตกค้างอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จำนวนมาก จนทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยและสากลหวั่นว่าพื้นที่สามจังหวัดใต้ของไทยกับตอนเหนือของมาเลเซียอาจกลายเป็น "แหล่งบ่มเพาะ" แหล่งใหม่ของกลุ่มก่อการร้าย เช่น ติดอาวุธให้โรฮิงญากลับไปรบในยะไข่ หรือก่อเหตุสร้างความปั่นป่วนในประเทศแถบนี้

นี่คืออีกหนึ่งประเด็นอันตรายที่รัฐบาลไทยดูจะให้ความสนใจน้อยเหลือเกิน!