บทความฉบับนี้พยายามที่จะให้ข้อมูลของโครงการรับจำนำข้าวถึงสถานะและผลการดำเนินงานของโครงการนี้ในมุมมองของบัญชี
ซึ่งจะนำเสนอในรูปแบบของการวิเคราะห์รายการบัญชีและสรุปเป็นรายงานทางการเงินที่อยู่ในรูปแบบของหลักการบัญชีและมาตรฐานรายงานทางการเงิน
เนื่องจากข้อจำกัดของการได้มาซึ่งความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูล ดังนั้น ข้อมูลที่นำมาแสดงและเป็นสมมติฐานในการจำลองประมาณการเพื่อจะได้ภาพที่แท้จริงจึงเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลที่เปิดเผยจากกรมการค้าภายใน และข้อมูลที่แสดงต่อสื่อสาธารณะต่างๆ จากหน่วยงานและบุคคลที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ได้แก่ TDRI สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ข้อมูลนำเสนอของ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ข้อมูลจากสำนักข่าวต่างๆ ที่รายงานข้อมูลตัวเลขที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวและการสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือรัฐบาลนี้ได้แสดงให้เห็นมาโดยตลอดว่ามีความพยายามในการปกปิด บิดเบือน ข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญในการตอบคำถามที่สังคมต้องการรู้ ข้อสังเกตที่สำคัญก็คือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบของโครงการนี้ก็คือกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่ทำหน้าที่กำกับดูแลภาคเอกชนและบังคับให้บริษัทต่างๆ จัดทำบัญชีและนำส่งงบการเงินแต่กลับจงใจที่จะไม่ทำข้อมูลบัญชีและปิดบัญชีเพื่อสรุปเป็นรายงานที่ตอบคำถามต่อสังคมในเรื่องผลการดำเนินงานและสถานะ การเงินที่แท้จริงของโครงการนี้
การไม่สามารถปิดบัญชีไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างใดๆ ในการโกหกต่อสังคม เพราะข้อมูลทุกอย่างรวมถึงบุคลากรในกระทรวงพาณิชย์สามารถทำหน้าที่ในการบันทึกและสรุปข้อมูลทางบัญชีดังที่ทำเป็นตัวอย่างในรายงานฉบับนี้ได้ ซึ่งตัวผู้เขียนบทความนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันในการรวบรวมและสรุปดังที่จะได้แสดงในรายงานฉบับนี้
ความเห็นของผู้เขียนก็คือเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้ถูกตรวจสอบด้วยเอกสารหลักฐานตามความเป็นจริง จึงอยากเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบคือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินร่วมมือกับหน่วยงานอิสระภาคเอกชน เช่น สภาวิชาชีพบัญชี มาร่วมทำโครงการเพื่อค้นหาความจริงในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะมีกรอบเวลาที่ไม่นานนักในการทำการตรวจสอบกรณีพิเศษ เช่น 3 เดือน โดยอาจจะระดมอาสาสมัครหรือจิตอาสาที่เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและผู้ช่วยผู้สอบบัญชีเพื่อมาร่วมทำโครงการนี้
ถามว่าทำไมโครงการเพื่อชาตินี้จึงจำเป็น เพราะมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานสำคัญในการที่จะต้องไม่ปล่อยให้โครงการที่ทำความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศนี้ เกิดขึ้นและดำเนินการโดยปราศจากความรับผิดชอบใดๆ ของรัฐบาลนี้
ขอบเขตและสมมติฐานที่สำคัญ
เนื่องจากการนำเสนอบทความนี้อยู่บนพื้นฐานของการจำกัดของข้อมูล แต่ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นว่าภาพที่นำมาแสดงในรายงานฉบับนี้น่าจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องในสาระสำคัญ สมมติฐานที่สำคัญประการหนึ่งของบทความนี้คือขอบเขตของการนำเสนอจะไม่รวมประเด็นเรื่องการทุจริตในขั้นตอนต่างๆ ที่อาจจะมีนัยสำคัญ
หัวข้อของบทความนี้จะประกอบด้วยการนำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะสรุปออกมาเป็นงบกำไรขาดทุน งบแสดงฐานะการเงินและงบกระแสเงินสด ของโครงการรับจำนำข้าวใน 3 ปีผลิต โดยเริ่มจากปีผลิต 54/55 ซึ่งจะมีงวดบัญชี ตั้งแต่ ต.ค.54-ก.ย.55 ปีผลิต 55/56 ซึ่งจะมีงวดบัญชี ตั้งแต่ ต.ค.55-ก.ย.56 และปีผลิต 56/57 ตั้งแต่ ต.ค.56 สิ้นสุด ก.พ.57
ในระหว่างข้อมูลที่นำเสนอจะมีการอธิบายถึงหลักการ แนวคิด ที่มาของข้อมูล และสมมติฐาน ที่ใช้ในการคำนวณ และในส่วนสุดท้ายจะเป็นสรุปและการตีความจากข้อมูลที่วิเคราะห์แกมาตามความเห็นของผู้เขียนซึ่งเป็นเฉพาะในแง่มุมของบัญชี
ข้อมูลแบบจำลองการประมาณการบัญชีของโครงการรับจำนำข้าว
จากตารางที่ 1 แสดงถึงข้อมูลปริมาณการรับจำนำข้าวเปลือกใน 3 ปีการผลิตของโครงการนี้ในส่วนของปี 56/57 ข้อมูลสิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ.2557 ที่มาของข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์
สมมติฐานที่สำคัญคือราคารับจำนำต่อตันของข้าวเปลือกเจ้าจะมีหลายราคาคือ ตั้งแต่ข้าวเจ้า 100% ที่ราคา 15,000 บาท ข้าวเจ้า 5% ที่ราคา 14,800 บาท ข้าวเจ้า 10% ที่ราคา 14,600 บาท ข้าวเจ้า 15% ที่ราคา 14,200 บาท และข้าวเจ้า 25% ที่ราคา 13,800 บาท เนื่องจากไม่มีข้อมูลแตกรายละเอียดและเพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณจึงใช้ราคาข้าวเจ้า 5% ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ สำหรับข้อมูลปริมาณข้าวสารใช้สมมติฐานที่ว่าในการสีข้าวเปลือก 1 ตัน จะได้ข้าวสาร 0.6 ตัน ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลของบทวิจัยของ TDRI
จากตารางที่ 2 แสดงถึงข้อมูลประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วยต้นทุนรับจำนำข้าวเปลือก คำนวณมาจากตารางที่ 1 ซึ่งเงินจำนวนนี้คือสิ่งที่รัฐบาลใช้เป็นจุดโฆษณาว่าเงินจำนวนนี้คือเงินที่จ่ายให้ชาวนา ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในที่นี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ส่วนที่คิดรวมเป็นต้นทุนข้าวสารซึ่งประกอบด้วย ค่าจ้างโรงสีแปรสภาพ ค่ากระสอบ ค่าขนส่งข้าวเข้าโกดัง ค่า Surveyor ตรวจสอบคุณภาพข้าว ส่วนที่สอง จะเป็นส่วนที่ถือเป็นค่าดำเนินงานอื่นซึ่งจะไม่รวมคิดเป็นต้นทุนข้าวสารซึ่งในส่วนนี้ประกอบด้วย ค่าเช่าโกดังและรมยา และดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ข้อมูลค่าใช้จ่ายอ้างอิงจากค่าใช้จ่ายของปีผลิต 54/55 ในบทวิจัยของ TDRI และใช้ข้อมูลนี้เป็นพื้นฐานในการคำนวณโดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนก็จะคิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนต่อตันข้าวสารและนำไปคูณกับประมาณการข้าวสาร สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินอื่นเพื่อให้ง่ายจึงกำหนดเป็นต้นทุนคงที่เท่ากันทั้ง 3 ปีผลิต
จากตารางที่ 3 แสดงถึงข้อมูลประมาณการระบายข้าวสาร ข้อมูลที่นำมาแสดงเป็นการประมาณการโดยการคาดเดาจากข้อมูลประกอบเท่าที่จะหาได้เนื่องจากข้อมูลชุดนี้เป็นข้อมูลที่รัฐบาลจงใจปกปิดและไม่เคยแสดงต่อสาธารณชน ข้อมูลแวดล้อมที่ได้มาก็คือรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่สรุปว่า ณ 30 ก.ย.56 มียอดเงินระบายข้าวจริงสำหรับฤดูการผลิตปี 54/55 และ ปี 55/56 เป็นจำนวนเงิน 128,373 ล้านบาท และจากการให้สัมภาษณ์ของคุณวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีของรัฐบาลที่ออกมาชี้แจงตอบโต้ในเรื่องของรายงานของคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของคุณสุภา ปิยจิตติ ว่าราคาเฉลี่ยที่จำหน่ายต่อตันของปี 54/55 ประมาณ 14,436 บาท ขณะที่ปี 55/56 อยู่ที่ประมาณ 12,839 บาท ซึ่งจากข้อมูลแวดล้อม 2 ส่วนนี้จึงคาดคะเนถึงปริมาณที่ระบายตามข้อมูลที่แสดงในส่วนของปี 54/55 และปี 55/56 สำหรับปี 56/57 เป็นการคาดคะเนจากข้อมูลจากข่าวสารในปัจจุบัน เหตุผลที่ต้องมีการคาดคะเนปริมาณระบายข้าวเนื่องจากต้องการใช้ข้อมูลส่วนนี้นำไปประมาณการปริมาณข้าวสารคงเหลือซึ่งเป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่รัฐบาลไม่เคยเปิดเผยถึงสถานะที่แท้จริง จะสังเกตว่าข้อมูลในส่วนของปริมาณระบายข้าว ราคาที่ระบายและปริมาณข้าวสารคงเหลือเป็นสิ่งที่รัฐบาลชี้แจงว่าเป็นความลับซึ่งถือว่าเป็นการแสดงพฤติกรรมที่มีพิรุธอย่างยิ่งเพราะชุดของข้อมูลนี้จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาด ล้มเหลว รวมไปถึงการทุจริตที่ชัดเจนอย่างยิ่ง
จากตารางที่ 4 แสดงถึงการคำนวณต้นทุนข้าวสารและข้าวสารคงเหลือด้วยวิธีการตีราคาสินค้าคงเหลือแบบต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ ตามสมมติฐานของการรับจำนำและการระบายข้าวสารเพื่อที่จะคำนวณต้นทุนของข้าวสารที่ระบายและปริมาณและมูลค่าของข้าวสารคงเหลือจากโครงการรับจำนำ
ซึ่งจะสามารถสรุปประมาณการข้าวสารคงเหลือดังแสดงในตารางที่ 5 ซึ่งข้อมูลนี้จะใช้เป็นพื้นฐานในการสรุปงบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงินของโครงการรับจำนำข้าว
อ่านต่อพรุ่งนี้ (19 ก.พ. 57)









