วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินเตอร์แบงก์ไม่ตอบโจทย์จำนำข้าว

ดูเหมือนว่าธุรกรรมการกู้ยืมระหว่างธนาคาร หรือที่เรียกกันว่าอินเตอร์แบงก์ จะกลายเป็นที่สนใจเพียงข้ามคืน

หลังจากที่ผู้บริหารธนาคารออมสิน ออกมาแอ่นอกรับว่าได้ปล่อยกู้ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จริงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นธุรกรรมที่ทำได้ตามปกติ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธ.ก.ส. ให้วงเงินครั้งนี้ 5,000 ล้านบาท จากวงเงินที่มีให้ทั้งหมด 20,000 ล้านบาท

สอดคล้องกับข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ได้รายงานธุรกรรมการกู้ยืมระหว่างธนาคาร ณ วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา มียอดคงค้าง 128,445 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าที่มี 116,841 ล้านบาท โดยในในวันดังกล่าว บังเอิญอย่างยิ่งว่า มีการรายงานปริมาณการกู้ยืมระยะเวลา 1 เดือนปูดขึ้นมา 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืมกันอยู่ที่ 2.75% แม้ ธปท.จะไม่ได้ระบุว่าเป็นการปล่อยกู้ระหว่างแบงก์ใด แต่ค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว ซึ่งก็คือธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. นั่นเองเห็นได้จากอัตราดอกเบี้ยที่เสนอทั้ง min max และ mode เท่ากันที่ 2.75%

การกู้ยืมระหว่างธนาคารเป็นธุรกรรมปกติสากล ที่ทำกันมาช้านานระหว่างธนาคารทั่วโลก วัตถุประสงค์หลัก คือปล่อยกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น โดยไม่ต้องระบุวัตุประสงค์หรือความจำเป็นในการใช้เงินของผู้กู้ แต่ละธนาคารจะพิจารณาวงเงินให้กันเป็นปีต่อปี โดยฝ่ายเครดิตของแต่ละธนาคารจะพิจารณาฐานะและวงเงินที่เหมาะสมให้กัน เพื่อใช้เป็นการบริหารสภาพคคล่องของแต่ละธนาคารด้วย เช่นในสิ้นวันหนึ่งเงินเหลือค้างในธนาคารมีเท่าไร เหลือจากที่นำไปฝากที่ ธปท.แล้ว ก็สามารถเอามาปล่อยกู้ระหว่างกันเพื่อรับผลตอบแทนระยะสั้นได้ แต่ทั้งนี้อินเตอร์แบงก์ไม่ใช่ช่องทางหารายได้หลัก ธนาคารพาณิชย์สามารถเลือกปล่อยในตลาดอื่นที่ผลตอบแทนดีกว่า

ตลาดอินเตอร์แบงก์ในประเทศไทย จะมีธนาคารต่างชาติเป็นผู้กู้หลัก ส่วนสถาบันการเงินไทย ที่มีสภาพคล่องเหลือจากการรับเงินฝากจะมีสถานะเป็นผู้ให้กู้ การกู้ยืมในอินเตอร์แบงก์แม้จะมีระยะเวลาตั้งแต่ไม่ถึง 1 วันไปถึง 12 เดือน แต่ส่วนใหญ่หรือมากกว่า 90% จะเป็น Overnight หรือไม่ถึง 1 เดือนและน้อยมากที่จะทำกันในระยะเวลาเกินกว่า 1 เดือน โดยแบงก์ที่กู้จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือ P/N มาให้แบงก์เจ้าหนี้เป็นสัญญาใจระหว่างกันเท่านั้น ไม่มีหลักประกันอื่นใดเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวได้เลย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นวงเงินที่ธนาคารอนุมัติให้กันไว้แล้วปีต่อปี แต่ก็สามารถปรับลดเพิ่มวงเงินกันได้ระหว่างปี หากสภาพแวดล้อมหรือกฏระเบียบต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่นวิกฤติซับไพร์มในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานะของแบงก์และวาณิชธนกิจระดับโลกหลายแห่งง่อนแง่นลง ธนาคารพาณิชย์ไทย ก็มีการปรับลดวงเงินอินเตอร์แบงก์ที่มีต่อสถาบันการเงินเหล่านั้นลงเช่นกัน

ดังนั้นแล้ว เอาเข้าจริงการให้กู้ผ่านอินเตอร์แบงก์นั้น ธนาคารเจ้าหนี้สามารถทบทวนได้ว่าจะให้กู้หรือไม่ หากเห็นว่ามีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา ไม่สามารถอ้างว่าเป็นการทำธุรกรรมปกติที่ทำได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ไม่ปกติเช่นนี้ แม้อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืมครั้งนี้จะจะสูงถึง 2.75% สูงกว่าดอกเบี้ย Bibor ระยะ 1 เดือนก็ตาม หากครบกำหนดเวลา 30 วันแล้วธ.ก.ส.จะต้องหาเงินมาคืนธนาคารออมสิน แม้จะเป็นธนาคารที่รัฐค้ำประกัน แต่ในภาวะที่ยังเป็นรัฐบาลรักษาการเช่นนี้หากไม่สามารถคืนได้จะเกิดภาวะ Default ที่เป็นสัญญาณร้ายกับระบบการเงินไทยได้

ความกดดันที่ผู้บริหารธนาคารรัฐอย่างธนาคารออมสินได้รับในวันนี้ กำลังท้าทายจุดยืนการทำงานของตัวเอง ทุกการตัดสินใจจึงควรอยู่บนหลักการการทำงานที่ชัดเจน ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ท่านรักษาศรัทธาในตัวเองและศรัทธาในองค์กรที่ท่านทำงานไว้ได้ โดยไม่ต้องตอบแทนบุญคุณใครด้วยผลประโยชน์ของประเทศชาติ