อีกไม่กี่เดือน คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ก็จะจัดประมูล 4จี กันอีกแล้ว กำหนดไว้ว่าเป็นเดือนส.ค.ที่จะถึงนี้
ครั้งนี้เห็นว่าใช้งบประมาณสูงมากถึง 80 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นงบค่าจ้างที่ปรึกษาเฉียด 50 ล้านบาท โดยปีนี้ จะทยอยประมูลคลื่นที่หมดสัมปทาน และใกล้จะหมดสัมปทานกันต่อเนื่องไปถึงปีหน้า หรือปีถัดไป เรียกว่าประมูลกันสนุกสนานเลยทีเดียว
งบ 80 ล้านบาทที่ใช้ประมูลคลื่น 1800 เดือน ส.ค.นี้ กสทช. แจงรายละเอียดว่าต้องใช้งบไปอย่างไรบ้าง เช่น 1.ค่าใช้จ่ายคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน 1 ล้านบาท 2.งบจัดประชุมหารือ รับฟังความเห็นสาธารณะ 5 ล้านบาท 3.ค่าใช้จ่ายสถานจัดประมูล ระบบคอมพิวเตอร์ 8 ล้านบาท 4.ค่าใช้จ่ายสำรองงบประมาณการประชุมเพื่อชี้แจงกระบวนการอนุญาต และทดสอบระบบ 10 ล้านบาท 5. ค่าจ้างที่ปรึกษาการประมูล ได้แก่ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) 48 ล้านบาท และ 6. งบประชาสัมพันธ์ 17 ล้านบาท
คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตช์ ที่จะประมูลก่อน เป็นคลื่นที่หมดสัมปทานแล้วของ "ทรูมูฟ" และ "ดีพีซี" (เครือเอไอเอส) โดยจะจัดสรรใบอนุญาต 2 ใบๆ ละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ อายุใบอนุญาต 19 ปี โดยขณะนี้ เตรียมทำหลักเกณฑ์การประมูลคู่ขนานไปกับการรับฟังความเห็นสาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นต้นเดือนเม.ย.นี้ ส่วนหนังสือชี้ชวนลงทุน (ไอเอ็ม) จะออกได้เดือนก.ค.นี้
คลื่นที่เหลือจ่อประมูลต่อไปคือ คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) จะจัดประมูลล่วงหน้าเดือนพ.ย.นี้ จำนวน 1 ใบอนุญาต 17.5 เมกะเฮิรตซ์ เดือนธ.ค.จะทราบผลผู้ชนะการประมูล อายุใบอนุญาต 15 ปี ซึ่งเอไอเอสจะหมดสัญญาสัมปทานวันที่ 30 ก.ย.2558 จากบมจ.ทีโอที ขั้นตอนต่อจากนี้ ต้องเริ่มจัดรับฟังหลักเกณฑ์การประมูลตั้งแต่เดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไป
ขณะที่ แผนประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในส่วนที่จะได้รับจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ครองอยู่ และจะหมดสัมปทานปี 2561 คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กำหนดว่าจะประมูลจำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงปี 2558-2559 อายุใบอนุญาต 15 ปี
ว่ากันตามความจริง จะประมูลคลื่นไหน เทคโนโลยีอะไร ก็ถือว่าเป็นการก้าวต่อเพื่อไปสู่เทคโนโลยีที่ดีกว่า ทันสมัยใช้ประโยชน์ได้มากกว่า และเท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่การดำเนินการต่างๆ ต้องทำอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เฉพาะตรวจสอบในขั้นตอนการประมูล แต่ต้องตรวจสอบคุณภาพของการให้บริการหลังคลื่นถูกประมูลไปแล้วด้วยว่าได้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่
อย่าเพียงแค่ให้ชื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ มามากมาย แล้วโอ้อวดกันล่วงหน้าว่า ดีอย่างนั้น เร็วสุดๆ ปานนี้ หากความจริงแล้วเมื่อจัดประมูล และทุ่มประมูลด้วยราคาสุดแสนจะแพง สุดท้ายกลับหาคุณภาพจากเทคโนโลยีที่โอ้อวดไว้ก่อนหน้าไม่ได้เลย...
บอกตรงๆ ว่า เทคโนโลยี 3จี ที่ประมูลผ่านมาแล้วนั้น ยังรู้สึก "ทำใจลำบาก" เพราะคุณภาพช่างต่างจากที่โหมโฆษณาในช่วงก่อนประมูลมากเหลือเกิน.... ขออย่าได้ซ้ำรอยเดิม









