"อินเตอร์แบงก์" กลายเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครอยากถือไว้ในมือ หากธนาคารใดหยิบไปถือไว้ก็คงต้องมือพองกันไปตามๆ กัน
ธนาคารออมสิน คือตัวอย่างที่เห็นชัดเจน หลังจากไปปล่อยกู้ในตลาดเงินกู้ระหว่างธนาคารหรือที่เรียกว่า อินเตอร์แบงก์ ให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยจ่ายออกไปงวดแรกแล้ว 5 พันล้านบาททันทีที่มีข่าวหลุดรอดออกมา ผลที่ตามมานั่นคือ ประชาชนจากทั่วประเทศ แห่กันไปถอนเงินจากธนาคารออมสิน วันเดียว 3 หมื่นล้านบาทโดยเฉพาะประชาชนในภาคใต้และกรุงเทพฯ แม้จะมีเงินฝากเข้ามา 1 หมื่นล้านบาท แต่หักกลบกันแล้วออมสินติดลบเงินฝากไป 2 หมื่นล้านบาท จากสภาพคล่องที่ออมสินมีมากกว่า 2 แสนล้านบาท
จน นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ต้องรีบแถลงข่าวด่วนตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ.ยืนยันว่าเป็นการปล่อยกู้เสริมสภาพคล่องตามปกติ ส่วนธ.ก.ส.จะนำไปใช้อะไร ก็เป็นเรื่องของธ.ก.ส. แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้มีความเชื่อมั่นได้ เพราะประชาชนยังคงแห่ถอนเงินฝากอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้บริหาร ธ.ก.ส. ก็อยู่เฉยไม่ได้ต้องออกแถลงเช่นกันว่า การกู้ดังกล่าวมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ประสานงาน นั่นก็ทำให้หลายฝ่ายเข้าใจทันทีว่า เรื่องนี้รัฐบาลอยู่เบื้องหลังและจัดการให้มีการกู้เงินเพื่อนำไปจ่ายหนี้ที่ติดค้างชาวนาที่นำข้าวมาจำนำ จำนวน 1.3 แสนล้านบาท ในที่สุดกระแสสังคมก็กดดันให้ออมสินต้องมีหนังสือไปถึง ธ.ก.ส.ให้ชี้แจงการนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้จ่าย และเป็นที่มาให้ธ.ก.ส.ต้องสั่งชะลอนำเงินก้อนนี้ไปใช้ จนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงชาวนาที่รอคอยเงินจากโครงการจำนำข้าวอยู่กว่า 9 แสนราย
เมื่อการปล่อยกู้ผ่านอินเตอร์แบงก์กลายเป็นเผือกร้อน ทำให้เก้าอี้ ผอ.ออมสิน สั่นสะเทือนอย่างหนัก และในที่สุด นายวรวิทย์ ก็ทนแรงเสียดทานไม่ไหว ประกาศลาออกไปแล้วเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) หลังไปชี้แจงกรรมาธิการการเงินและการธนาคาร วุฒิสมาชิก ซึ่งตอนหนึ่งของการชี้แจง นายวรวิทย์ ได้พยายามบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องการนำเงินกู้ก้อนนี้ไปใช้ในโครงการจำนำข้าว โดยทำตามหนังสือของธ.ก.ส.ที่ขอให้ปล่อยกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง จำนวน 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและไม่ได้เป็นคำสั่งของกระทรวงการคลัง แม้กมธ.บางคนจะพยายามซักถามอย่างหนัก และขอหลักฐานมายืนยันคำพูด เพราะไม่เช่นนั้นพฤติกรรมการปล่อยกู้ดังกล่าวจะถือว่าเป็นนิติกรรมอำพรางทันที เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์การปล่อยกู้ในตลาดอินเตอร์แบงก์
ปรากฏว่านายวรวิทย์ จึงได้โชว์หนังสือคำขอกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องของธ.ก.ส.มายืนยัน ขณะที่ธ.ก.ส.ก็พยายามชี้แจงกับกมธ.ว่า ไม่ได้มีปัญหาขาดสภาพคล่อง เพราะมีสภาพคล่องส่วนเกินถึง 1.8 แสนล้านบาท และกู้ตามการจัดหาของกระทรวงการคลัง โดยยืนยันว่ามีหนังสือ Letter Of Comfort หรือหนังสือค้ำประกันการกู้ ที่มีลายเซ็นของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง แต่กลับไม่สามารถโชว์หนังสือดังกล่าวให้กมธ.ดูได้ ทำให้เผือกร้อนไปตกอยู่ที่ ธ.ก.ส.ทันที
เท่ากับนี้ดูเหมือน ธ.ก.ส.กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากซะแล้ว หลังจากนายวรวิทย์โยนเผือกร้อนมาให้ ...แต่ก็ใช่ว่า ผู้บริหารธ.ก.ส.จะไม่รู้ทัน กับหมากเกมส์นี้ ...ของออมสินและกระทรวงการคลัง เพราะฝ่ายกฎหมายของธนาคารได้ยืนยันหนักแน่นว่า ถ้ากระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ธ.ก.ส.ก็จะไม่กู้เด็ดขาด
..ในที่สุดนายกิตติรัตน์ ต้องยอมทำหนังสือรับรองค้ำประกันเงินกู้ แม้จะไม่ยอมให้หนังสือตัวจริงมา โดยอ้างว่าอาจจะหลุดไปถึงมือสื่อมวลชน แต่ธ.ก.ส.ก็ขอถ่ายสำเนาไว้ ...หากจำเป็นจริงๆ ก็คงต้องควักออกมาโชว์กันบ้างล่ะ... เมื่อถึงตอนนั้น... คงมีใครบางคนหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ กันบ้างล่ะ....






